the-combination-of-buddhist-mechanisms-for-creation-of-peaceful-co-existence-culture-in-asean-community

ความเชื่อมโยงของประชาชนภายใต้กรอบศาสนาในอาเซียน

ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ และลาวนับถือพระพุทธศาสนา และได้นำความเชื่อทางพุทธศาสนาผูกติดกับประเพณีสำคัญต่าง ๆ มาเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งจะเห็นได้จากการที่ภาครัฐได้ประกาศให้ประเพณีที่มีความเกี่ยวข้องกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเป็นวันหยุดของประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าร่วมกิจกรรมตามประเพณี และพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา อย่างไรก็ตามทั้ง 4 ประเทศอาจมีความแตกต่างเพียงเล็กน้อย เช่น วัน เวลาของประเพณีอาจจะมีความคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง และพิธีกรรมในแต่ละพื้นที่จะมีความแตกต่างกัน ที่เป็นสัญลักษณ์เพื่อแสดงออกถึงการสักการะบูชาพระรัตนตรัย ด้วยเหตุดังกล่าว ปัจจุบันภาครัฐของแต่ละประเทศได้นำจุดเด่นของการมีวัฒนธรรมร่วม มาเป็นฐานในการสร้างความสัมพันธ์ในด้านพระพุทธศาสนา

โครงการวิจัยเรื่อง “การผสานกลไกทางพุทธศาสนาเพื่อสร้างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในประชาคมอาเซียนกรณีศึกษาไทยกับกลุ่มประเทศอินโดจีนและเมียนมาร์” จึงเกิดขึ้นเพื่อศึกษาการก่อเกิดและพัฒนาการความเชื่อมโยงของกิจกรรมที่ถักทอความสัมพันธ์ของประชาชนภายใต้กรอบหลักธรรมและวิถีปฏิบัติของพระพุทธศาสนาในประชาคมอาเซียน

ความสัมพันธ์ด้านพื้นที่ระหว่างพรมแดนไทย กัมพูชา เมียนมาร์ และลาว

ในอดีต ภาครัฐได้พยายามหาแนวทางดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ โดยมุ่งเน้นให้รัฐและประชาชนเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในความเหมือนและความแตกต่างของบ้านพี่เมืองน้องในประชาคมอาเซียน สร้างความกลมกลืนและแสวงหาจุดร่วมในการพัฒนาพื้นที่ตลอดแนวพรมแดนให้อยู่ดีมีสุข ปราศจากความขัดแย้งด้านความคิด ที่อาจเกิดขึ้นจากความหลากหลายทางด้านชาติพันธุ์ ภาษา วัฒนธรรมและความเชื่อ

ปัจจุบัน มีกลไกหลายอย่างที่สามารถเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนสองฝั่งประเทศ โดยการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ ในพื้นที่ด้านตะวันตกรัฐบาลได้ส่งเสริมให้แม่สอดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อส่งเสริมด้านการค้า การท่องเที่ยว และงานบริหารและตลาดแรงงาน ในขณะที่การดำเนินกิจกรรมส่งเสริมด้านอื่น ๆ ในด้านทางศาสนาก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ภาครัฐได้ให้ความสำคัญ โดยใช้วันสำคัญและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาเป็นเครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์ของคนทั้งสองประเทศ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ตามพรมแดนล้วนนับถือพระพุทธศาสนา และให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมศาสนสัมพันธ์ระหว่างศาสนาด้วย

ขณะที่ในพื้นที่ชายแดนด้านทิศตะวันออก ก็พบว่าความร่วมมือในความสร้างความสัมพันธ์ในมิติศาสนา โดยเฉพาะด่านบ้านคลองลึก ซึ่งเป็นพรมแดนติดต่อระหว่างอรัญประเทศกับปอยเปต ถึงแม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะให้ความสำคัญด้านเศรษฐกิจเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีการจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างไทยและกัมพูชากระจายอยู่ตามชายแดนและตามปราสาท ซึ่งถือเป็นสถานที่สำคัญของผู้คนทั้ง 2 ประเทศ

กิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางศาสนาระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน

กิจกรรมศาสนสัมพันธ์สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นคือ (1) ลักษณะกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ในด้านพุทธศาสนาใน 2 ฝั่งประเทศ กับ (2) ความสัมพันธ์ของชาวพุทธกับศาสนิกศาสนาอื่น ๆ

1) การจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน

หน่วยงานภาครัฐ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มุ่งหวังให้เกิดการแลกเปลี่ยนในด้านศาสนาและวัฒนธรรมระหว่างประเทศเชิงสร้างสรรค์ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในภาพรวม ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ที่ผ่านมาการดำเนินงานอาจมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกันในทางปฏิบัติเกี่ยวกับข้อกำหนดและข้อยกเว้น ขั้นตอน และการเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรม รวมถึงห้วงระยะเวลาของการทำงาน การดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่ามีการตั้งคณะทำงานจัดทำแผนศาสนาอาเซียนของจังหวัดตาก-เมียวดี และโครงการความร่วมมือในการจัดงานตามวันสำคัญอาเซียนสานสัมพันธไมตรีในด้านพระพุทธศาสนาระหว่างจังหวัดหนองคายกับนครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อแก้ไขและป้องกันข้อขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นจากความเป็นพหุวัฒนธรรม ในแต่ละพื้นที่จึงได้จัดทำแนวทางดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามแผน เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในด้านพระพุทธศาสนา

ปัจจุบันประเทศไทย กัมพูชา เมียนมา และลาว มีการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาร่วมกันขึ้นอย่างเป็นทางการซึ่งจะประกอบด้วยกิจกรรมที่จัดขึ้นระหว่างรัฐ และกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยประชาชนของทั้ง 4 ประเทศ โดยใช้วันสำคัญตามความเชื่อ ประเพณี และพิธีกรรม เป็นกลไกในการสานสัมพันธไมตรีประเทศอาเซียนในด้านพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอัฏฐมีบูชา วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา โดยจะมีการจัดกิจกรรมร่วมกัน และสลับการทำกิจกรรมเพื่อเป็นเจ้าภาพในแต่ละปี เพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีการทำบุญตักบาตรให้คงคู่พุทธศาสนาและสังคมตลอดไป

ในขณะเดียวกันยังเป็นการสานสัมพันธ์ของผู้คนในฐานะความเป็นเพื่อนบ้านในรูปแบบของความสัมพันธ์ด้านพุทธศาสนา อีกทั้งเพื่อเสริมสร้างความสามัคคีและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อันจะพัฒนาไปสู่ความร่วมมือในด้านต่าง ๆ และสร้างสันติสุขในความเป็นประชาคมอาเซียน โดยจัดให้มีการให้ทาน รักษาศีล และฟังธรรม เทศนา พิธีทำบุญตักบาตรแด่พระสงฆ์ การแสดงพระธรรมเทศนา ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ เจริญจิต ภาวนา พิธีเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ จัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการของเยาวชน และพิธีเวียนเทียนและจุดพระประทีปรอบองค์พระเจดีย์ เป็นต้น

2) ด้านการสร้างความสัมพันธ์ของชาวพุทธกับศาสนิกชนในศาสนาอื่น ๆ

อำเภอแม่สอด จังหวัดตากได้ดำเนินกิจกรรมศาสนิกสัมพันธ์ขึ้นทุก ๆ ปี ประกอบไปด้วย 5 ศาสนา คือ พุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู และซิกข์ ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่น และเป็นแนวคิดที่รองรับประชาคมอาเซียนในความเป็นพหุวัฒนธรรม โดยใช้วันแม่ 12 สิงหาคมของทุก ๆ ปี เป็นวันจัดงาน ด้วยเหตุผลที่ว่าทุกคนในโลกล้วนมีแม่ และแสดงถึงความจงรักภักดีในพระมหากรุณาธิคุณของราชวงศ์ของไทย เพื่อให้ทุกคนทุกศาสนารู้สึกผูกพันธ์และรักแผ่นดินไทย การจัดกิจกรรมจะจัดให้มีการถวายพระพร และคำสวดในศาสนานั้น ๆ มีการดึงกลุ่มชนศาสนาต่าง ๆ เข้าร่วมกิจกรรมให้ได้เป็นจำนวนมาก เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน เยาวชนต่างศาสนากัน ให้เกิดความเข้าใจความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เข้าใจความเชื่อ เข้าใจพิธีกรรม เน้นการอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคีและสันติสุข

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “การผสานกลไกทางพุทธศาสนาเพื่อสร้าง วัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในประชาคมอาเซียน: กรณีศึกษาไทยกับกลุ่มประเทศอินโดจีนและเมียนมาร์”

หัวหน้าโครงการ : พระมหาบุญเลิศ  ช่วยธานี
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง คณพศ ภูวบริรักษ์
กราฟิก อุกฤษณ์ กฤตยโสภณ และ ณภัทร ศรีประเสริฐ
00:00
00:00
Empty Playlist