Cover_nologo (2)

การเสริมสร้างมูลค่าและคุณค่าให้การท่องเที่ยวของไทย

การพัฒนาการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน ด้วยการนำวิถีไทยจากรากความเป็นชุมชนมาสร้างมูลค่าเพิ่มและคงไว้ซึ่งความเป็นไทย โดยการสร้างนวัตกรรมผ่านการมีส่วนร่วมของเยาวชนคนรุ่นใหม่และการทำงานร่วมกันของทั้งฝ่ายพัฒนา อนุรักษ์ และฝ่ายสร้างสรรค์เพื่อการตลาดที่สร้างอัตลักษณ์ความเป็นไทยได้จากความเป็นของแท้ โดยมีเยาวชนเป็นศูนย์กลางแห่งการคิดสร้างสรรค์ บทความนี้จะช่วยบอกเล่าถึงแนวทางที่เกี่ยวข้องกับการสรรสร้างสินค้าและบริการท่องเที่ยว โดยจะถ่ายทอดกระบวนการที่ใช้ในการสร้างนวัตกรรมในรูปแบบที่ควรค่าต่อการเผยแพร่ต่อสาธารณชนเพื่อเป็นโมเดลสำหรับนำไปประยุกต์ใช้สำหรับการพัฒนาการท่องเที่ยวในถิ่นของตน

งานวิจัยนี้ มีการศึกษาเพื่อการเพิ่มนวัตกรรมงานศิลปะสร้างสรรค์ที่มาจากความ co creation ของชุมชน ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ท้องถิ่น ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากภายนอก และผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ โดยการร่วมมือเพื่อศึกษา วิถีชีวิต ศิลปะ และ ธรรมชาติของชุมชน ในรูปแบบของ อาหาร ผลิตภัณฑ์ และวัฒนธรรมของชุมชน ทำให้เกิดเครื่องมือให้ผู้ประกอบการเพื่อการสรรค์สร้างสินค้าและบริการ ท่องเที่ยวมูลค่าเพิ่มจนนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยคุณค่า โดยใช้กระบวนการ (Community Based Design Creative Process) เพื่อขับเคลื่อนการนำอัตลักษณ์ตามแบบวิถีไทย ที่สะท้อนในวิถีชีวิต ศิลปะ ธรรมชาติ ของผู้คนในชุมชน มาสอดประสานในกระบวนการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่อยอดจากของดีของเด่นในชุมชน ด้วยกระบวนการสืบค้น* ร้อยเรียง** ออกแบบและต่อยอด***

*การสืบค้น (Content) หมายถึงการศึกษาเรื่องราวต่าง ๆ ที่เป็นอัตลักษณ์ตามแบบวิถีไทยที่โดดเด่น ของพื้นที่ โดยใช้กรอบความคิดในการศึกษาคุณค่าและความหมายของสถานที่ (Sense of Place) ภายใต้ 3 กลุ่มความคิดหลัก ได้แก่ ธรรมชาติ ชีวิต และศิลปะ
**การร้อยเรียง (Concept) เป็นกระบวนการที่สำคัญในการสร้างกลุ่มของเรื่องราวที่มีความโดดเด่น ที่สามารถต่อยอดไปเป็นการนำเสนออัตลักษณ์ของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีความเชื่อมโยงกับ เรื่องราวของพื้นที่อย่างเป็นระบบ การร้อยเรียงสามารถทำได้ 2 วิธีคือ 1) การร้อยเรียงเรื่องราวที่ถูกเน้นย้ำ (Repeated) เรื่องราวที่ถูกเน้นย้ำจากการสืบค้น สามารถเป็น เรื่องราวที่โดดเด่นของพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวที่ถูกเน้นย้ำบ่อยครั้ง อาจเป็นเรื่องราวที่มีความสำคัญต่อพื้นที่ นั้น ๆ ได้ 2)การร้อยเรียงเพื่อเชื่อมโยงเรื่องราวต่าง ๆ (Related) เรื่องราวต่าง ๆ ในพื้นที่ได้จากการสืบค้น อาจมีรายละเอียดจำนวนมากหรือมีความหลากหลาย ซึ่งสามารถจัดกลุ่มความเชื่อมโยงของเรื่องราว ต่าง ๆ ที่มีจุดร่วมหรือมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน
***การออกแบบ (Design) เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการสอดประสานวิถีไทยในการท่องเที่ยว โดยการนำ แนวคิดที่ได้จากการสืบค้นและร้อยเรียงมาสื่อความหมายให้มีชีวิต การออกแบบและการนำเสนอถือเป็นกระบวนการในการสร้างสรรค์หรือแสดงออกทางศิลปะ เพื่อเพิ่มมูลค่าเรื่องราวต่างๆในพื้นที่ให้เป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สามารถจับต้องได้

