web_01

การใช้ประโยชน์จากเส้นทาง R3A เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคท่องเที่ยวของไทย

นโยบายการเชื่อมต่อกับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และการกำหนดให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาคประกอบกับประสบการณ์การตลาดด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยซึ่งมีเกือบศตวรรษ แผนการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ปรากฏอยู่ทั้งในระดับชาติ ระดับหน่วยงาน และระดับท้องถิ่น ได้ส่งเสริมให้เส้นทาง R3A* ซึ่งเป็นเส้นทางที่ระยะทางที่สั้นที่สุดและสะดวกที่สุดที่เข้าสู่ประเทศไทยกลายเป็นเส้นทางที่ชาวจีนยุคใหม่ให้ใช้เพื่อแสวงหาประสบการณ์การท่องเที่ยวในต่างประเทศในรูปแบบของทัวร์คาราวาน อย่างไรก็ตาม แผนการพัฒนาของไทยนั้น ไม่ได้มีการมองให้ครบทั้งโซ่อุปทาน จึงทำให้ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ที่เกิดจากการท่องเที่ยวนั้น ไม่ได้อยู่ในมือของผู้ประกอบการไทย และส่งผลกระทบเชิงลบกับชุมชนในพื้นที่อย่างมาก

*เส้นทาง R3A (Road 3 Asia) เป็นเส้นทางตามแนวระเบียงเศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้ (North South Economic Corridor) ภายใต้กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ าโขง (Greater Mekong Sub-region) เชื่อมการขนส่งทางบกระหว่างนครคุนหมิง มณฑลยูนนานของจีน กับกรุงเทพมหานครของไทย ผ่านสาม ประเทศคือ จีน-สปป. ลาว-ไทย ถึงแม้ เส้นทาง R3A ได้เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551

โครงการ “บทเรียนการใช้ประโยชน์ระเบียงเศรษฐกิจเพื่อการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน : กรณีเส้นทาง R3A” จึงเกิดขึ้นเพื่อให้มี แผนงานวิจัย ประเมินประสบการณ์การใช้ประโยชน์จากเส้นทาง R3A เพื่อถอดเป็นบทเรียนและข้อมูล ประกอบการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่อไป

ความท้าทายของไทยด้านการท่องเที่ยวบนเส้นทาง R3A

การใช้ประโยชน์จากเส้นทาง R3A ด้านการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน พบว่ามีความท้าทายในหลายด้าน ทั้งด้านกฎระเบียบ ด้านยุทธศาสตร์ และความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ

1. การพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนลาว – จีน การพัฒนาเขตเศรษฐกิจเฉพาะบ่อเต็นแดนงาม (Boten Beautiful Land Specific Economic Zone) ที่ชายแดนลาว – จีนในแขวงหลวงน้ำทา ซึ่งเอกชนจีนได้รับสัมปทานจากรัฐบาลลาวในการพัฒนาให้ เป็นเขตเศรษฐกิจเพื่อการขนส่งและโลจิสติกส์และการท่องเที่ยวเป็นเวลา 90 ปี เขตเศรษฐกิจนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ 20 ตารางกิโลเมตร ในด้านการท่องเที่ยวประกอบด้วยโรมแรมระดับ 5 ดาว รีสอร์ท สนามกอล์ฟ แหล่ง ท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรม และห้างสรรพสินค้า เขตเศรษฐกิจเฉพาะบ่อเต็นแดนงามนับเป็นสิ่งท้าทายที่สุด สำหรับการท่องเที่ยวบนเส้นทาง R3A

2. การพัฒนารถไฟสายบ่อเต็น – นาเตย – หลวงพระบาง – เวียงจันทน์ การพัฒนารถไฟสายนี้มีผลกระทบอย่างมากทั้งรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวและเส้นทางการ ท่องเที่ยว ตัวอย่างเช่น การเดินทางไปยังหลวงพระบางซึ่งตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันนิยมเดินทางทางแม่น้ำโขง โดยลงเรือที่เมืองห้วยทรายซึ่งต้องใช้เวลา 2 วันจึงจะถึงเมืองหลวงพระบาง เนื่องจากระหว่างทางต้องพักค้างคืนที่ ปากแบ่ง 1 คืน แต่การเดินทางโดยรถไฟสามารถเดินทางจากบ่อเต็นถึงหลวงพระบางได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง รถไฟสายนี้มีแนวโน้มช่วยให้การท่องเที่ยวในหลวงพระบางได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น

3. การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมคู่ขนานกับเส้นทาง R3A โครงข่ายคมนาคมที่จีนพัฒนาควบคู่กับเส้นทาง R3A ได้แก่ มอเตอร์เวย์ และเส้นทางแม่น้ำโขง โครงการพัฒนามอเตอร์เวย์ เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่จีนได้รับสัมปทานก่อสร้างและเก็บค่าผ่านทางจาก สปป. ลาว เป็นผลมาจากเส้นทาง R3A มีสภาพคดเคี้ยว อีกทั้งอยู่ในสภาพทรุดโทรม เนื่องจากลาวมีงบประมาณในการบำรุงรักษาจำกัด ประกอบกับเป็นเส้นทางนี้ใช้ขนส่งสินค้าจากจีนเข้าสู่ลาวและไทยจึงทำให้ไม่ปลอดภัยและเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง เส้นทางมอเตอร์เวย์จะตัดตรงโดยการเจาะอุโมงค์ผ่านภูเขาทำให้ย่นระยะทางจากบ่อเต็นถึงเชียงของจาก 243 กิโลเมตรเหลือเพียง 200 กิโลเมตรและใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมง ในด้านการท่องเที่ยวมอเตอร์เวย์สายนี้จะช่วยให้รถท่องเที่ยวเดินทางถึงภาคเหนือของไทยสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เป็นผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น จึงควรที่ประเทศไทยจะวางแผนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทัวร์คาราวานที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต

4. การใช้เทคโนโลยีในการท่องเที่ยว ในปัจจุบัน เทคโนโลยีมีบทบาทอย่างมากต่อการท่องเที่ยวในทุกขั้นตอน ทำให้นักท่องเที่ยวที่มีลักษณะอิสระ (Foreign Individual Tourism: FIT) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทจัดการท่องเที่ยว ซึ่งลดบทบาทลงตามลำดับ ทั้งนี้เพราะเทคโนโลยีช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถจองพาหนะเดินทาง จองที่พัก ค้นหาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวและเส้นทางเดินทาง ชำระเงินได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อมัคคุเทศก์ ซึ่งเคยเป็นผู้ให้ข้อมูลของแหล่งท่องเที่ยวหมดความสำคัญเนื่องจากนักท่องเที่ยวสามารถหาข้อมูลเองได้จากเว็บไซด์ต่าง ๆ รวมถึงขาดรายได้พิเศษค่านายหน้าจากร้านขายสินค้าและของที่ ระลึก เนื่องจากมีช่องทางการขายสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น

ประเมินสถานการณ์จากการใช้เส้นทาง R3A ด้านการท่องเที่ยวของไทย

การเปิดให้บริการของเส้นทาง R3A มีส่วนทำให้พื้นที่อำเภอเชียงของเป็นเพียง “ทางผ่าน” ของนักท่องเที่ยวและสินค้า ในอดีตนักท่องเที่ยวต่างชาติเคยสามารถเดินทางข้ามพรมแดนระหว่างไทยกับ สปป. ลาวได้ที่ท่าเรือบั๊คในตัวเมืองเชียงของ จะเข้าพำนักที่เมืองเชียงของก่อนที่จะเดินทางข้ามแม่น้ำโขง การที่มีเส้นทาง R3A ซึ่งห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 10 กิโลเมตร พร้อมกับการกำหนดให้การผ่านด่านด้วยหนังสือเดินทางดำเนินการได้ที่สะพานเท่านั้น ไม่สามารถดำเนินการได้ที่ท่าเรือบั๊คในเมืองเชียงของได้ ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวลดลงไปเป็นจำนวนมาก อีกทั้ง ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการท้องถิ่นเคยทำการค้ากับเมืองห้วยทราย สปป. ลาว ผ่านทางเรือ แต่เมื่อมีการเปิดใช้สะพาน การขนส่งสินค้าของพ่อค้าท้องถิ่นจากอำเภอเชียงของไปยังห้วยทราย จำเป็นต้องอ้อมไปใช้สะพานซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมือง 10 กิโลเมตร ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสูงขึ้นกว่าเดิมมาก

การประเมินประโยชน์จากการใช้เส้นทาง R3A เพื่อการท่องเที่ยว พบว่า เนื่องจากเส้นทาง R3A เป็นเส้นทางทางบกที่ใกล้ที่สุดที่เชื่อมต่อไปยังจีนตอนใต้ รวมทั้งยังไม่ไกลจากจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน ประกอบกับความสามารถด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่นิยมขับรถยนต์ส่วนบุคคลเพื่อการท่องเที่ยวหรือทัวร์คาราวาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอำนาจในการใช้จ่ายสูงให้เข้ามาท่องเที่ยวตามเส้นทางนี้เป็นจำนวนมาก

