ฝุ่น เล็ก แต่ร้าย

TOXIC DUST

ปี 2562 เป็นอีกปีหนึ่งที่คนไทยเผชิญปัญหาหมอกควันในระดับที่มีผลร้ายต่อสุขภาพ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ทุกคนควรเรียนรู้สาเหตุ ผลกระทบ และการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

PM

2.5

....

#1

PM 2.5 ?

กรมควบคุมผลพิษได้อธิบายไว้ว่า “ฝุ่นละอองขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5)” มีขนาดเล็กจนสามารถเข้าสู่อวัยวะภายในของร่างกายได้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคที่อันตรายถึงแก่ชีวิต โดยสัดส่วนการเกิดของ PM 2.5 มีอัตราส่วน (ร้อยละ) ดังนี้

0
ไอเสียดีเซลเผาไหม้ไม่สมบูรณ์
0
เผาไหม้ในที่โล่งแจ้ง
0
ฝุ่นละอองและฝุ่นจากการก่อสร้าง
0
ปล่องระบายจากโรงงาน
0
พื้นดิน

#2

ป้องกันตนเองจาก PM 2.5

ฝุ่นเล็ก ทะลุปอด

ฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน มีขนาดเล็กมากพอที่จะหายใจเข้าไปสู่ปอด และซึมผ่านผนังปอดเข้าสู่กระแสเลือด ดังนั้นแล้วผลที่เกิดขึ้นกับร่างกายจึงมีทั้งแบบ ‘เฉียบพลัน’ (เห็นผลใน 1 – 2 วัน) ซึ่งส่วนมากจะเกิดกับระบบทางเดินหายใจ คือ ไอ เจ็บคอ หายใจแล้วมีเสียงฟืดฟาด เลือดกำเดาไหล ซึ่งหากเลือดไหลลงคอก็จะทำให้เสมหะมีเลือดเจือปน หากเข้าตาก็จะทำให้เคืองตา ตาแดง และหากโดนผิวหนังก็จะทำให้เกิดผื่นคันเป็นตุ่มได้ ส่วนผลแบบ ‘เรื้อรัง’ (ค่อย ๆ สะสม แล้วแสดงผลในระยะยาว) คือ เส้นเลือดหัวใจตีบตันทำให้หัวใจวาย หัวใจเต้นผิดปกติ, เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองตีบ ทำให้เกิดภาวะอัมพาตหรือเสียชีวิต, การเป็นมะเร็งปอดเพราะฝุ่นขนาดเล็กจะมีสารก่อมะเร็ง Polycyclic Aromatic Hydrocarbon (PAH), อีกระบบคือเข้ารกไปทำอันตรายเด็กในท้อง ทำให้เด็กคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักน้อย ติดเชื้อง่าย ทุพโภชนาการ และเป็นโรคออทิสซึม ซึ่งผลกระทบเหล่านี้มีการยืนยันที่ตรงกันจากงานวิจัยทั่วโลก

สวมหน้ากากป้องกันได้

วิธีการป้องกันตนเองจากฝุ่น PM 2.5 สามารถทำได้โดยการสวมใส่หน้ากากที่ได้มาตรฐาน หรืออุปกรณ์ชนิดต่าง ๆ ที่สามารถทดแทนกันได้ในคุณภาพที่ลดหย่อนลงมา โดยหน้ากากมาตรฐาน 9002A และ N95 สามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้เป็นอย่างดี ลดระดับฝุ่น PM 2.5 ลงได้มากกว่า 80% ในขณะที่หน้ากากอนามัยทั่วไปสามารถลดลงได้ 40 – 60 % โดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นได้โดยใช้กระดาษทิชชู่ประกบลงไปในหน้ากากชนิดนี้ ซึ่งผลการทดลองนี้มีความสอดคล้องกับรายงานจากประเทศอื่น ๆ

#3

ฝุ่นอุตสาหกรรม

ฝุ่นอุตสาหกรรม โลหะหนัก
และสารเคมี

กว่าหนึ่งแสนโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการในไทย ล้วนปล่อยมลพิษออกมาในรูปแบบต่าง ๆ มากน้อยตามประเภทของอุตสาหกรรม ซึ่งส่วนมากเกิดจากการะบวนการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงในการผลิต ตัวเลขของฝุ่น PM 2.5 ที่สูงขึ้นในภาคกลางและกรุงเทพฯ มีแนวโน้มใกล้เคียงกับพื้นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรม เรื่องนี้จึงควรเป็นแรงกระตุ้นให้ภาครัฐมีมาตรการและการบังคับใช้อย่างเข้มงวดในเรื่องการปรับปรุงคุณภาพเชื้อเพลิงอุปกรณ์เผาไหม้ อุปกรณ์จับฝุ่น รวมถึงระบบบำบัดมลพิษทางอากาศของโรงงาน ให้มีประสิทธิภาพดีตลอดการใช้งาน

