RC20329- 1

การเคลื่อนย้ายผู้ค้าบริการทางเพศระหว่างอาเซียน

แม้ว่าการค้าบริการทางเพศจะเป็นอาชีพที่เก่าแก่อาชีพหนึ่งของโลกและไม่ใช่สิ่งผิดแต่อย่างใดในยุคนั้น โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากพิธีกรรมทางศาสนาและปรับเปลี่ยนเป็นเรื่องของการสะสมทุนเพื่อการสมรส แต่ต่อมาเกิดระบอบการปกครองแบบพ่อปกครองลูกที่ผู้ชายเป็นใหญ่ จึงเกิดวาทะกรรม “หญิงชั่ว” ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการจำกัดกิจกรรมทางเพศของผู้หญิงและสร้างตราบาปให้กับผู้หญิงที่สำส่อน ทำให้การค้าบริการทางเพศกลับไม่ได้รับการยอมรับเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

ในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าเกือบทุกสังคมมีตลาดการค้าบริการทางเพศมาโดยตลอด ทั้งรูปแบบที่ปกปิดและโจ่งแจ้ง ซึ่งจากกระแสโลกาภิวัตน์และบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้การค้าบริการทางเพศข้ามชาติมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในหลายประเทศยังคงมีการไม่ยอมรับอาชีพนี้ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งจะอ้างในเรื่องของ ‘’สิทธิสาธารณะ” ที่กังวลว่าจะส่งผลถึงศีลธรรมอันดีของสังคมและทำลายความมั่นคงของสถาบันครอบครัว แต่ก็มีหลายประเทศที่อนุญาตให้มีการค้าบริการทางเพศโดยปัจเจกเท่านั้น โดยมองในเรื่อง “สิทธิส่วนบุคคล” ในการตัดสินใจบนเรือนร่างของตนเอง และมีอีกจำนวนไม่น้อยที่อนุญาตให้มีการค้าบริการทางเพศในรูปแบบองค์กรหรือผ่านการจัดหาได้ โดยกลุ่มนี้อ้างถึงการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพเป็นหลัก ซึ่งแต่ละประเทศก็พิจารณาตามรากฐานความคิดที่ให้ความสำคัญกับมิติสังคมที่แตกต่างกันไป

สถิติการค้าบริการทางเพศในอาเซียน

แม้ว่ากลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้มีการค้าบริการทางเพศ (ยกเว้นสิงคโปร์) แต่กลับพบว่ามีจำนวนผู้ค้าและมูลค่าการค้าบริการทางเพศที่สูงมาก จากการสำรวจผู้ค้าบริการทางเพศภายใต้ความร่วมมือระหว่างสหประชาชาติและภาคีเครือข่าย พบว่าในภูมิภาคนี้ ประเทศฟิลิปปินส์มีจำนวนผู้ค้าบริการสูงที่สุด ประมาณ 450,000 คน รองลงมาคือ อินโดนีเซียและไทย อยู่ที่ 250,000 และ 200,000 คน ตามลำดับ ในขณะที่ HAVOCSCOPE ได้ทำการประมาณการมูลค่าการค้าบริการทางเพศพบว่า ประเทศไทยมีมูลค่าการค้าบริการทางเพศสูงสุดอยู่ที่ 6.4 พันล้านเหรียญ ในขณะที่ประเทศฟิลิปปินส์กลับมีมูลค่าอยู่ที่ 6 พันล้านเหรียญ และอินโดนีเซียอยู่ที่ 2.25 พันล้านเหรียญ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารายได้ต่อหัวของผู้บริการทางเพศในไทยสูงกว่าฟิลิปปินส์มาก

รูปแบบการค้าบริการทางเพศ

ผู้ค้าบริการทางเพศนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ค้าบริการทางเพศที่ไม่สมัครใจ และกลุ่มผู้ค้าบริการทางเพศโดยสมัครใจ หรือที่ UN เรียกว่า ‘ผู้ค้าบริการทางเพศ (Sex Worker)’ โดยนโยบายหรือมาตรการที่ดำเนินการกับผู้ค้าบริการทางเพศกลุ่มนี้ยังเป็นข้อถกเถียงกัน เนื่องจากมีประเด็นของการกดขี่ทางเพศของสังคมทับซ้อนอยู่

