RC20297 (web)

ความพร้อมด้านบริการเพื่อการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ท้องถิ่นของเมืองรอง

ข้อมูลจาก Travel Trend Report 2013 ของบริษัท Kuoni ของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่าประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวชาวยุโรป เห็นได้จาก 10 อันดับของประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว โดยเมื่อปี พ.ศ. 2555 และ พ.ศ. 2556 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 2 รองจากมัลดีฟส์ จากสถิติการจองการเดินทางท่องเที่ยวในปี พ.ศ. 2555 ที่ผ่านมา ประเทศไทยยังคงดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น เช่น กลุ่มครอบครัวจากสแกนดิเนเวีย โดยบริษัทนำเที่ยวจากประเทศยุโรปได้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตและต้องการที่จะขยายการดำเนินงานในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง เช่น ประเทศเวียดนาม

โครงการวิจัยเรื่อง “ศักยภาพและความพร้อมของอุปทานทางการท่องเที่ยวเมืองรองของประเทศไทย ภายใต้โครงการ The LINK” จึงเกิดขึ้น เพื่อศึกษาศักยภาพของสินค้า ความพร้อมการบริการทางการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ท้องถิ่นของเมืองรองภายใต้โครงการ The LINK

ศักยภาพของสินค้า และความพร้อมด้านบริการเพื่อการท่องเที่ยวของเมืองรอง

จังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการสร้างประสบการณ์ท้องถิ่นระดับสูง และมีความพร้อมในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวระดับสูง ได้แก่ 1) สุโขทัย ได้แก่ โครงการเกษตรอินทรีย์สนามบินสุโขทัย บ้านนาต้นจั่น รวมถึงพระพิมพ์ ร้านสุนทรีผ้าไทย และถนนสังคโลก 2) ตรัง ได้แก่ บ้านน้ำราบ 3) นครศรีธรรมราช ได้แก่ พิพิธภัณฑ์หนังตะลุง (บ้านหนังตะลุงสุชาติ ทรัพย์สิน) 4) สมุทรสงคราม ได้แก่ บ้านริมคลอง 5) ตราด ได้แก่ บ้านสลักคอก 6) ชุมพร ได้แก่ ก้องวัลเล่ย์

ในขณะที่จังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการสร้างประสบการณ์ท้องถิ่นระดับสูง และมีความพร้อมในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวระดับปานกลาง ได้แก่ 1) แม่ฮ่องสอน ได้แก่ บ้านเมืองแพม และเมืองปอน 2) เลย บ้านนาป่าหนาด 3) บ้านทะเลนอก จังหวัดพังงา และจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการสร้างประสบการณ์ท้องถิ่น ระดับปานกลาง และมีความพร้อมในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวระดับสูง คือ เพชรบุรี ได้แก่ พระนครคีรีและพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

อุปทานการท่องเที่ยวด้านอื่น ๆ นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยว พบว่าทุกจังหวัดมีศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยวประสบการณ์ท้องถิ่น แต่พบความไม่พร้อมในหลายประเด็น โดยมีแนวทางในการพัฒนาประเด็นหลัก ได้แก่ 1) การขนส่ง – การเชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะ การให้ข้อมูลการขนส่งที่เป็นปัจจุบันและให้บริการข้อมูลแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One-stop service) ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น สื่อสังคมออนไลน์ โซเชียลมีเดีย แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน 2) ที่พัก – การปรับปรุงเรื่องความสะอาด ให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ในสภาพดี 3) ร้านอาหาร – การปรับปรุงเรื่องความสะอาด ให้บริการเมนูภาพและเมนูภาษาต่างประเทศ 4) ของที่ระลึก – ปรับเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติและออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง (DIY) 5) บริษัททัวร์ท้องถิ่น – นำเสนอเส้นทางประสบการณ์ ท้องถิ่นใหม่ ๆ พัฒนาทักษะบุคลากรในการใช้ภาษาต่างประเทศ 6) การให้ข้อมูลการท่องเที่ยว – ใช้การเขียนบล็อกเป็นภาษาต่างประเทศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และบล็อกด้านการท่องเที่ยว โดยเนื้อหาเน้นการเข้าถึงประสบการณ์ท้องถิ่น

ความเป็นไปได้ในการพัฒนาสู่แหล่งท่องเที่ยวที่เสริมสร้างประสบการณ์ท้องถิ่น พบว่า แหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการสร้างประสบการณ์ท้องถิ่นระดับปานกลาง-สูง มีความเป็นไปได้ในการพัฒนาสู่แหล่งท่องเที่ยวที่เสริมสร้างประสบการณ์ท้องถิ่น โดยแหล่งท่องเที่ยวมีลักษณะ 2 ประการ ได้แก่ 1) ทรัพยากรวัฒนธรรม และ/หรือ กิจกรรมการท่องเที่ยว ที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความเป็นพื้นถิ่นหรือวิถีชีวิตของท้องถิ่น 2) กิจกรรมการท่องเที่ยวมีระดับความลึกของประสบการณ์ตั้งแต่ การชม การฟังเรื่องเล่าสื่อ ความหมาย การสื่อความด้วยวิธีอื่น ๆ พร้อมกับการฟังเรื่องเล่าสื่อความหมาย เช่น การสวมใส่เสื้อผ้าพื้นเมือง และการลงมือทำกิจกรรม