S__7643138

ไอเสียดีเซล ตัวการฝุ่นเมือง

กว่าร้อยละ 50 ของปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 มาจากไอเสียเครื่องยนต์ดีเซลซึ่งเกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ทำให้ไอเสียที่ปล่อยออกมามีปริมาณก๊าซพิษ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือเขม่าจากไอเสีย แม้ว่าในรถยนต์รุ่นใหม่จะติดตั้งอุปกรณ์ฟอกไอเสีย Catalytic convertor ที่ช่วยกรองได้ส่วนหนึ่ง แต่ในรถที่ผ่านการใช้งานมานานการทำงานของเครื่องยนต์จะเสื่อมสภาพ อีกทั้งรถยนต์ในไทยกว่าร้อยละ 60 เป็นรถที่ใช้น้ำมันดีเซลและมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นในทุกปี ดังนั้นเราสามารถช่วยกันทำให้ปัญหานี้เบาบางลงได้ หากเปลี่ยนมาใช้ไบโอดีเซลซึ่งมีปริมาณเขม่าน้อยกว่าและสามารถสลายได้เร็วกว่า และภาครัฐควรยกระดับมาตรฐานดีเซลให้สูงขึ้นจาก Euro 4 ในปัจจุบัน ไปสู่ 5 และ 6 ต่อไป

S__7651330

#4

ปัญหาหมอกควัน

ภาคเหนือ

ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายนของทุกปี พื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยมักประสบปัญหาหมอกควัน สาเหตุหลักเกิดจากการเผาพื้นที่เกษตร เผาวัชพืชริมทาง ไฟป่า และการเผาในชุมชน ก่อให้เกิดหมอกควัน ฝุ่นละออง เถ้า เขม่าควัน ซึ่งเมื่อประกอบกับลักษณะพื้นที่เป็นแอ่งกระทะ สภาพอากาศแห้งและนิ่ง ฝุ่นละอองจึงแขวนลอยอยู่ในบรรยากาศส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของประชาชน บดบังทัศนวิสัย และส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว นอกจากนั้นในช่วงเดียวกันของปียังพบการเพิ่มขึ้นของจุดความร้อน (Hot-spot) ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมลพิษหมอกควันข้ามแดน เข้ามาทวีคูณปัญหาอีกด้วย

JAN

- APR

christophe-maertens-v9r31Dxg0X0-unsplash
เผาชีวมวล สร้างสารก่อมะเร็ง

จากการทดสอบการเผาชีวมวล 4 ชนิด คือ ฟางข้าว เศษต้นข้าวโพด เศษใบไม้จากป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ พบว่ามีการปล่อยปริมาณฝุ่น PM 2.5 จากการเผาฟางข้าวและใบไม้จากป่ามากกว่าการเผาต้นข้าวโพด แต่เมื่อพิจารณาค่าสัดส่วนระหว่างสารก่อมะเร็งและสารที่ไม่ก่อมะเร็ง พบว่าการเผาต้นข้าวโพดให้ค่าสัดส่วนสารก่อมะเร็งสูงกว่าการเผาชีวมวลชนิดอื่นเล็กน้อย นั่นอาจแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งจากการสัมผัสฝุ่นควัน ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของผู้คนในระยะยาว

IMG_4406

วิจัยชาวบ้าน ดับไฟกลางใจคน

ตำบลบ้านขอ อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ในอดีตประสบปัญหาเรื่องหมอกควันและไฟป่าเป็นประจำทุกปี เป็นสาเหตุให้ชุมชนร่วมกันตัดสินใจใช้กระบวนการวิจัยเพื่อท้องถิ่นเข้ามาแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่า มีการเตรียมพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ดับไฟและกำลังคน เพื่อเข้าช่วยเหลือแก้ไขปัญหาอย่างทันที ไม่ว่าจะเกิดไฟป่าขึ้นที่จุดใด ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ร่วมคิด ร่วมทำ เมื่อชาวบ้านพร้อม อบต. สนับสนุน ทุกอย่างก็ขับเคลื่อนเดินหน้าไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง

#5

เทคโนโลยีแก้ฝุ่นควัน

​ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือยังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง สาเหตุหนึ่งมาจากการไม่มีข้อมูลมากพอที่จะใช้ในการประเมินสถานการณ์ และขาดเครื่องมือในการสนับสนุนช่วยเหลือติดตามอย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของ “โครงการพัฒนาระบบเครือข่ายเซ็นเซอร์และระบบภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือของประเทศไทย : การศึกษานำร่องในพื้นที่จังหวัดน่าน”

เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศเพื่อใช้ติดตามสถานการณ์หมอกควันแบบทันท่วงที และกระจายการใช้งานให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในทุกจังหวัด โดยในโครงการดังกล่าว มีการศึกษาและพัฒนาเครื่องมือขึ้น 2 ส่วน ประกอบด้วย ชุดเซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพหมอกควัน และอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก บินติดตามตรวจจับจุด (Hotspot) เผาไหม้ก่อหมอกควัน

เซ็นเซอร์ตรวจวัด
สภาพหมอกควัน

ชุดเซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพหมอกควันที่ผลิตขึ้นนี้ นอกจากจะสามารถตรวจวัดปริมาณฝุ่นควันได้แล้ว ยังสามารถวัดข้อมูลประกอบอื่น ๆ เพื่อนำมาใช้วิเคราะห์สภาพพื้นที่ อาทิ ระดับความชื้นสัมพัทธ์และอุณหภูมิ ซึ่งสามารถนำมาเป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพอากาศและการเกิดฝุ่น รวมถึงการวิเคราะห์สภาพอากาศในแง่มุมอื่น ๆ ข้อมูลที่แสดงผลที่ตัวเครื่องจะแสดงเป็นทั้ง “ตัวเลข” และ “ระดับสี” จาก ‘สีฟ้า’ แสดงถึงสถานการณ์ปกติ ไล่ไปจนถึง ‘สีแดง’ ซึ่งเป็นระดับที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถอ่านและทำความเข้าใจผลได้ง่าย โดยข้อมูลที่วัดได้จากเซ็นเซอร์จะถูกส่งเข้าระบบ Cloud ทุกๆ 10 นาที ผ่านการเชื่อมต่อไวไฟ (WiFi) เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ (Real time) ผ่านแอปพลิเคชัน (และสามารถดูข้อมูลย้อนหลังได้) เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนภัยให้คนในพื้นที่ทราบเพื่อเตรียมการรับมือได้อย่างทันท่วงที

เครื่องเซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพหมอกควันขนาดเล็ก (1)_resize

อากาศยานไร้คนขับ
ตรวจจับจุดเผาไหม้

การส่งเจ้าหน้าที่เข้าป่าเพื่อสำรวจจุดร้อน (Hotspot) เผาไหม้ก่อหมอกควัน เดิมทีต้องใช้การเดินเท้าซึ่งใช้เวลานานและมีความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงาน นักวิจัยจึงนำหลักการ “อากาศยานไร้คนขับ (UAV)” หรือที่คุ้นหูกันในชื่อ “โดรน (Drone)” มาออกแบบและผลิตใหม่เพื่อให้เหมาะสมแก่การติดตั้งกล้องอินฟราเรด (Thermal infrared camera) เพื่อตรวจจับหาพิกัดของสถานที่ที่มีอุณหภูมิความร้อนสูงผิดปกติ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามผลที่ถ่ายได้จากกล้องโดยทันที (Realtime) จากอุปกรณ์ติดตาม

Drone_Fire-01

ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
ทางออกปัญหา PM 2.5

หนึ่งในตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดฝุ่น PM 2.5 คือพาหนะเครื่องยนต์ดีเซลที่นิยมใช้ในภาคคมนาคมขนส่ง ทางออกหนึ่งเพื่อการแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืนซึ่งมีการใช้งานแล้วในหลายประเทศที่ผู้นำและประชาชนตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม คือ “ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric vehicles : EV)” ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ก่อให้เกิดมลพิษอย่างฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ประหยัดเชื้อเพลิง และมีประสิทธิภาพในการใช้งานสูง

EV Infographic

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของสาเหตุและทางแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่คนไทยกำลังเผชิญ ซึ่งทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้ได้ ด้วยการเริ่มต้นที่ตัวเอง อย่างการหาความรู้ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อป้องกันตัวเองจากฝุ่น เฝ้าดูแลสอดส่องการเผาไหม้ที่ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นรอบตัว อย่างการเผาขยะริมถนน ในพื้นที่โล่งแจ้งต่าง ๆ หรือเริ่มต้นมองหาทางเลือกใหม่ ๆ ที่ช่วยลดฝุ่นละออง อย่างการเลือกใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับเป็นพาหนะในการซื้อครั้งถัดไป ถึงปัญหาฝุ่นจะไม่หายไป แต่ก็บรรเทาได้ด้วยความร่วมมือของพวกเรา…

00:00
00:00
Empty Playlist