กระบวนการสร้าง ทรัพยากรในชุมชน ให้มี คุณค่า เหนือ คุณค่า

โครงการวิจัยนี้ได้รับการสนใจและสนับสนุนร่วมจากผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และ นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ จึงได้คัดเลือกมาทั้งหมด 2 พื้นที่ ดังนี้ 1) ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 2 ชุมชน ประกอบด้วย ชุมชนบ้านเจริญสุขและชุมชนบ้านสนวนนอก 2) ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดกระบี่จำนวน 15 ชุมชน ประกอบด้วย ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองกระบี่และชุมชนบ้านหนองทะเลโดยได้แบ่งการลงพื้นที่วิจัยเป็น 2 ระยะ ระยะแรกเป็นการลงพื้นที่เพื่อการสืบค้น ด้วยการจัดกิจกรรมระดมสมอง และกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อสืบค้นหาของดีของเด่นของแต่ละพื้นที่ และระยะที่ 2 เป็นการลงพื้นที่เพื่อการร้อยเรียงและออกแบบ โดยจัดกิจกรรมระดมสมองจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ และ ประสบการณ์ในเรื่องวัฒนธรรมและวิถีชุมชน โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เพื่อจัดทำกระบวนการนวัตกรรมและค้นหาแนวคิดสร้างสรรค์จากเยาวชนเพื่อ การสืบทอดศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยอาศัยกระบวนการ Social Lab หรือการคิดค้นทางออกเชิงสังคมอย่างสร้างสรรค์และมีส่วนร่วม และทดลองนำไปปฏิบัติออกแบบสร้างสรรค์งาน เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยวในท้องถิ่น เพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะกระบวนการในการนำไปสู่การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของชุมชน จากการพัฒนาให้การเกิดมูลค่าเพิ่มด้านการท่องเที่ยวและการมีส่วนร่วมที่จะช่วยออกแบบการสื่อความหมายภูมิปัญญาท้องถิ่นสำหรับการท่องเที่ยววิถีไทย

ผลการลงพื้นที่เพื่อสืบค้น

ผลการวิจัยจากการลงพื้นที่เพื่อสืบค้น เป็นการลงพื้นที่เพื่อสืบค้นหาของดีของเด่นในพื้นที่เป้าหมาย โดยมุ่งเน้นที่ธรรมชาติ ศิลปะ และวิถีชีวิตของชุมชนซึ่งอยู่บนพื้นฐานภาคการเกษตร ตามแผนการรวบรวมข้อมูลทีมวิจัย พบว่า


– จากการลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ชุมชนบ้านเจริญสุข มีการค้นพบวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหาร ผลิตภัณฑ์ และ กิจกรรมที่มีในชุมชนต่างๆ ดังนี้ บ้านเจริญสุขมีผลิตภัณฑ์ OTOP เด่นของหมู่บ้านก็คือ ผ้าทอมือ มีทั้งผ้าไหมและผ้าฝ้าย ที่โดดเด่นที่สุด ก็คือ ผ้าภูอัคนี ซึ่งเป็นผ้าย้อมด้วยดินภูเขาไฟจากเขาพระอังคาร และยังมีภูมิปัญญาที่จะรักษาสีผ้าให้คงทนด้วยเช่นกัน นั้นคือการนำผ้าที่ได้จากการย้อมดินภูเขาไฟ ไปต้มกับ “น้ำเปลือกต้นประดู่” ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาชาวบ้าน ในการนำวัตถุดิบที่หาได้จากท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่ได้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นแล้ว บ้านเจริญสุขยังเปิดหมู่บ้านโอทอป เพื่อการท่องเที่ยว กิจกรรรมประกอบไปด้วย การสักการะพระอังคารธาตุวัดเขาพระอังคารและชมความสวยงามของ สถาปัตยกรรมที่เก่าแก่กว่า 1,000 ปี ชมฐานเรียนรู้ด้านการทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย การฟอกย้อมด้วยดินภูเขาไฟ เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ชุมชน ยกตัวอย่างกิจกรรมเช่น กิจกรรมนำเที่ยวป่าชุมชนเขาพระอังคาร โดยมัคคุเทศก์น้อย ซึ่งเป็นเยาวชนในหมู่บ้าน ป่าชุมชนเขาพระอังคาร เป็นป่าชุมชนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณธรรมชาติ พร้อมทั้งปลูกป่าทดแทน จึงทำให้ป่าชุมชนเขาพระอังคารเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ และกิจกรรมอื่นๆ เช่น กิจกรรมสาธิตปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ การปลูกข้าวปลอดสารพิษ เป็นต้น อีกทั้งในฤดูฝนนั้นป่าชุมชนบนเขาอังคารจะมีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก สามารถทำให้เกิดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างน่าสนใจ กิจกรรมที่เกิดขึ้นคือ การเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเดินป่าและเก็บของป่าเพื่อนำมาประกอบอาหาร (Food Foraging) ซึ่งจะเป็นการสร้างประสบการณ์ที่น่าสนใจและนักท่องเที่ยวยังสามารถได้เรียนรู้เกี่ยวกับเห็ดที่เกิดขึ้นในป่าและผลผลิตจากป่าที่สามารถนำมาปรุงอาหารรับประทานได้ เมนูอาหารหลักของชุมชน

– จากการลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ชุมชนบ้านสนวนนอก มีภาษาพื้นถิ่นเขมร ดำรงชีวิตเรียบง่าย มีความสามัคคี ปรองดอง ชอบการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไหม ได้สืบทอดกันมาแต่โบราณ การเลี้ยงไหมนอกจากจะเป็นการเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกรแล้ว ยังเป็นวัฒนธรรมที่เก่าแก่และดีงามของชาติไทยที่สืบต่อกันมานานอีกด้วย ไม่ว่าเศรษฐกิจของประเทศจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร การพัฒนาการเลี้ยงไหมก็ต้องดำเนินต่อไป

– จากการลงพื้นที่่จังหวัดกระบี่ เพื่อสืบค้นของดีของเด่น จาก 14 ชุมชนในเทศบาลเมือง พบว่า ชุมชนมีกลุ่มสินค้า หลากหลายประเภทของผลิตภัณฑ์ เช่น กระเป๋าผ้าและพวงกุญแจที่ทำจากเศษผ้า กระเป๋าไข่มุกและสร้อยคอไข่มุก ผ้าปาเต๊ะ และมีกลุ่มสินค้าประเภทวัตถุดิบ คือ ตะไคร้ ขมิ้นขาว และยอดกาหยี ชุมชน ทุ่งโหลง ปูดำไข่ มะเขือ หอยกัน และลูกจากอ่อน มีกิจกรรม คือ นวด อบสมุนไพร การล่องเรือในหนองทะเลด้วยเรือที่ชุมชนบ้านหนองทะเลทำขึ้นโดยร่องเรือชมทิวทัศน์ที่มีความงาม และได้เรียนรู้ชีวิตรอบๆหนองทะเล และหนึ่งในผลผลิตทางการเกษตรของชุมชนหนองทะเล จังหวัดกระบี่ คือสับปะรดจึงมีการนำใยสับปะรดไปทำเป็ กระดาษใยสับปะรด และทำผลิตภัณฑ์ที่ทำจากใยสับปะรดออกจำหน่ายเพื่อหารายได้เข้าชุมชน

