Thumbnail_Forcast 2-01

การพยากรณ์อากาศในภาวะอากาศแปรปรวน

การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเกิดขึ้นทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นผลมาจากสภาวะโลกร้อนจนเป็นสภาพปกติใหม่ (New normal) โดยเชื่อว่าในอนาคตภูมิอากาศจะปรับตัวไปสู่สภาพปกติแบบใหม่ ทั้งช่วงเวลาและความรุนแรง

สถานการณ์ภัยพิบัติที่มีความรุนแรงขึ้น

ปัจจัยหนึ่งซึ่งมีผลกระทบต่อการเกิดภัยพิบัติในประเทศไทยและทั่วโลก คือ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ สภาวะโลกร้อน และปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องนำมาซึ่งความแปรปรวนของฝนฟ้าและฤดูกาล จนเป็นเหตุให้เกิดวิกฤตภัยแล้งหรืออุทกภัยส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง การพยากรณ์อากาศจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและอื่นๆ รวมถึงการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น ตลอดจนการดำรงชีวิตของประชาชนทุกภาคส่วน

จากการพยากรณ์จึงต้องวิเคราะห์ คัดกรองข้อมูลของแต่ละศูนย์พยากรณ์ของแต่ละประเทศถ้าเลือกดูข้อมูลจากหลายประเทศอาจจะเพิ่มความน่าเชื่อถือได้ แต่ในทางปฏิบัติอาจยังคงพยากรณ์ผิดได้ การพยากรณ์อากาศมี 3 ระดับใหญ่คือ ระดับที่มีกระทบในระดับโลก เช่น เอลนิโญ ระดับที่มีผลกระทบเฉพาะภูมิภาค เช่น ลมมรสุมร้อน-หนาว พายุไต้ฝุ่น และระดับภาคเป็นระดับที่เล็กกว่าระดับประเทศ แต่ใหญ่กว่าจังหวัด เช่น พายุฤดูร้อนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สภาพภูมิอากาศในแต่ละบริเวณของโลกจะถูกควบคุมโดยปรากฏการณ์ระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับภาค เป็นลักษณะอากาศประจำ และในแต่ละภาคจะมีสภาพอากาศเฉพาะเมือง เช่น กรุงเทพฯ มีเกาะความร้อน อากาศอาจจะต่างกับจังหวัดใกล้เคียง แม้ว่าจะได้รับอิทธิพลจากมรสุมเช่นเดียวกัน

สำหรับประเทศไทยในบริบทของประเทศเกษตรกรรมที่ยังอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก นอกจากนี้ฝนยังเป็นแหล่งกำเนิดน้ำในเขื่อนต่างๆ ซึ่งใช้ในระบบชลประทานการผลิตกระแสไฟฟ้า และเป็นแหล่งกำเนิดที่สำคัญของน้ำใต้ดินซึ่งใช้ในการอุปโภคบริโภค แต่การผันแปรทางธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งจากกิจกรรมของมนุษย์และการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ทำให้ช่วงหลังประเทศไทยประสบปัญหาจากอุทกภัยและภัยแล้งอยู่เสมอ

ความสูญเสียเหล่านี้สามารถบรรเทาลงได้ถ้าทราบเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ล่วงหน้า ดังนั้นการคาดการณ์ หรือ พยากรณ์ล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการบริหารจัดการ การพยากรณ์ปริมาณฝนล่วงหน้ารายฤดู อันจะเกิดประโยชน์ต่อการบริหารจัดการน้ำและการป้องกันการเกิดอุทกภัยและภัยแล้งได้ล่วงหน้า

รศ.ดร.อุษา ฮัมฟรี่

โครงการวิจัย “การศึกษาและพัฒนาการพยากรณ์อากาศรายฤดูในประเทศไทยด้วยระบบ แบบจำลอง IAP-DCP ซึ่งมี รศ.ดร.อุษา ฮัมฟรี่ คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นหัวหน้าโครงการ จึงได้ศึกษาและพัฒนาการพยากรณ์ฝนรายฤดู จากระบบพยากรณ์ภูมิอากาศชื่อ Dynamical Climate Prediction (DCP) ที่พัฒนาขึ้นจากสถาบันฟิสิกส์ทางบรรยากาศ (Institute of Atmospheric Physics (IAP)) ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือ เรียกว่า ระบบพยากรณ์ภูมิอากาศ IAP-DCP ซึ่งเป็นแบบจำลองคู่ควบระหวาางแบบจำลองบรรยากาศและแบบจำลองมหาสมุทร (Coupled model) เพื่อพยากรณ์ล่วงหน้าฝนรายฤดูสำหรับประเทศไทย ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียจากภัยพิบัติที่เกิดจากสภาวะฝนตกหนักอย่างรุนแรงได้ล่วงหน้าและจะมีการปรับปรุงระบบให้มีความละเอียดและถูกต้องมากขึ้นในระยะต่อไป

แม้ว่าการพยากรณ์อากาศในเขตร้อนอย่างเช่นประเทศไทยยากกว่าการพยากรณ์อากาศนอกเขตร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพยากรณ์ฝน เพราะโดยปกติฝนในเขตร้อนจะมีการผันแปรได้มากทั้งในเชิงพื้นที่ เวลา และปริมาณ แต่การพัฒนางานด้านพยากรณ์อากาศของประเทศไทยก็ยังเป็นสิ่งสำคัญ โดยควรเน้นไปที่การพัฒนาบุคลากรมากกว่าการจัดหาเครื่องมือตรวจอากาศซึ่งมีอยู่มากพอแล้ว นอกจากนี้ควรมีการสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับการพยากรณ์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

 

เรียบเรียงและอ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย

“การศึกษาและพัฒนาการพยากรณ์อากาศรายฤดูในประเทศไทยด้วยระบบ แบบจำลอง IAP-DCP”

หัวหน้าโครงการ

รศ.ดร.อุษา ฮัมฟรี่

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

สนับสนุนการวิจัยโดย

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

 

ประชาคมวิจัย ปีที21 (ฉบับที่ 123 กันยายน – ตุลาคม 2558)

ดร.ดุษฎี ศุขวัฒน์

บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

 

00:00
00:00
Empty Playlist