messageImage_1626996937782

อาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามชาติ

อาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามชาติ เป็นปัญหาที่กำลังน่าจับตามองมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นปัญหาที่กระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศและผู้คนในวงกว้าง อีกทั้งในการดำเนินคดีต่อผู้ก่ออาชญากรรม ตลอดจนการหาพยานหลักฐานมาผูกมัดผู้กระทำผิดก็ทำได้ยากมากกว่าอาชญากรรมธรรมดา ฉะนั้นในบทความนี้จึงจะพาไปรู้จักกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามชาติ ว่ามีความหมายและลักษณะอย่างไร รวมถึงตัวอย่างอาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามชาติ เพื่อให้รู้เท่าทันและไม่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามชาตินั้นเอง

ความหมายของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามชาติ

อาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามชาติ คืออาชญากรรมประเภทที่เข้าข่ายทั้งอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและอาชญากรรมข้ามชาติ ดังนั้นการจะอธิบายความหมายของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามชาติ จะต้องอธิบายความหมายของคำว่าอาชญากรรมข้ามชาติ และอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเสียก่อน

ความหมายของคำว่าอาชญากรรมข้ามชาติ สามารถดูได้จากอนุสัญญาอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร ค.ศ. 2000 ที่ได้มีการให้ความหมายของคำว่าองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ว่าจะต้องความผิดที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ อย่างแรก คือความผิดที่กระทำในเขตแดนของรัฐมากกว่า 1 รัฐ อย่างที่สอง คือ ความผิดที่กระทำในรัฐหนึ่ง แต่การตระเตรียม การวางแผน การสั่งการ การสนับสนุน หรือการควบคุมการกระทำผิดได้กระทำในอีกรัฐหนึ่ง อย่างที่สาม คือความผิดที่กระทำในรัฐหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมที่มีการกระทำผิดมากกว่า 1 รัฐ และอย่างสุดท้าย คือความผิดที่กระทำในรัฐหนึ่ง แต่ผลของการกระทำที่สำคัญเกิดขึ้นในอีกรัฐหนึ่ง หมายความว่าหากมีอาชญากรรมใด ที่เข้าค่ายตามลักษณะ 4 อย่างที่ระบุมาข้างต้น แม้เพียงอย่างเดียว ก็จะถือว่าอาชญากรรมนั้น เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ

ส่วนความหมายของคำว่าอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ คือการกระทำความผิดโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งผลกำไรหรือผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยเป็นการกระทำความผิดต่อกฎหมายที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจและพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ จะเห็นได้ว่าอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเกิดจากการที่ผู้กระทำผิดมีแรงจูงใจทางด้านผลประโยชน์และด้านการเงิน ซึ่งในบางครั้งผู้กระผิดก็เป็นผู้มีความรู้ ฐานะ ชื่อเสียง และได้รับความไว้วางใจจากสังคม โดยอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่พบบ่อยที่สุดในปัจจุบันก็คือ การบิดเบือนบัญชีการเงินของห้างหุ้นส่วนบริษัทต่าง ๆ การโยกย้ายถ่ายเทในการแลกเปลี่ยนสินค้าในวงการธุรกิจการใช้อิทธิพลทางการเงินโน้มน้าวให้มีการออกกฎหมายเพื่อให้ตนเองหรือกลุ่มของตนได้รับผลประโยชน์ การเสนอข้อที่เป็นเท็จในการโฆษณา การคดโกงเครื่องชั่ง เครื่องวัด การหลีกเลี่ยงภาษี การล้มละลายโดยฉ้อฉล ทั้งนี้เราสามารถแบ่งลักษณะของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้ดังนี้

