RC20357_00

ละครไทยในสายตาประเทศเพื่อนบ้าน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ละครโทรทัศน์ไทยได้มีโอกาสออกไปสู่ภูมิภาคอาเซียน รวมถึงประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชียมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางที่เป็นทางการคือ ผ่านทางสถานีโทรทัศน์และช่องทางแบบไม่เป็นทางการคือ การรับชมผ่านทางเว็บไซด์ ซึ่งในปัจจุบันการบริโภคละครไทยผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตนั้นก้าวเข้ามาแทนที่การบริโภคทางโทรทัศน์มากขึ้นทุกขณะ

ซึ่งผู้ผลิตละครเองก็เริ่มมองหาช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตมากขึ้น งานวิจัยของ ผศ.ดร. อัมพร จิรัฐติกร และคณะ ที่ทำการศึกษา “การบริโภคละครโทรทัศน์ไทยผ่านเว็บไซด์ในกลุ่มประเทศอาเซียนและจีน: กรณีศึกษาประเทศเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียและจีน” จะทำให้เราเข้าใจสถานการณ์การบริโภคละครไทยผ่านช่องทางเว็บไซด์ ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการของผู้ผลิตละครไทย รสนิยมการบริโภคของกลุ่มผู้ชมในประเทศจีน อินโดนีเซียฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ซึ่งเป็น กลุ่มผู้ชมที่มีความใกล้ชิดทางวัฒนธรรมของไทยน้อยกว่าเพื่อนประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ เพื่อทำความเข้าใจว่าการบริโภคละครไทยของผู้ชมต่างวัฒนธรรมจะมีส่วนสร้างความใกล้ชิดทางวัฒนธรรม หรือความรู้สึกเป็นภูมิภาคเดียวกันได้หรือไม่  

 

ภาพรวมการรับชมละครไทย

  • ประเทศเวียดนาม เรียกได้ว่าละครไทยนั้นได้ก้าวขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของวัยรุ่นชาวเวียดนามจำนวนไม่น้อย ซึ่งถึงแม้จะไม่ใช่กระแสหลัก แต่ก็อยู่ในอันดับต้นๆ ของสื่อบันเทิงจากเอเชียที่หนุ่มสาวเวียดนามชื่นชอบ โดยช่องทางการรับชมนั้นมีทั้งจากเว็บไซด์ที่มีกลุ่มแฟนคลับแปลคำบรรยายเป็นภาษาเวียดนาม และจากการซื้อลิขสิทธิ์ละครไทยไปเผยแพร่โดยสถานีโทรทัศน์ ที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 5-6 สถานี
  • ประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ความนิยมละครไทยนั้นยังมีจำกัดอยู่ ผู้ชมทั้งหมดรับชมจากเว็บไซด์ที่มีกลุ่มแฟนคลับนำไปแปลคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ หรือ รับชมโดยตรงจากสถานีโทรทัศน์ของไทยบางสถานีที่มีการใส่คำบรรยายภาษาอังกฤษไว้ ผู้ชมในอินโดนีเซียส่วนใหญ่นิยมรับชมภาพยนตร์ไทยมากกว่าละครโทรทัศน์ และที่ผ่านมามีละครไทยได้รับการเผยแพร่ในสองประเทศนี้เพียงสองเรื่องเท่านั้น
  • ประเทศจีน สามารถแบ่งความนิยมละครโทรทัศน์ไทยออกเป็น 2 ช่วง คือในยุคแรก ละครไทยได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในช่วง พ.ศ. 2551-2554 ผ่านการเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ของจีนแต่หยุดการเผยแพร่ในปีต่อมาเนื่องจากการอิ่มตัวในเนื้อหาละครไทยที่มีแต่แบบเดิมๆ และความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ทำให้รูปแบบการบริโภคเปลี่ยนไป แต่ในยุคต่อมาละครไทยมีโอกาสกลับมาได้รับความนิยมผ่านการรับชมทางอินเตอร์เน็ต ในช่วงปี พ.ศ. 2557 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน แต่ก็ถือว่าไม่ได้รับความนิยมมากเท่าในยุคแรก ในส่วนช่องทางการรับชมในยุคหลังนี้มี 2 ช่องทาง คือ ช่องทางไม่เป็นทางการ ที่มีกลุ่มแฟนคลับนำละครไทยไปแปลเป็นภาษาจีนซึ่งมีอยู่ประมาณ 10 กลุ่ม และ ช่องทางที่เป็นทางการ โดยเว็บไซด์ใหญ่ๆ ของจีนซื้อลิขสิทธิ์ไปเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซด์ 