แต่เนื่องจากที่ผ่านมาในระยะแรกของการเปิดใช้เส้นทาง R3A ขาดแนวทางในการกำกับดูแลรถของนักท่องเที่ยว จึงเกิดผลกระทบต่อชุมชนและได้รับการต่อต้านอย่างรุนแรงจนกรมการขนส่งทางบกต้องออกมาตรการที่เข้มงวดกับการนำรถท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย โดยรถท่องเที่ยวที่จะเข้ามายังประเทศไทยต้องผ่านบริษัทจัดการท่องเที่ยวในไทยเท่านั้น อีกทั้งต้องมีการทำใบขับขี่ชั่วคราวทำประกันภัย ตรวจโรค และอบรมเรื่องกฎระเบียบจราจร และทำเรื่องขออนุญาตนำรถเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 15 วัน

ทั้งนี้ บริษัทจัดการท่องเที่ยว ถือว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่การท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นหน่วยที่ติดต่อกับหน่วยท่องเที่ยวของประเทศจีนโดยตรง และเป็นหน่วยงานหลักในการติดต่อประสานงานกับหน่วยต่าง ๆ ภายในประเทศ หากบริษัทจัดการ ท่องเที่ยวในไทยเป็นบริษัทที่ดำเนินโดยการโดยผู้ประกอบการไทย อำนาจการค้าจะอยู่ในมือทุนไทย ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีนจะแทรกตัวเข้ามาในห่วงโซ่ท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ยาก ในทางตรงข้าม หากบริษัทจัดการท่องเที่ยวเป็นของทุนจีน หรือเป็นการท่องเที่ยวที่มีลักษณะอิสระ (Foreign Individual Tourism: FIT) มีโอกาสสูงที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีนจะเข้ามาแทรกแซงในห่วงโซ่การท่องเที่ยวในประเทศไทย กฎระเบียบการนำรถเข้ามาท่องเที่ยวในไทยของกรมการขนส่งทางบก โดยหลักการแล้ว จึงสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่การท่องเที่ยวไทยได้รับผลประโยชน์มากขึ้น และเป็นการป้องกันการเข้ามาแทรกแซงของผู้ประกอบการจีนเข้ามาในห่วงโซ่การท่องเที่ยวไทย

อย่างไรก็ตาม แม้ประกาศของกรมการขนส่งทางบกจะช่วยจัดระเบียบรถท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาตาม เส้นทาง R3A อีกทั้งทำให้ผู้ประกอบการไทยเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ แต่เงื่อนไข ระยะเวลาในการขออนุญาตนำรถเข้ามาในประเทศไทย ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีน ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวทัวร์คาราวานลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เป็นผลจากการแก้ปัญหาที่ขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐซึ่งกำกับดูแลรถท่องเที่ยวกับภาคเอกชนซึ่งประกอบธุรกิจท่องเที่ยว แม้ในปัจจุบัน ไทยควรจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากเส้นทาง R3A ในด้านการท่องเที่ยว แต่ยังมี ช่องว่างด้านกฎหมาย รูปแบบการลงทุน ความพร้อมด้านบุคลากร ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจีนเข้ามาแทรกแซงในห่วงโซ่คุณค่าการท่องเที่ยวได้ในอนาคต

ข้อเสนอเชิงนโยบาย

ข้อเสนอเชิงนโยบายและกลยุทธ์ที่ควรดำเนินการเพื่อให้สังคมไทยได้ประโยชน์มากขึ้นจากการใช้ เส้นทาง R3A เพื่อการท่องเที่ยว ประกอบด้วย 1) การแก้ปัญหาผลกระทบเชิงลบจากนักท่องเที่ยวจีน ด้วยการกำกับดูแลโดยหน่วยงานรัฐอย่างมีประสิทธิภาพและใกล้ชิด 2) การแก้ไขปัญหาความไม่สะดวกในการ ท่องเที่ยวบนเส้นทาง เช่น การประกันภัย เป็นต้น 3) การแก้ไขปัญหาการควบคุมห่วงโซ่การท่องเที่ยว โดย ภาครัฐต้องสร้างศักยภาพให้กับผู้ประกอบการไทย ทั้งทักษะการบริหารจัดการและการควบคุมดูแลรถใน ปริมาณมาก 4) การพัฒนาการท่องเที่ยวแบบคาราวาน โดยจัดตั้งสมาคมสำหรับการท่องเที่ยวแบบคาราวานบูรณาการร่วมกับการขนส่งในพื้นที่

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “บทเรียนการใช้ประโยชน์ระเบียงเศรษฐกิจเพื่อการสร้าง ขีดความสามารถในการแข่งขัน : กรณีเส้นทาง R3A”

หัวหน้าโครงการ : สมพงษ์ ศิริโสภณศลิป์
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง คณพศ ภูวบริรักษ์
กราฟิก ณปภัช เสโนฤทธิ์
00:00
00:00
Empty Playlist