ข้อแรก เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หรือแฝงเร้นการกระทำผิดกฎหมายไว้ในกิจการที่ถูกกฎหมาย ซึ่งได้รับอนุญาตแล้ว เช่น การค้าของหนีภาษี การประกอบธุรกิจแชร์และแชร์ลูกโซ่ ข้อสอง มีวิธีการปกปิดความผิดและพยายามทำลายหลักฐาน ข้อสาม ผู้ถูกกระทำไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกกระทำหรือตกเป็นเหยื่อ กว่าจะรู้ตัวก็เกิดความเสียหายขึ้นแล้ว ข้อสี่ ผู้กระทำมีความรู้ความชำนาญอย่างดี ข้อห้า มักกระทำโดยผู้มีอำนาจ บารมี ผู้ทรงอิทธิพล หรือผู้มีอำนาจทางการเมือง ข้อหก เป็นการดำเนินการโดยคนหลายกลุ่มรวม รวมทั้งมีประชาชนเข้ามาร่วมทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัวจนเชื่อมโยงกันเป็นขบวนการระดับท้องถิ่นและระดับชาติ อีกทั้งมีแนวโน้มจะรวมตัวเป็นองค์กรอาชญากรรมและขยายตัวเป็นอาชญากรรมข้ามชาติต่อไป และข้อสุดท้าย คือมีลักษณะเป็นอันตรายต่อความผาสุกและสวัสดิภาพของประชาชน ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมากกว่าอาชญากรรมธรรมดา และมีจำนวนผู้เสียหายในแต่ละครั้งเป็นจำนวนมาก ทั้งหมดเหล่านี้คือลักษณะของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

องค์กรอาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามชาติ

ปัจจุบันการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่เป็นเหยื่อจำนวนมากมักจะไม่กระทำโดยอาชญากรแต่เพียงผู้เดียว แต่จะกระทำโดยบุคคลหลายคน หลายฝ่าย และมักจะมีการดำเนินการอย่างมีแบบแผน มีการแบ่งหน้าที่ มีหัวหน้าและการดำเนินงานเป็นขั้นเป็นตอน และที่สำคัญคือองค์กรอาชญากรรมเหล่านี้ก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มรูปแบบและวิธีการหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อและยินยอมมอบเงินหรือทรัพย์สินให้แก่องค์กรอาชญากรรมที่นับวันจะยิ่งมีความสลับซับซ้อนมากขึ้นทุกวัน

สำหรับการรับมือกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2556 ประเทศไทยได้มีกฎหมายที่ใช้บังคับต่อองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ คือ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 ซึ่งในมาตรา 3 ของกฎหมายฉบับดังกล่าวบัญญัติความหมายขององค์กรอาชญากรรม ให้ความหมายว่า “คณะบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปที่รวมตัวกันในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และร่วมกันกระทำการใด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงและเพื่อได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางการเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์ทางวัตถุอย่างอื่น ไม่ว่าจะโดยทางตรง หรือทางอ้อม”

กรณีตัวอย่างอาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามชาติ “แชร์ลูกโซ่ยูฟัน”

หลังจากที่ได้รู้จักกับความหมายของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามชาติ ในบทความนี้จะขอนำเสนอตัวอย่างคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามชาติที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นภาพของการก่ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามชาติ โดยจะขอยกกรณี “แชร์ลูกโซ่ยูฟัน” เป็นกรณีตัวอย่าง

แชร์ลูกโซ่เป็นวิธีการเล่นกับเงินประเภทหนึ่ง ที่อาจเกิดจากการร่วมหุ้นในบรรดาหุ้นส่วน มีการนำเงินมารวมกันเพื่อดำเนินกิจการให้งอกเงย แต่ในบางกรณีที่มีการชักชวนผู้อื่นให้เข้ามาร่วมดำเนินกิจการด้วย หากมีผู้สนใจร่วมลงทุนร่วมกิจการ ก็จะนำเงินของผู้ร่วมลงทุนรายใหม่มาแจกจ่ายให้กับหุ้นส่วนหรือผู้ร่วมลงทุนรายก่อน ดังนั้น ผู้ที่เพิ่งเริ่มลงทุนไปก็จะต้องหาผู้สนใจร่วมลงทุนรายใหม่อีก เพื่อที่ตนจะได้รับผลตอบแทน มีลักษณะเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ เปรียบเสมือนลูกโซ่ ที่ดึงดูดให้ผู้ที่อยากจะได้รับเงินค่าตอบแทนในอัตราที่น่าสนใจ