พัฒนาการผู้ผลิตละครไทย

แม้ผู้ผลิตและผู้ส่งออกละครไทยเริ่มมีการปรับตัวเพื่อบุกตลาดภูมิภาคมากขึ้น แต่กลับพบว่าผู้ผลิตละครโทรทัศน์ไทยรายใหญ่ยังไม่ตื่นตัวหรือตอบรับต่อความเปลี่ยนแปลงด้านการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตเท่าไรนัก อย่างเช่นสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 หรือ ช่อง 7 ยังมองว่าบริษัทไม่สามารถแสวงหาประโยชน์จากการบริโภคผ่านเว็บไซด์นอกประเทศได้ ในขณะที่ผู้ผลิตขนาดกลางหรือผู้ผลิตรายใหม่ที่พึ่งเข้าสู่ตลาดละครโทรทัศน์ได้ไม่นานกลับเริ่มมีความพยายามที่จะแสวงหาช่องทางที่จะเจาะตลาดนอกประเทศผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตมากขึ้น การปรับตัวเพื่อแสวงหาช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภคทั้งในและนอกประเทศของผู้ผลิตไทยนั้นมี 3 ประการ คือ

  • การปรับตัวเชิงเนื้อหา – การแข่งขันที่เริ่มดุเดือดมากขึ้นจากการที่มีผู้ผลิตรายใหม่เข้ามา ทำให้ผู้ผลิตรายใหม่พยายามแสวงหารูปแบบละครที่หลากหลายมากขึ้นเพื่อจับกลุ่มผู้ชมเฉพาะกลุ่มเช่นแนววัยรุ่นรักโรแมนติค แนวชายรักชาย แนว reality drama อย่างเช่น คลับฟรายเดย์ เดอะซีรีส์
  • การปรับตัวเชิงเทคโนโลยี – รูปแบบการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบออนไลน์มากขึ้น ทำให้มีการปรับตัวเพื่อให้มีเนื้อหาในสื่อที่หลากหลายแพลตฟอร์มมากขึ้น ผู้ผลิตมีการสร้างapplication เป็นของตัวเอง มีการร่วมมือกับผู้นำด้านเทคโนโลยีที่มีฐานผู้ใช้งานจำนวนมากเช่น LINE TV สำหรับตลาดต่างประเทศ ผู้ผลิตเริ่มปรับตัวเพื่อขายเนื้อหาบันเทิงให้รับชมทางเว็บไซด์มากขึ้น อย่างไรก็ตามการรับชมทางเว็บไซด์ผ่านช่องทางแบบเป็นทางการคือการขายลิขสิทธิ์ในการแพร่ภาพออนไลน์เพิ่งเกิดขึ้นเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น
  • การปรับตัวเชิงโครงสร้างในหลายระดับ – ทั้งจากผู้ส่งออกละครไทยที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และในระดับผู้ผลิตเองก็มีการปรับเปลี่ยนเชิงเนื้อหาที่มุ่งไปสู่ความเป็นสากลมากขึ้น จากการซื้อเนื้อหาละครจากต่างประเทศมาผลิตละครแนว “รีเมค” รวมถึงผู้ผลิตเริ่มมองเห็นความสำคัญของกลุ่มผู้ชมนอกประเทศมากขึ้น

 