อย่างไรก็ตาม พบว่าแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งที่เน้นการรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนักศึกษาดูงาน ได้ทำให้เกิดความขัดแย้งด้านประสบการณ์การท่องเที่ยวระหว่างนักท่องเที่ยวกลุ่มศึกษาดูงานที่ท่องเที่ยวด้วยกลุ่มคนจำนวนมากกับนักท่องเที่ยวกลุ่มที่แสวงหาประสบการณ์ท้องถิ่นที่เป็นนักท่องเที่ยวแบบอิสระ (FIT) ที่ท่องเที่ยวด้วยกลุ่มเล็ก และต้องการแสวงหาประสบการณ์ท้องถิ่น ความเป็นไปได้ในการพัฒนาจึงจำเป็นต้องพิจารณาถึงความต้องการหรือเป้าหมายหลักของแหล่งท่องเที่ยวในการจัดการการท่องเที่ยว และประเด็นนี้สามารถแก้ปัญหาโดยการแยกรอบในการเยี่ยมชมระหว่างนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่ม

กรณีของแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการสร้างประสบการณ์ท้องถิ่นระดับต่ำ มีความเป็นไปได้ในการพัฒนาสู่แหล่งท่องเที่ยวประสบการณ์ท้องถิ่น แต่จำเป็นต้องมีการพัฒนาการเล่าเรื่องเพื่อสื่อความหมาย และการนำเสนอกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นได้

กรณีของแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการสร้างประสบการณ์ท้องถิ่นระดับต่ำมาก/แทบไม่พบ เพราะ ไม่พบทรัพยากรวัฒนธรรม และ/หรือกิจกรรมการท่องเที่ยว ที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความเป็นพื้นถิ่นหรือวิถีชีวิตของท้องถิ่น จึงไม่เหมาะแก่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวประสบการณ์ท้องถิ่น

นอกจากนี้ ยังต้องพิจาณาถึงความสามารถในการบริหารจัดการการท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวที่มีความพร้อมด้านการบริหารจัดการน้อย ควรมีการทบทวนการบริหารจัดการการท่องเที่ยว หรือรอเวลาให้แหล่งท่องเที่ยวมีความพร้อมด้านการบริหารจัดการมากขึ้นก่อนการเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เสริมสร้างประสบการณ์ท้องถิ่น

ตัวอย่างของแหล่งท่องเที่ยวที่มีความพร้อมในการบริหารจัดการน้อย ได้แก่ 1) สถานที่ต้องได้รับการปรับปรุงสภาพ สิ่งอำนวยความสะดวกชำรุด เนื่องจากขาดแคลนเงินทุนในการซ่อมแซมบูรณะสถานที่ 2) การขาดพี่เลี้ยงชุมชนหรือการขาดการบูรณาการในการให้ความช่วยเหลือของภาครัฐ ทำให้ชุมชนขาดทิศทางในการจัดการวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยวที่เหมาะสม

ข้อเสนอแนะต่อการยกระดับคุณค่าของการท่องเที่ยวประสบการณ์ท้องถิ่น

(1) การร้อยเรียงหรือคัดเลือกสถานที่ท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยว อุปทานการท่องเที่ยวอื่น ๆ เช่น ที่พัก อาหาร ฯลฯ ให้สามารถเล่าเรื่องราวของท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ (2) ควรค้นหาแก่นแท้ของแบรนด์ (Brand DNA) หรือ คุณค่าทางอารมณ์ ที่แสดงถึงตัวตนของการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยว/ชุมชน และสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ ให้มีความลึกซึ้งละเมียดละไม ผ่านเรื่องเล่า กิจกรรมการท่องเที่ยว การแต่งกาย ผลิตภัณฑ์ ท้องถิ่นที่จำเป็นจะต้องตอบว่า ผลิตภัณฑ์ในชุมชนของตนเองต่างกับผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันในชุมชนอื่นอย่างไร เช่น ผ้าทอในพื้นที่ต่าง ๆ (3) สร้างสรรค์กิจกรรมการท่องเที่ยวประสบการณ์ท้องถิ่นที่เปิดโอกาสให้นักเที่ยวได้ สัมผัส เรียนรู้ และลงมือทำ เช่น การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การท่องเที่ยวเชิงเกษตร กิจกรรมงานศิลปะ งานฝีมือ กิจกรรมที่ทำโดยตัวนักท่องเที่ยวเอง (DIY) (4) การจับคู่ประเภทธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างชุมชนที่ยังขาดความพร้อมกับผู้ประกอบการนำเที่ยวที่มีความเข้าใจบริบทของชุมชน และให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ชุมชนทำงานร่วมกับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ด้วยความเคารพชุมชน (5) ภาครัฐควรเป็นพี่เลี้ยงในการให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจเรื่อง ผลกระทบการท่องเที่ยวต่อชุมชน ให้ความรู้ด้านต่าง ๆ ที่จำเป็นโดยคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน เช่น การทำการตลาด และทักษะในการสื่อสารภาษาต่างประเทศ

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัยเรื่อง “ศักยภาพและความพร้อมของอุปทานทางการท่องเที่ยวเมืองรองของประเทศไทย ภายใต้โครงการ The LINK”

หัวหน้าโครงการ : อาจารย์จิรัชญา โชติโสภานนท์
สนับสนุนโดย : เครือข่ายบริหารองค์กรงานวิจัยแห่งชาติ (ศอบช.) และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง : คณพศ ภูวบริรักษ์         
กราฟิก : ณปภัช เสโนฤทธิ์     
พิสูจน์อักษรและตรวจทาน : กัณณพิชญ์ชา แก้ววิลัย
00:00
00:00
Empty Playlist