วันชัย มาลีวงษ์

คนไทยต้องห่างไกลโรคพยาธิ ด้วยนวัตกรรมชุดตรวจพยาธิโรคพยาธิล้ำหน้า

ในโลกของพวกเรายังมีนักก่อกวนตัวจิ๋วที่เรียกว่า “พยาธิ” (Parasite) หลายสายพันธุ์ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีวิวัฒนาการมาอย่างยาวนานควบคู่กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ พวกมันจำเป็นต้องอาศัย Host เพื่อดำรงชีวิต และหลายพฤติกรรมของพวกมันก็สามารถก่อโรคร้ายแรงให้กับ Host ได้

แม้มนุษย์จะมีระบบสาธารณสุขที่ดีมากแค่ไหน เหล่าพยาธิก็ยังสามารถคุกคามได้ โดยเฉพาะผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งรูปแบบการใช้ชีวิตและพฤติกรรมต่างๆก็อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้พยาธิรุกรานร่างกายได้ง่าย

“คนไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นโรคพยาธิกันเยอะ เพราะพวกเขามีอุปนิสัยที่ไม่สวมรองเท้า เปลือยมือ เปลือยเท้าออกนอกบ้าน พยาธิไชผิวหนังได้ คนในอิสานนี้เป็นโรคสตรองจิรอยด์ (Strongyloidiasis) ประมาณ 1 ใน 5 นับว่าเป็นโรคที่มักเกิดกับคนเศรษฐกิจไม่ดี กินอาหารสุกๆ ดิบๆ ก็มีโอกาสที่จะติดพยาธิได้เช่นกัน ดังนั้นภาพรวมคนอิสานมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคพยาธิได้ถึง 10 กว่าล้านคน”  ศ.ดร.วันชัย มาลีวงษ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าว

วันชัย มาลีวงษ์

จากความเชี่ยวชาญของทีมนักวิจัย ภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พัฒนาชุดทดสอบแบบรวดเร็วชุดแรกของโลก ด้วยเทคนิค Lateral Flow คล้ายตรวจการตั้งครรภ์ ใช้งานง่ายและเก็บรักษาง่าย

“พัฒนาการตรวจหาแอนตี้บอดี้ต่อพยาธิชนิดนี้ โดยวิธี Lateral Flow คนไข้ที่สงสัยว่าเป็นโรคนี้ เช่น ผอม ขาดสารอาหาร ท้องร่วงเรื้อรัง มากกว่า 1 เดือน ถ้าคนไข้ Positive (ตรวจพบ) ด้วยชุดตรวจแคปิลลาเรีย สามารถให้คนไข้กินยาได้ และสามารถกลับบ้านได้ ลดการครองเตียง และมีสวัสดิภาพชีวิตที่ดีขึ้น” ศ.ดร.วันชัย กล่าว

ความก้าวหน้าของชุดทดสอบสำเร็จรูปแบบรวดเร็วเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคพยาธิแคปปิลลาเรีย ถือเป็นนวัตกรรมแรกของโลกที่พร้อมจำหน่ายเชิงพาณิชย์ รู้ผลใน 15 นาที แม่นยำ 100% ส่งมอบให้แก่ตัวแทนโรงพยาบาลชุมชุนในอีสาน 30 แห่ง หวังช่วยชีวิตคนรอดตายจากอาการท้องร่วงเรื้อรัง

“มีคนมาคุยกับผมว่า คนสมัยก่อนไม่เห็นป่วยเป็นอะไร ผมก็ต้องมาอธิบายว่า คนสมัยก่อนที่ไม่เป็น เพราะเราไม่มีวิธีการตรวจที่มีความไว และความแม่นยำเพียงพอที่จะวินิจฉัยให้ถูกต้อง แต่ตอนนี้เรามีชุดตรวจแล้ว ทำให้เราสามารถวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ และมีจำนวนความชุกสูงขึ้น ยิ่งตรวจพบมากเท่าไหร่ ก็ลดความเสี่ยงเสียชีวิตได้มาก” ศ.ดร.วันชัย กล่าว

