ปิยพงษ์ เชนร้าย

ธรณีวิทยาเต็มไปด้วยความตื่นตาของโลก แต่การศึกษาส่วนใหญ่เกิดขึ้นแค่ภายในห้องเรียน

สำหรับวิธีการเรียนการสอนธรณีวิทยาในระดับมัธยมศึกษาของแต่ละโรงเรียนมีความแตกต่างกัน โดยทั่วไปนักเรียนจะได้รับความรู้จากเนื้อหาในบทเรียนเป็นหลัก โรงเรียนบางแห่งอาจมีตัวอย่างหินของจริงให้ได้ศึกษา ในขณะที่นักเรียนในหลายโรงเรียนไม่มีตัวอย่างหินจริงได้ศึกษา ก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมด้านการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลจากเขตความเจริญที่ขาดงบประมาณในการพานักเรียนไปออกภาคสนาม หรือไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา

ผศ.ดร.ปิยพงษ์ เชนร้าย และดร.สุคนธ์เมธ จิตรมหันตกุล อาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญเรื่องธรณีวิทยาและเล็งเห็นความสำคัญของการเรียนการสอนธรณีวิทยาในระดับมัธยมศึกษา จึงได้จัดทำ “โครงการการสร้างสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้เสมือนจริงสำหรับห้องเรียนธรณีวิทยา” ขึ้นมา

“เรามีหินต่างๆ มากมายเลยในโลกของเรา ที่เรามาเรียนเราก็มีแต่ชื่อ มีแต่ Textbook แม้กระทั่งในประเทศไทยเองการจะหาหินให้ครบตามหนังสือ หรือตำราเรียน มันก็ยากเหลือเกิน เพราะฉะนั้นอย่างที่ทราบก็คือเราขาดแคลนอุปกรณ์ทางการศึกษา” ผศ.ดร.ปิยพงษ์ กล่าว

ทำให้ธรณีวิทยาน่าเรียนกว่านี้ได้ไหม?

ธรณีวิทยาได้เข้าไปสู่ระดับการศึกษามัธยมปลาย เราจึงควรที่จะพัฒนาธรณีวิทยาให้ดีมากยิ่งขึ้น

โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางการเรียนเสมือนจริงสำหรับห้องเรียนธรณีวิทยาด้วยสื่อการสอนเทคโนโลยีเสมือนจริง และเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของการสร้างสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้เสมือนจริงสำหรับห้องเรียนธรณีวิทยาและประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนจากการใช้สื่อการสอนการสร้างสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้เสมือนจริงสำหรับห้องเรียนธรณีวิทยา

นักวิจัยธรณีวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้การเรียนการสอนใกล้กว่าเดิม

“เราก็ไปตามหาดูว่าพวกหนังสือ ตำราที่เขาเรียนในปัจจุบันมีเนื้อหาอะไรบ้าง เราก็ยึดตรงนี้เป็นต้นแบบก่อน แล้วเราก็จัดการวางแผน ออกแบบสื่อ และสถานที่ที่เราต้องการจะเก็บข้อมูลเพิ่มเติมที่เป็นแบบ 360 องศา แล้วเราก็ไปไล่ตามสถานที่ต่างๆ ที่สำคัญๆ เหมือนกับว่าเราพาหินจากนอกสถานที่ให้มาอยู่ในห้องเรียน ให้เขาได้เรียนโดยไม่ต้องออกไปข้างนอก” ดร.สุคนธ์เมธ กล่าว

สุคนธ์เมธ จิตรมหันตกุล

งานวิจัยพัฒนาสภาพแวดล้อมเรียนรู้เสมือนจริง (Virtual Learning Environment) ห้องเรียนดิจิทัลที่แบ่งหมวดหมู่การเรียนรู้

ปัจจุบันเทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality หรือ VR) กำลังเป็นที่นิยมและสามารถใช้งานได้ในราคาถูก เนื่องจากถูกพัฒนาให้ใช้งานได้ง่ายผ่านสมาร์ทโฟนและแว่นตาสามมิติ โดยเทคโนโลยีเสมือนจริง คือการจำลองสภาพแวดล้อมจริงด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ผู้รับชมมีความรู้สึกคล้ายกับการได้อยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ และยังสามารถที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งของในสภาพจำลองนั้นได้ด้วย

“ผู้เรียนสามารถที่จะเอาแว่นสวมเข้าไป แล้วเขาจะเห็นทุกอย่างเป็นทรงกลม ซึ่งทรงกลมคือสภาพแวดล้อมที่เราไปถ่ายมาจริง นี่คือสภาพแวดล้อมเสมือนจริงที่เราผลิตขึ้นมา” ดร.สุคนธ์เมธ กล่าว