กลุ่มแฟนซับ ตัวเชื่อมวัฒนธรรมไทย

พบว่ามีการรวมกลุ่มของแฟนคลับละครไทยเพื่อทำคำบรรยายเกิดขึ้นในประเทศเวียดนามและจีน ส่วนในประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียนั้นยังไม่พบกลุ่มคนเหล่านี้ ซึ่งกลุ่มแฟนซับนี้เกิดจากการที่สมาชิกชื่นชอบละครไทยและรวมตัวกันหรืออาสาสมัครเข้ามาแปลเพื่อแบ่งปันสิ่งที่ตนชื่นชอบให้แฟนคนอื่นๆ ได้รับชมด้วย งานของกลุ่มแฟนซับจึงเป็นงานเชิงอาสาสมัคร ไม่มีผลตอบแทนใดๆ อย่างไรก็ตามในมุมมองของผู้ผลิตละครไทยและผู้นำเข้าละครไทยในต่างประเทศส่วนใหญ่มองว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายและเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะประเทศจีนมองว่าเนื้อหาที่กลุ่มซับนำมาแปลยังไม่ถูกตรวจสอบเนื้อหาเหมือนกับช่องทางแบบเป็นทางการ จึงเกิดการตามปิดหรือขอให้เว็บไซด์ถอดละครไทยที่เผยแพร่ไม่ถูกลิขสิทธิ์ กลุ่มแฟนซับถือได้ว่ามีบทบาทสำคัญอย่างมากในฐานะตัวเชื่อมวัฒนธรรมระหว่างสองสังคมจากการเป็นผู้นำเนื้อหามาเผยแพร่ยังประเทศของตน โดยนอกจากการที่สมาชิกกลุ่มแฟนซับต้องฝึกฝนเรียนภาษาไทยเพิ่มเติมด้วยตัวเองแล้ว บางเว็บไซด์ยังพยายามบรรจุเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมของไทยลงไปด้วย


 

ผู้ชมในอาเซียนและจีน

ในภาพรวมกลุ่มผู้ชมในสี่ประเทศที่มีลักษณะทางประชากรคล้ายคลึงกันคือเป็นกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาว อายุประมาณ 18-30 ปี ทั้งเป็นผู้ที่กำลังศึกษาและจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย โดยส่วนใหญ่เข้าถึงละครไทยจากกลุ่มแฟนซับที่แปลภาษามา ผู้ชมเหล่านี้อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ และมาจากชนชั้นกลาง ลักษณะร่วมของผู้ชมในสี่ประเทศนี้ส่งผลให้ผู้ชมชอบละครแนวคล้ายคลึงกัน คือแนววัยรุ่น ละครรีเมคจากต่างประเทศ และละครแนวชายรักชาย อย่างไรก็ตามผู้ชมในสี่ประเทศก็มาจากรากฐานทางวัฒนธรรม สังคม และการเมืองที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการบริโภคและแปลความหมายของละครไทยที่แตกต่างกันออกไปเช่นกัน

ผู้ชมในประเทศเวียดนามมาจากรากฐานวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกับไทย ทำให้เปิดรับสื่อบันเทิงไทยได้ง่ายและเปิดรับแทบทุกรูปแบบ ในขณะที่ผู้ชมในประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และจีนมากจากบริบทสังที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ผู้ชมมองหาสิ่งแปลกใหม่หรือสิ่งที่ขาดหายไปในสังคมของตนเอง เช่นเรื่องราวในรั้วโรงเรียน หรือเรื่อง “ต้องห้าม” ที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางเพศ ซึ่งละครไทยที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มผู้ชมนอกประเทศ คือละครแนวชายรักชาย หรือที่เรียกว่าซีรีส์วาย การรับชมละครไทยมีส่วนช่วยในการสร้างความใกล้ชิดทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นการตั้งกลุ่มแฟนคลับละครไทยและนักแสดงไทย มีการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมต่างๆ การเข้าร่วมพบปะนักแสดงไทย ตลอดจนการเดินทางมาประเทศไทย  กิจกรรมเหล่านี้อาจมองว่าเป็นสิ่งเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมมากขึ้นผ่านการบริโภคละครไทย ผ่านการไหลเวียนของภาพตัวแทนใหม่ๆ และจินตนาการใหม่ๆ ที่หลุดออกจากพรหมแดนรัฐชาติ หลุดออกจากชาตินิยมทางการบริโภคแบบเดิมๆ

————————————————————–

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “การบริโภคละครโทรทัศน์ไทยผ่านเว็บไซด์ในกลุ่มประเทศอาเซียนและจีน: กรณีศึกษาประเทศเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และจีน” หัวหน้าโครงการ: อัมพร จิรัฐติกร สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง ณภัชนิศา วัฒนาเขมาภิรัต
กราฟิก ณภัชนิศา วัฒนาเขมาภิรัต
ตรวจภาษาและความถูกต้อง ญาณิตา เหลืองคงอยู่
00:00
00:00
Empty Playlist