มาร์ค เฟิลเคอร์ photo

ยุคนี้ที่ว่าแล้ง ยุคหน้าอาจแล้งหนักกว่า

จริงหรือน้ำประปาจะไม่มีวันหมดในอนาคตข้างหน้า แต่เมื่อมองไปรอบๆ ตัว แม่น้ำที่แห้งขอด และข่าวความแห้งแล้ง และฝนทิ้งช่วง ถึงมีให้เห็นได้บ่อยๆ

การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการขยายตัวของชุมชนเมืองเป็นแรงขับเคลื่อนทำให้ทรัพยากรทรัพยากรธรรมชาติสำคัญถูกนำมาใช้อย่างมากมาย ทั้งเพื่อการดำรงชีวิตและเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ โดยเฉพาะน้ำ

ในอดีตวิกฤตการณ์น้ำที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ มักเป็นปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ตามวัฏจักรวงจรของธรรมชาติ แต่ปัจจุบันปัญหาการขาดแคลนน้ำเกิดขึ้นนอกฤดูกาล จากหลายสาเหตุ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ การจัดการน้ำที่ขาดประสิทธิภาพ ปริมาณความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป

ผศ.ดร.มาร์ค เฟิลเคอร์ และ ผศ.ดร.ธีรนงค์ สกุลศรี สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ทำการศึกษาเรื่อง “แนวโน้มทางประชากรและความต้องการน้ำประปาในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล”

“เราจะรู้ว่าตอนนี้สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงมันทำให้ ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยแต่เป็นทั่วโลกที่เกิดสภาวะโลกร้อน เราก็จะเห็นว่าฝนไม่ได้ตกต้องตามฤดูเหมือนเดิม แล้วปริมาณน้ำฝนมันก็น้อยลงทุกๆ ปี ปริมาณน้ำสะสมก็จะน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นอาจารย์ก็สังเกตเรื่องนี้แล้วก็มองว่าน้ำต้องลดลงไปแน่ๆ แล้วต่อไปนี้เราก็อาจจะมีโอกาสที่ไม่มีน้ำใช้แน่ ถ้าเรายังใช้น้ำอยู่แบบนี้อยู่” ผศ.ดร.ธีรนงค์ กล่าว

“เราต้องรู้ก่อนว่าปริมาณน้ำที่เรามีในกระเป๋าเรามีเท่าไรและเราจะต้องใช้จริงๆเท่าไร เราก็เลยมาทำงานวิจัยเรื่องนี้ เพื่อที่ว่าเราจะได้รู้ว่าเราจะใช้น้ำกันต่อไปยังไงในอนาคตและควรมีแนวทางการป้องกันยังไงบ้าง” ผศ.ดร.ธีรนงค์ กล่าว

ธีรนงค์ สกุลศรี photo

งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาแนวทางการการประเมินความต้องการน้ำทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเพื่อหาแนวทางในการประเมินความต้องการน้ำของผู้ใช้น้ำประเภทที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ยุคนี้ที่ว่าแล้ง ยุคหน้าอาจแล้งหนักกว่า

การที่เรามีน้ำประปาใช้มันทำให้เรารู้สึกว่าเราจะไม่ขาดแคลนน้ำ เพราะฉะนั้นเวลาที่เราเห็นน้ำไหลออกมาตลอดนะเราก็รู้สึกว่าน้ำมันจะไม่หมดไปแน่ๆ

ปัจจัยการใช้น้ำมีหลายตัว แต่ว่าตัวหลักคือ ประชากรที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่ประชากรโลกก็เพิ่มปริมาณขึ้นด้วย ในขณะที่น้ำและทรัพยากรทางธรรมชาติมีเท่าเดิม ปัจจัยตัวที่สอง สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ฝนตกน้อยลงทุกปี ส่งผลให้ปริมาณน้ำสะสมมีจำนวนน้อยลง สวนทางกับปริมาณความต้องการ และสาเหตุต่อมาเกิดจากความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในประเทศไทย จากแต่ก่อนการใช้นำเพื่ออุปโภค บริโภค และการเกษตรเท่านั้น แต่ตอนนี้ต้องนำมาใช้เพื่ออุตสาหกรรมต่างๆ ด้วย