อาชญากรรมแชร์ลูกโซ่ยูฟัน เริ่มจากบริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด ได้ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรงต่อคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรงเพื่อที่จะจำหน่ายสินค้า แต่เมื่อได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ประกอบธุรกิจขายตรงแล้ว กลับไม่ได้ดำเนินการตามแผนการจ่ายผลตอบแทนที่ได้ยื่นไว้ต่อนายทะเบียน แต่ดันดำเนินกิจการในลักษณะที่หลอกชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจ โดยหลอกว่าจะให้ผลตอบแทนจากการหาสมาชิกเข้าร่วมเครือข่าย ซึ่งมีวิธีการหลอกชักชวนให้ผู้คนนำเงินมาร่วมลงทุนหลายวิธี ทั้งผ่านการประกาศโฆษณาทางเว็ปไซด์ของบริษัทฯ และการจัดการบรรยายตามสถานที่ต่าง ๆ หลายครั้ง มีการใช้วิทยาการหลายคนมาร่วมบรรยาย หลอกล่อด้วยการอธิบายแนะนำการดำเนินกิจการของบริษัทว่ามีความมั่นคง และผลประโยชน์รวมถึงความก้าวหน้าต่าง ๆ อีกทั้งยังมีการใช้ตัวแลกเปลี่ยนที่เรียกว่า U TOKENS เพื่อเอาไว้ซื้อขายระหว่างสมาชิก โดยการที่จะได้ U TOKENS นั้นจะได้ต่อเมื่อสมัครเป็นสมาชิกซื้อแพ็คเกจต่าง ๆ เป็นต้น

กระบวนการอาชญากรรมแชร์ลูกโซ่ยูฟันนี้ ถือเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามชาติ เพราะว่ามีชาวมาเลเซียเป็นผู้บงการ และมี Nominee คนไทยเป็นผู้ดำเนินการแทน ซึ่งเมื่อเงินของเหยื่อถูกโอนมาเข้าบัญชีของบริษัทแล้ว แก๊งคนร้ายก็จะสั่งจ่ายเช็คจำนวนหลายฉบับโอนเงินออกจากบัญชี โดยมีมูลค่าสั่งจ่ายแต่ละครั้งไม่เกินสองล้านบาท (เพื่อที่จะไม่ต้องทำรายงานธุรกรรมเกินกว่าสองล้านบาท เป็นวิธีในการหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบจากสำนักงานปปง.) จากนั้นจะมีการถอนเงินตามเช็คแล้วขนเงินสดข้ามแดน การกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้มีผู้หลงเชื่อนำเงินไปร่วมลงทุนกับบริษัท ยูฟันฯ เป็นจำนวนมากมาย และมีผู้เสียหายมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ ประมาณ 2,000 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 340 ล้านบาทเศษ

เบื้องต้นการกระทำของบริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด กับพวกดังกล่าวนั้น เป็นความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ประกอบธุรกิจขายตรงไม่เป็นไปตามแผนการจ่ายผลตอบแทนของตนที่ยื่นต่อนายทะเบียน, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ อันเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527, ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 ประกอบมาตรา 83, พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการ “การศึกษา วิเคราะห์และแนวทางในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในมิติกฎหมายของประเทศในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก – ตะวันตก, เหนือ – ใต้ (EWEC – NSEC – SEC)”

หัวหน้าโครงการ : รองศาสตราจารย์ ดร.ลาวัณย์ ถนัดศิลปกุล
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง ธนภัทร ทองสอน
กราฟิค ภาสินี ศิริปิ่น
ตรวจภาษาและความถูกต้อง สุดารัตน์ จิตเพียรธรรม
00:00
00:00
Empty Playlist