โดยในประเทศไทยนั้นพบว่ามีจำนวนกลุ่มที่สองมากกว่ากลุ่มแรกอยู่มาก และมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มแรกที่ไม่สมัครใจก็พบว่ามักเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และเป็นคนต่างด้าวที่มีฐานะยากจน ซึ่งมักจะมาจากประเทศที่มีพรหมแดนติดกับประเทศไทย อย่างไรก็ตามไม่พบการใช้กำลังบังคับขู่เข็ญเหมือนในอดีต แต่มักเป็นการชวนมาทำงานที่ต้องทำงานบริการทางเพศเสริมด้วย ในขณะที่ประเทศที่มีระดับการพัฒนาสูงกว่า ได้แก่ สิงโปร์และมาเลเซีย จะมีสัดส่วนผู้ค้าบริการทางเพศที่สมัครใจมากกว่าไม่สมัครใจ

ปัจจัยการค้าบริการทางเพศ

การค้าบริการทางเพศข้ามชาติถูกพิจารณาว่าเป็นการเคลื่อนย้ายแรงงานรูปแบบหนึ่ง โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายผู้ค้าบริการทางเพศข้ามชาตินั้นเกิดจากองค์ประกอบสำคัญสองส่วน ได้แก่ บริบททางด้านเศรษฐกิจและบริบททางด้านสังคม ที่มีความแตกต่างกันมากในแต่ละประเทศ จึงเป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานทางเพศข้ามชาติในบริบทปัจจุบัน ซึ่งลักษณะการเคลื่อนย้ายในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงการเคลื่อนย้ายของผู้ค้าบริการทางเพศจากประเทศที่มีรายได้ต่ำกว่าไปยังประเทศที่มีรายได้สูงกว่าชัดเจนยิ่งกว่าในอดีตมาก รวมถึงตัวผู้ค้าบริการเองที่มักจะตัดสินใจเคลื่อนย้ายโดยคำนึงถึงรายได้และต้นทุนของการย้ายถิ่นนั้น ๆ ทั้งนี้วิเคราะห์จากมิติของผู้หญิงไทยเท่านั้น โดยพบว่าผู้หญิงไทยส่วนใหญ่จะเลือกทำงานที่สิงคโปร์และมาเลเซีย เนื่องจากมีระดับรายได้ที่สูงกว่า ขณะที่ไม่นิยมไปทำงานที่พม่าหรือลาวเพราะระดับรายได้นั้นต่ำกว่ามาก

เมื่อพิจารณาการเคลื่อนย้ายผู้ค้าบริการทางเพศเปรียบเทียบกับอดีตพบว่า ความเป็นผู้นำเข้า ผู้ค้า และผู้ส่งออกบริการทางเพศแบบครบวงจรของประเทศไทยยังคงดำรงอยู่เหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพียงแต่มีคู่แข่งจากการเดินทางของผู้ค้าโดยตรงมากขึ้น

การเคลื่อนย้ายไปต่างประเทศ

การที่แต่ละประเทศมีรสนิยมความชอบในรูปร่างหน้าตาของผู้หญิง รวมไปจนถึงอายุที่แตกต่างกัน การค้าบริการทางเพศข้ามชาติจะช่วยให้ผู้ค้าสามารถเข้าถึงตลาดที่มีรูปแบบความต้องการรูปร่างหน้าตาและอายุที่ตรงกับตัวเองได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยยืดระยะเวลาการมีงานทำของผู้ค้าให้นานขึ้นด้วย

เนื่องจากปัญหาของการประกอบอาชีพค้าบริการทางเพศที่สำคัญประการหนึ่งคือ การทำงานนี้มักจะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 20-30 ปี ซึ่งการออกจากอาชีพนี้เป็นเรื่องที่ยาก โดยส่วนใหญ่อาจจะผันตัวเองไปเป็นแม่เล้าหรือคนดูแลผู้ค้ารายใหม่ แต่หากต้องการออกวงการก็อาจจะไปเปิดร้านอาหาร หรือบริการต่าง ๆ ซึ่งการค้าบริการทางเพศข้ามชาติจะเปิดโอกาสให้มีตลาดที่กว้างขึ้น ทำให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีโอกาสในการแต่งงานกับชาวต่างชาติหรือหาลู่ทางทำงานปกติที่ต่างประเทศได้อีก