การสร้างสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้เสมือนจริงสำหรับห้องเรียนธรณีวิทยาเป็นแนวทางใหม่สำหรับการสอนในห้องเรียนที่ทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมมากขึ้น การแสดงผลข้อมูลทางธรณีวิทยาในรูปแบบ 360 องศา ช่วยให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ใหม่ในการเรียน นักเรียนเห็นลักษณะธรณีวิทยาและกระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลกเสมือนนักเรียนอยู่นอกห้องเรียน

การจัดทำสื่อการสอนเพื่อใช้สร้างสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้เสมือนจริงสำหรับห้องเรียนธรณีวิทยาอย่างง่ายในรูปแบบ 360 องศา พบว่านักเรียนเข้าใจเพิ่มขึ้น 22–28% เมื่อเปรียบเทียบกับการสอนแบบดั้งเดิม วิธีการการสอนแบบนี้จะช่วยให้นักเรียนสามารถเข้าใจกระบวนการทางธรณีวิทยาได้ง่ายผ่านแหล่งเรียนรู้ธรณีวิทยาในรูปแบบ 360 องศา และภาพนำเสนอข้อมูลในรูปแบบ 360 องศา ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพของสื่อการสอนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ใช้สื่อการสอนการสร้างสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้เสมือนจริง

Virtual Reality

เว็ปไซต์สำหรับการเข้าถึงข้อมูลเรื่องธรณีวิทยาผ่านทางอินเทอร์เน็ต ทำให้นักเรียนและครูสามารถเข้าไปใช้สอน ค้นคว้า และหาความรู้ได้สะดวกขึ้น

“คุณครูแต่ละโรงเรียนก็สามารถเข้าไปที่เว็ปไซต์ www.vrgeology.net หากคุณครูสอนเรื่องอะไรอยู่ เขาก็สามารถไปสืบค้นได้ แล้วภายในแต่ละจุดเราจะมีเนื้อหา และก็จะมีคำถามให้คุณครูไปกระตุ้นนักเรียน คุณครูก็สามารถใช้คำถามเป็นไกด์ไลน์ที่จะกระตุ้นให้นักเรียนแสวงหาสิ่งที่อยู่ข้างในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง”

สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ในรูปแบบห้องเรียนธรณีวิทยาเสมือนจริง หรือแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยาเสมือนจริงในห้องเรียน ที่รวบรวมเนื้อหาและตัวอย่างทางธรณีวิทยาในรูปแบบภาพ 360 องศา เพื่อช่วยให้นักเรียนเกิดความรู้และความเข้าใจในเนื้อหาวิชาเรียนได้มากขึ้น นอกจากนี้การรับชมผ่านสมาร์ทโฟนและแว่นตาสามมิติยัง

ช่วยเพิ่มความสนุกและสร้างประสบการณ์ใหม่ในห้องเรียนระหว่างครูและนักเรียนได้อีกด้วย โดยการสร้างสภาพแวดล้อมทางการเรียนเสมือนจริงนี้จะไม่มีข้อจำกัดด้านตำแหน่งที่ตั้งของโรงเรียนและการขาดแคลนตัวอย่างหินจริง อีกทั้งการได้เห็นปรากฏการณ์เสมือนจริงที่เกี่ยวกับธรณีพิบัติภัย เช่น แผ่นดินไหว ดิน หรือโคลนถล่ม ทำให้นักเรียนรู้ถึงปัญหาของธรณีพิบัติภัย เกิดความตระหนักถึงความรุนแรงของธรณีพิบัติภัยต่าง ๆ ผ่านห้องเรียนเสมือนจริง และอาจสามารถเชื่อมโยงความรู้ที่เรียนไปใช้ในสถานการณ์จริงได้

ในอนาคตเราจะพบว่าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญควบคู่ไปกับการเรียนการสอนในห้องเรียนมากยิ่งขึ้น โดยกระบวนการจัดการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาความรู้ความสามารถของครูและนักเรียนทุกคนสามารถได้รับข้อมูลความรู้อย่างถูกต้องมากกว่าการนั่งฟังบรรยายเพียงอย่างเดียวและได้เห็นภาพจริงๆ มากกว่าการดูรูปภาพในหนังสือ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า เทคโนโลยีช่วยทำให้การเรียนการสอนเกิดความเท่าเทียมกัน

โครงการการสร้างสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้เสมือนจริงสำหรับห้องเรียนธรณีวิทยา
ผศ.ดร.ปิยพงษ์ เชนร้าย และดร.สุคนธ์เมธ จิตรมหันตกุล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
00:00
00:00
Empty Playlist