น้ำ ศก-02

มองน้ำให้เป็นเศรษฐศาสตร์ เพื่อการพัฒนาที่เป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ

เพราะ “น้ำ” เชื่อมโยงกับทุกอย่าง และเป็นปัจจัยหลักที่ทุกคนต้องการ “น้ำ” จึงมีมูลค่ามากกว่าที่คิด เมื่อไทยเริ่มขาดแคลนน้ำ และมีแนวโน้มที่อาจรุนแรงจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และแกว่งมากขึ้น แล้วการบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและนำไปสู่การพัฒนาประเทศนั้นจะทำได้อย่างไร

ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในคณะนักวิจัยภายใต้โครงการรายงานการวิเคราะห์สถานการณ์น้ำของประเทศไทย : ทรัพยากรน้ำกับการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยทุนวิจัยของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวถึงความเชื่อมโยงของน้ำและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศว่า ประเทศไทยมีความต้องการใช้น้ำมากขึ้น แต่เมื่อแนวโน้มสถานการณ์น้ำเริ่มขาดแคลนน้ำ เราจะใช้น้ำที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร ดังนั้น เราต้องมองเรื่องนี้ให้เป็นเศรษฐศาสตร์ ซึ่งในงานวิจัยนี้ได้นำเสนอความเชื่อมโยงระหว่างน้ำกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ในสองมุมมอง คือ มุมที่หนึ่ง น้ำเป็นทรัพยากรเพื่อตอบสนองการพัฒนา เนื่องจากทุกกิจกรรมต้องการน้ำไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น การเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ รวมถึงกิจกรรมทางสังคม เช่น การใช้น้ำในการอุปโภคบริโภคและการดำรงชีวิต รวมไปถึงสิ่งแวดล้อม

จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้แสดงให้เห็นว่า ภาคบริการเป็นภาคที่สร้างรายได้หรือมีมูลค่า GDP ให้กับประเทศมากที่สุดถึงร้อยละ 58 รองลงมาคือภาคอุตสาหกรรม ร้อยละ 32 และภาคเกษตรมีสัดส่วน GPD อยู่ที่ร้อยละ 10 แม้จะเป็นภาคที่สร้างรายได้ให้ประเทศน้อยที่สุดแต่เป็นภาคที่มีความสำคัญมากที่สุดในมิติทางสังคม เมื่อน้ำเป็นปัจจัยหลักที่ทุกคนต้องการ ดังนั้น การพิจารณาลำดับความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำจะต้องอยู่บนพื้นฐานข้อมูลเดียวกัน โดยจะต้องมองมิติเรื่องน้ำควบคู่ไปกับมิติเศรษฐกิจและสังคมพร้อมๆกับการพิจารณาใน 3 ประเด็นหลัก ทั้งในส่วนของการใช้น้ำใน sector ต่างๆ (ภาคเกษตร , ภาคอุตสาหกรรม , ภาคบริการ ) เรื่องของพื้นที่ และเวลา ซึ่งการพิจารณาจะขาดประเด็นอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้

มุมมองที่สอง คือ เรื่องของภัยพิบัติด้านน้ำที่สร้างผลกระทบทางลบหรือสร้างความเสียหายกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ทั้งเรื่องน้ำท่วมและภัยแล้ง ซึ่งเป็นภัยพิบัติหลักของประเทศไทย ที่เกิดจากน้ำมากเกินไปเหมือนเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 และน้ำน้อยเกินไปเมื่อปี 2558 ทำให้เกิดภัยแล้ง และจากข้อมูลย้อนหลังไป 20 ปีจะพบว่าความเสียหายจากน้ำท่วมเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ฉุดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จากสถิตินับตั้งแต่ปี 2532 จนถึงปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาภัยธรรมชาติด้านน้ำทุกปี ดังนั้น รัฐจึงควรพิจารณาเรื่องน้ำเป็นทรัพยากรหลักเพื่อการพัฒนาประเทศ หากไทยสามารถจัดสรรน้ำได้เพียงพอ จะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ดร.พงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ในความเป็นจริงแล้ว น้ำมีมูลค่า แต่เป็นมูลค่าที่คนทั่วไปไม่เคยมองกันมาก่อน ในอดีตเราคิดเสมอว่าน้ำเป็นของฟรี และมีน้ำเหลือเฟือ เพราะประเทศไทยมีฝนตกตลอดทั้งปี แต่เมื่อน้ำเริ่มขาดแคลน และยิ่งมีความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและแกว่งมากขึ้น ขณะที่น้ำมีอยู่เท่าเดิมและการสร้างเขื่อนเป็นไปได้ยาก ทำอย่างไรที่จะใช้น้ำที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด วันนี้จึงต้องมองน้ำเป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง และการพิจารณาลำดับความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำจะต้องพิจารณาบนพื้นที่ข้อมูลเดียวกัน เพราะน้ำเชื่อมโยงกับทุกอย่าง เช่น การทำนาเราไม่เคยคิดว่าน้ำเป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง เหมือนค่าแรงงานหรือค่าปุ๋ย แต่การปลูกข้าวต้องใช้น้ำจำนวนมาก ขณะที่ผลผลิตข้าวขายได้ในราคาถูก ต่างจากผลผลิตที่ได้จากภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ ที่มีสัดส่วนใช้น้ำน้อยกว่า แต่มีมูลค่าสูงกว่าและสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมาก ดังนั้น การบริหารจัดการน้ำควรใช้หลักการเพิ่มผลิตภาพของน้ำ (Water productivity) เช่น มีมาตรการเพิ่มมูลค่าของผลผลิต หรือลดความต้องการใช้น้ำ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน เป็นต้น

“ วันนี้เราต้องมองน้ำให้เป็นเศรษฐศาสตร์ และคนที่จะตัดสินใจว่าจะจัดสรรน้ำหรือแบ่งน้ำใช้กันอย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม คือผู้ที่ใช้น้ำจริงๆ เท่านั้น ภาครัฐมีหน้าที่ให้ข้อมูลข้อเท็จจริง โดยมีนักวิชาการ นักวิจัย เข้ามาช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลทุกด้านเพื่อสนับสนุนการทำงานให้กับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ” ดร.พงษ์ศักดิ์ กล่าว

เรียบเรียงจาก

บทสัมภาษณ์ ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผู้วิจัยในโครงการรายงานการวิเคราะห์สถานการณ์น้ำของประเทศไทย : ทรัพยากรน้ำกับการพัฒนาเศรษฐกิจ

สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

00:00
00:00
Empty Playlist