แคปปิลลาริเอซิส ไอซีที คิท

กลุ่มวิจัยซึ่งมี ศ. ดร.วันชัย มาลีวงษ์ เมธีวิจัยอาวุโส สกสว. เป็นหัวหน้าโครงการ ได้พัฒนาชุดทดสอบสำเร็จรูปแบบรวดเร็วเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคพยาธิแคปปิลลาเรีย โดยวิธีทดสอบด้วยเทคนิคอิมมูนโนโครมาโทกราฟี (Immunochromatography Test: ICT) มีชื่อว่า “แคปปิลลาริเอซิส ไอซีที คิท” (Kapillariasis ICT kit) ทั้งนี้โรคพยาธิแคปิลลาเรียเป็นโรคท้องร่วงเรื้อรังที่เกิดจากพยาธิ Capillaria philippinensis พยาธิตัวกลมขนาดเล็กที่อยู่ในลำไส้เล็กของคน ลำตัวมีความยาวเพียง 2-5 มิลลิเมตร รูปร่างคล้ายหลอดแคปิลลารี่ ในประเทศไทยมีรายงานพบผู้ป่วยได้ทุกภูมิภาค แต่ภาคอีสานพบมากที่สุด มีการรายงานผู้ป่วยเป็นระยะๆ โรคนี้วินิจฉัยยากมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการท้องร่วงเรื้อรัง มีประวัติการรักษาจากสถานพยาบาลหลายแห่ง ร่างกายขาดสารอาหาร แทบเอาชีวิตไม่รอดทั้งที่เป็นเพียงโรคพยาธิ โดยสาเหตุเกิดจากการบริโภคปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดตระกูลปลาตะเพียนที่ปรุงไม่สุก จึงได้รับตัวอ่อนพยาธิ

เมื่อตัวอ่อนเจริญไปเป็นพยาธิตัวแก่ ทำให้พยาธิในลำไส้คนเพิ่มจำนวนมากมายฝังตัวอยู่ในเยื่อบุลำไส้เล็ก ทำให้เซลล์เยื่อบุผิวลำไส้เล็กฝ่อตัวและถูกทำลาย ไม่สามารดูดซึมน้ำ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ และวิตามินได้ จึงเกิดอาการท้องร่วงเรื้อรัง น้ำหนักลด ภาวะทุโภชนาการ ผู้ป่วยที่แพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยได้จะเสียชีวิตทุกราย ผู้ป่วยมักถูกวินิจฉัยเป็นโรคเอดส์ มะเร็งลำไส้ วัณโรคในลำไส้ โรคไต โรคตับ คอพอกเป็นพิษ ถ้าโชคร้ายตรวจไม่พบไข่หรือตัวพยาธิในอุจจาระ การวินิจฉัยโรคล่าช้า ไม่ได้ยารักษาจะเสียชีวิตทุกราย และเสียค่าใช้จ่ายในการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการมากมายที่ไม่จำเป็น บางรายถูกผ่าตัดช่องท้องเพื่อหาสาเหตุ

การตรวจอุจจาระเพื่อวินิจฉัยโรค ได้แก่ การตรวจหาระยะไข่ ตัวอ่อนหรือตัวเต็มวัยของพยาธิแคปิลลาเรียในอุจจาระด้วยกล้องจุลทรรศน์ แต่โอกาสพบเป็นไปได้ยาก ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านปรสิต และผู้ป่วยมักได้ยาฆ่าพยาธิมาก่อน จึงมักตรวจไม่พบ กลุ่มวิจัยจึงได้พัฒนาชุดทดสอบสำเร็จรูปเพื่อตรวจหาแอนติบอดีในซีรั่มผู้ป่วย สามารถวินิจฉัยโรคพยาธิแคปิลลาเรียในคนได้ 100% ในเวลาที่รวดเร็ว