ผลการวิจัยจากการลงพื้นที่เพื่อการร้อยเรียงและออกแบบ

ขั้นตอนนี้เป็นการทดลองทำค่ายสร้างสรรค์ธุรกิจเพื่อชุมชน เป็นการลงพื้นที่เพื่อทำการร้อยเรียงให้เกิดเรื่องราว แนวทางที่น่าสนใจและออกแบบ สร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เกิดคุณค่าที่น่าสนใจต่อนักท่องเที่ยวทั้งจากภายในและนักท่องเที่ยวจากภายนอกพื้นที่ จากของดีของเด่นที่รวบรวมไว้ในการลงพื้นที่ครั้งแรก โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้กระบวนการคิดสร้างสรรค์ธุรกิจจากฐานราก , เพื่อนำเสนอแนวทางในการประยุกต์แนวคิดการออกแบบธุรกิจ, เพื่อทดลองสร้างต้นแบบ(prototype) แนวคิดกิจการที่กำเนิดมาจากการทำงานร่วมกันกับชุมชนและความเข้าใจที่มาของชุมชนอย่างลึกซึ้ง, เพื่อนำแนวคิดมาพัฒนาเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์เพื่อต่อยอดทางธุรกิจ ค่ายสร้างสรรค์ธุรกิจเพื่อชุมชน มีกำหนดการและขั้นตอนการทำงาน ดังนี้ 1. ผู้ร่วมค่าย รับโจทย์เพื่อสืบค้นข้อมูล ของดี ของเด่นและ เรื่องราวของชุมชนจากข้อมูลในCommunity Asset Board โดยให้เลือกของดีของเด่นมาคนละ 1 อย่าง

2. ให้ผู้ร่วมค่ายทำกิจกรรม 60 seconds Pitching ขายให้โดนภายใน 1 นาที โดยให้นำของ ดีของเด่นจากชุมชนที่เลือกมานำเสนอ

3. ผู้ร่วมค่ายเลือกโครงการจาก กิจกรรม 60 seconds ที่ตนสนใจ แล้วร่วมกลุ่มเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากของดีของเด่นที่เลือกมา โดยใช้แนวคิด ทำให้ดี ทำให้เด่น ทำให้ดัง (3S Model) โดยมีmentor ซึ่งเป็นยุวนักวิจัย ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขา จากคณะ ศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ให้คำแนะนำ

4. นำเสนอโครงการภายใน 2 นาที (120 seconds Pitching) และรับฟังข้อเสนอแนะจาก Mentor และ 5. ผู้ร่วมค่ายทุกกลุ่มออกแบบ Business Model

ผลงานจากค่ายสร้างสรรค์ธุรกิจชุมชน

– ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากของดีของเด่นจังหวัดบุรีรัมย์ คือ ไอศครีมแบรนด์ทาเจีย(TAJEA)ที่มีรสชาติ
เผ็ดร้อนแบบสมุนไพร เนื่องจากสมุนไพรต่าง ๆ ที่ขึ้นตามฤดูกาล ของบ้านสนวนนอกและบ้านเจริญสุขส่วนใหญ่มีรสชาติเผ็ดร้อน จึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะลองทำไอศครีมที่มีรสชาติเผ็ดร้อนแบบสมุนไพร โดยบรรจุภัณฑ์ได้มาจากผลิตภัณฑ์จักสานบ้านสนวนนอก

อีกตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากของดีของเด่นของบุรีรัมย์ คือ เสื้อผ้าแบรนด์ Puka ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีส้มของผ้าภูอัคนี สู่ความเชื่อว่าผ้าไทยสามารถออกสู่ตลาดสากลได้ ทำให้เกิดการขึ้นแบรนด์ Puka ที่ต้องการนำผ้าไหมของบุรีรัมย์ มาตัดเย็บในรูปแบบ Huate Couture หรือการตัดเย็บแบบเสื้อผ้าชั้นสูง

– ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากของดีของเด่นจังหวัดกระบี่ คือ ผลิตภัณฑ์กระดาษใยสัปปะรด แบรนด์เยื่อ
ใย(Yeuayai) จากบ้านหนองทะเล เป็นกระดาษที่สามารถนำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ ต้องแต่งบ้านและ Backdrop ในงาน event ต่าง ๆ และ กล่องข้าวชุมชน แบรนด์ CHAN-CE โดยการใช้วัตุดิบจากชุมชนตามฤดูกาลจากทุกชุมชนใส่ลงในกล่องแบบพกพาได้

เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยคุณค่ากับทิศทางของ Thailand 4.0

การที่ชุมชนถูกปลูกฝังมาให้มีความภาคภูมิใจในคุณค่าของตน ต้องอนุรักษ์รักษาวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ท้องถิ่น และนำเสนอเผยแพร่ในรูปแบบที่เป็นของแท้และดั้งเดิมที่ถูกต้องตามแบบฉบับเท่านั้น ได้กลายเป็น ความท้าทายที่พบมากที่สุดในการทำการทดลองเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชนทำให้ ชุมชนผลิตสินค้าและประกอบธุรกิจในแบบเดิม ๆ ผลิตบนพื้นฐานปัจจัยการผลิตและความชำนาญที่ตนมีอยู่ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของชุมชนส่วนใหญ่ในประเทศไทยจึงมักเป็นผลิตภัณฑ์อาหารพื้นบ้านและของที่ระลึกที่มีรูปแบบที่ไม่มีความหลากหลาย จากผลการศึกษาพบว่า “การเปลี่ยนแปลง”เป็นสิ่งจำเป็น ในการที่ชุมชนจะสร้างมูลค่าเพิ่ม(Value Creation) ให้ทรัพยากร เพราะการเปลี่ยนแปลงคือการลงทุนซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่า

จากการออกแบบผลิตภัณฑ์ในการทดลองวิจัยครั้งนี้พบว่า นอกจากจะนำเอาของดีของเด่นของชุมชน มาใช้ ยังนำเอาเรื่องราวของชุมชนร้อยเรียงมาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนถึง คุณค่าของชุมชนผ่านวัตถุดิบ เรื่องเล่า งานหัตถกรรมได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งผลจากการทดลองในโครงการนี้ คือรูปแบบในการเพิ่มมูลค่าสินค้า ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ นวัตกรรม เพื่อการสร้างเครื่องมือให้ผู้ประกอบการเพื่อนำสินค้าชุมชนไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ โดยความร่วมมือของชุมชน คนจากภายนอก และการประสานโดยทีมนักวิจัยทำให้สามารถทดลองลงมือออกแบบทำผลงานต้นแบบ (Prototype) ผลิตภัณฑ์ที่มาจากของดีของเด่นของชุมชนออกมาได้อย่างหลากหลาย

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “นวัตกรรมและแนวคิดสร้างสรรค์จากเยาวชนเพื่อประสบการณ์การท่องเที่ยวสู่เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยคุณค่า”

หัวหน้าโครงการ : พรรณี พิมาพันธุ์ศรี
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง ไพรินทร์ ตันติวิชยานนท์
กราฟิก ไพรินทร์ ตันติวิชยานนท์
00:00
00:00
Empty Playlist