เส้นทางการทำงาน

ผู้ที่ประกอบอาชีพค้าบริการทางเพศทุกรูปแบบมักจะมีรายได้สูงในช่วงอายุ 20-30 ปี จากนั้นรายได้จะมีแนวโน้มที่ลดลงหรือคงที่ ในขณะที่การทำงานด้วยอาชีพปกตินั้นจะมีรายได้ต่ำในช่วงแรก แต่รายได้จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ และสูงขึ้นกว่าหรือเท่ากับการทำงานค้าบริการทางเพศในช่วงหลัง และเมื่อพิจารณารายได้รวมที่แท้จริงตลอดช่วงชีวิตของผู้ค้าบริการทางเพศในทุกกลุ่มระดับการศึกษาพบว่า โดยส่วนใหญ่แล้วรายได้รวมที่แท้จริงตลอดช่วงชีวิตจากการประกอบอาชีพแบบปกติมีแนวโน้มมากกว่าอาชีพค้าบริการทางเพศ แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาเลือกที่จะเดินทางบนเส้นทางอาชีพค้าบริการทางเพศนั้นอาจมาจากรายได้ในระยะสั้นที่ย่อมจูงใจและส่งผลให้พวกเธอเข้ามาสู่เส้นทางอาชีพค้าบริการทางเพศมากกว่า เนื่องจากรายได้ที่แท้จริงในระยะสั้นจากการประกอบอาชีพค้าบริการทางเพศมากกว่าอาชีพปกติอย่างชัดเจน

ดังนั้นเมื่อหญิงสาวเลือกเดินบนเส้นทางอาชีพค้าบริการทางเพศแล้วจึงเปรียบเสมือนเป็นการเสี่ยงโชค เพราะหากต้องการรายได้ที่มากกว่า ผู้ค้าบริการทางเพศจำเป็นต้องหาแหล่งทำกินที่ดีกว่า เช่น การไปขายบริการที่ต่างประเทศ หรือ จำเป็นต้องกลับเข้ามาทำงานแบบปกติในช่วงบั้นปลายของชีวิตเพื่อพยุงรายได้ของตนเองต่อไป

ต้นทุนการค้าบริการทางเพศข้ามชาติ

ในปัจจุบันนี้ต้นทุนของการค้าบริการทางเพศนั้นลดลงกว่าในอดีตอย่างมาก ทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เนื่องจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและการสื่อสารที่ทำให้ผู้ค้าติดต่อกันเป็นเครือข่าย รวมถึงผู้ค้าบริการทางเพศสามารถรับงานโดยตรงได้ด้วยตัวเองมากขึ้น รวมถึงการที่แต่ละประเทศ (ยกเว้นสิงคโปร์) มีบทลงโทษไม่รุนแรง การลักลอบเข้าไปทำงานในประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนจึงมีต้นทุนไม่มากนักหากถูกจับได้ โดยภาครัฐของแต่ละประเทศมักจะทำการปรับแล้วส่งกลับประเทศ อีกต้นทุนหนึ่งที่สำคัญคือโอกาสในการเกิดตราบาปกับตัวผู้ค้า ซึ่งการค้าบริการทางเพศข้ามชาติมีโอกาสเกิดตราบาปน้อยกว่ามาก เพราะผู้ซื้อเป็นชาวต่างชาติทั้งหมดและได้รับแรงกดดันหรือการดูถูกที่น้อยกว่าในประเทศไทย

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าในอนาคต การค้าบริการทางเพศข้ามชาติจะเป็นไปตามกลไกตลาด การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และโลกาภิวัตน์ ที่จะเอื้อต่อการเคลื่อนย้ายผู้ค้าบริการทางเพศระหว่างประเทศที่จะทำได้ง่ายขึ้น รวมทั้งช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองของหญิงค้าบริการให้มากขึ้นกว่าในอดีตอีกด้วย

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “การเคลื่อนย้ายผู้ค้าบริการทางเพศระหว่างประเทศในอาเซียน”

หัวหน้าโครงการ : ธานี ชัยวัฒน์
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง ณภัชนิศา วัฒนาเขมาภิรัต
กราฟิก ณภัชนิศา วัฒนาเขมาภิรัต
พิสูจน์อักษรและตรวจทาน วริศรา ศรีสวาท
00:00
00:00
Empty Playlist