แคปปิลลาริเอซิส ไอซีที คิท

ผลิตภัณฑ์ชุดทดสอบสำเร็จรูปนี้เป็นนวัตกรรมระดับโลกที่ทันสมัยที่สุด มีแถบแอนติเจนที่เป็นสารสกัดจากตัวพยาธิทริคิแนลล่า ซึ่งทำปฏิกิริยาอย่างจำเพาะกับซีรั่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อพยาธิแคปิลลาเรีย เพียงหยดตัวอย่างซีรั่มผู้ป่วยที่เจือจาง และน้ำยาลงในช่องของชุดทดสอบ สามารถอ่านผลด้วยตาเปล่าภายในเวลา 15 นาที ผลบวกมีแถบสีชมพูปรากฏ 2 แถบ ผลลบมีแถบสีชมพู 1 แถบ มีค่าความไว 100% และความจำเพาะ 96.6% ผลงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติเรียบร้อยแล้ว

“ชุดตรวจพวกนี้จะไม่มีใช้เลย ถ้านักวิจัยที่อยู่ในเขตร้อนไม่พัฒนา ถามว่านักวิจัยในฐานะที่เป็นตัวแทน หรือเป็นคนที่ช่วยดูแลสุขภาพของคนอิสาน ถ้าไม่ทำแล้วจะให้ใครทำ เป็นหน้าที่ของอาจารย์มหาวิทยาลัย ที่นอกจากสอนและวิจัย คุณต้องตอบโจทย์ของคนในพื้นที่ แต่สิ่งที่เราตอบโจทย์คนในพื้นที่ ถ้าสามารถตอบปัญหาโลกได้จะเป็นเรื่องที่ดี”

ผิวพรรณ มาลีวงษ์

นอกจากนี้ ชุดทดสอบดังกล่าวยังมีจุดเด่นคือ ไม่ต้องอาศัยเครื่องมือราคาแพงและผู้เชี่ยวชาญในการทดสอบ ที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตชุดทดสอบสำเร็จรูปอย่างรวดเร็วในรูปแบบนี้เพื่อวินิจฉัยโรคพยาธิแคปิลลาเรียในคน ก่อนหน้านี้ ศ. พญ.ผิวพรรณ มาลีวงษ์ และคณะ ได้ผลิตชุดทดสองวิธีอิมมิวโนบลอท และวิธีอีไลซ่า เพื่อตรวจหาแอนติบอดีในซีรั่มผู้ป่วยสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก วินิจฉัยได้แม่นยำแทนการตรวจหาพยาธิในอุจจาระได้ แต่ทั้งสองวิธีใช้เวลาทดสอบนาน 6 ชั่วโมง และ 2-3 ชั่วโมงตามลำดับ ซึ่งล่าช้า ชุดทดสอบนี้ใช้วินิจฉัยโรคได้ในระยะแรกของการติดเชื้อ ใช้ติดตามการรักษาและวินิจฉัยแยกผู้ป่วยท้องร่วงเรื้อรังจากสาเหตุอื่น เช่น มะเร็งลำไส้ เอดส์ ไทรอยด์เป็นพิษได้รวดเร็ว ราคาถูก ลดค่าใช้จ่ายในการตรวจสาเหตุ ลดการครองเตียง ที่สำคัญช่วยผู้ป่วยให้รอดชีวิตได้ ถือเป็นผลงานวิจัยที่ต่อยอดไปสู่นวัตกรรมเชิงพาณิชย์พร้อมจำหน่ายได้ในประเทศไทยและต่างประเทศ”

ความก้าวหน้าทางการแพทย์และการวิจัยที่ไม่หยุดยั้งทำให้คนในแต่ละพื้นที่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การที่ชุดตรวจจะถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของคนไทยและประเทศเพื่อนบ้านจากโรคพยาธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น การตรวจก่อนเจอก่อน ก็ยิ่งทำให้เรารับมือเหล่าพยาธิได้อย่างปลอดภัย

โครงการองค์ความรู้พื้นฐานและประยุกต์ใช้ของปรสิตและพาหะเพื่อการใช้ประโยชน์ต่อสังคม
ศ.ดร.วันชัย มาลีวงษ์ และคณะ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
00:00
00:00
Empty Playlist