งานวิจัยวิเคราะห์ปริมาณความต้องการน้ำในปี 2018-2038 โดยใช้ภาพจำลองให้เห็นสถานการณ์ในอนาคต

“เราได้ศึกษาหลายปัจจัยที่ก่อให้เกิดความต้องการน้ำในอดีต โดยมีสมมติฐานว่าในอนาคตนั้นจะมีความต้องการน้ำอย่างไร เราค่อนข้างพึงพอใจกับงานวิจัยแต่ก็กังวลกับผลลัพธ์ มีความต้องการน้ำในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 11.9% ในอีก 20 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นปริมาณที่มากทีเดียว งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์น้ำ และเราจะต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วนกับสถานการณ์นี้” ผศ.ดร.มาร์ค กล่าว

มาร์ค เฟิลเคอร์ photo

“จากที่เราใช้ภาพจำลองดูขนาดประชากร จำนวนประชากร ปริมาณน้ำฝน จะเห็นว่าปัจจัยในแต่ละตัวมีการเปลี่ยนแปลงในตัว โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝน เพราะฉะนั้นจากงานวิจัย ในสูตรที่เราคิดนั้นทำให้เห็นว่า ในอนาคตเรามีโอกาสที่จะมีน้ำใช้ไม่พอ หากเรายังใช้น้ำในระดับนี้อยู่ในการบริโภคในระดับนี้แล้วก็มีการใช้อย่างที่ไม่ได้มีการควบคุม หรือไม่มีกลไกอะไรที่ทำให้เราใช้น้ำน้อยลง” ดร.ธีรนงค์ กล่าว

ข้อมูลช่วยยืนยัน เพื่อวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพและจริงจัง

ผลการวิจัยพบว่าความต้องการน้ำของประชากรในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จะสูงถึง 11.9% ในปี พ.ศ. 2581 ข้อมูลนี้จึงจำเป็นต่อภาครัฐเพื่อวางแผนบริการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต และสนับสนุนให้ประชาชนมีพฤตกรรมการใช้น้ำที่เปลี่ยนไป

“ประเทศเรามีส่วนงานที่จัดการเรื่องน้ำ แต่จะแยกส่วนของระบบบริหารราชการออกเป็นส่วนๆ น้ำกิน น้ำดื่ม น้ำใช้เพื่อการเกษตร น้ำเพื่อการคมนาคมต่างๆ ถามว่าใครต้องดูแลรับผิดชอบเรื่องน้ำเราพูดไม่ได้โดยตรง แต่ว่าในความเป็นจริง คนที่ต้องรับผิดชอบในเรื่องการจัดการน้ำจริงๆ คือตัวประชาชนเองว่าจะใช้ยังไงให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ขณะที่ส่วนงานราชการควรหาวิธีที่จะสื่อสารกับประชาชนในประเทศของเราให้มากขึ้นกว่านี้อีก อาจจะเพิ่มช่องทางหรือทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีก อาจารย์เชื่อว่าการที่เราสื่อสารกันอยู่ทุกวันจะทำให้เราเห็นความสำคัญของน้ำมากขึ้นเรื่อยๆ” ดร.ธีรนงค์ กล่าว

“ถ้าเราไม่ทำอะไรเลยในวันนี้ อาจไม่มีน้ำเพียงพอในวันต่อไป หากรัฐบาลทราบข้อมูล ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้หลายมาตรการ” ผศ.ดร.มาร์ค กล่าว

น้ำคือชีวิตของเรา การมองน้ำอย่างมี “มูลค่า” ตั้งแต่วันนี้ เพื่อว่าในอนาคตเรายังคงมีน้ำสะอาดไว้ใช้อุปโภค และบริโภคอยู่

อย่ารอให้ถึงวันข้างหน้าที่มีเงินมากเท่าไร แต่ก็ไม่สามารถซื้อน้ำได้สักหยด

โครงการแนวโน้มทางประชากรและความต้องการน้ำประปาในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ผศ.ดร.มาร์ค เฟิลเคอร์
ผศ.ดร. ธีรนงค์ สกุลศรี
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
00:00
00:00
Empty Playlist