RE cafe-5-09

นำเทคโนโลยีมาจับตาสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ

ปัญหาหมอกควันในภาคเหนือ ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังและเกิดขึ้นซ้ำซากทุกปีส่งผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว แม้ภาครัฐจะกำหนดยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่สถานการณ์หมอกควันก็ยังเป็นปัญหาที่พบได้ในช่วงฤดูแล้ง สาเหตุหนึ่งมาจากการไม่มีข้อมูลมากพอในการประเมินสถานการณ์ และขาดเครื่องมือในการสนับสนุนช่วยเหลือติดตามอย่างทันท่วงที

จึงเป็นที่มาของ “โครงการพัฒนาระบบเครือข่ายเซ็นเซอร์และระบบภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือของประเทศไทย : การศึกษานำร่องในพื้นที่จังหวัดน่าน” ผลงานวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย ผศ.ดร.สรรเพชญ ชื้อนิธิไพศาล, ดร.กรวิก ตนักษรานนท์ จากภาควิชาวิศวกรรมสำรวจ และ รศ.ดร.ศิริมา ปัญญาเมธีกุล จากภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม โดยมีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ให้การสนับสนุน เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศเพื่อใช้ติดตามสถานการณ์หมอกควันแบบทันท่วงที และกระจายการใช้งานให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในทุกจังหวัด

ผศ.ดร.สรรเพชญ กล่าวว่า “หลังจากที่ประสบเหตุการณ์หมอกควันด้วยตัวเอง เกิดความรู้สึกว่าน่าจะใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่มีเข้าไปช่วยสนับสนุนอะไรบางอย่างเพื่อการแก้ไข ประกอบกับการพบว่าพื้นที่ที่ประสบปัญหา (เช่น จังหวัดน่าน) ขาดข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ความรุนแรงของหมอกควัน โดยที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะใช้เพียงความรู้เรื่องการวัดความรุนแรงจากอาการที่ปรากฏทางร่างกาย เช่น เจ็บคอ ไอ หรือแสบตา นอกจากนั้นยังพบว่าทั้งจังหวัดมีเครื่องมือตรวจวัดอากาศเพียง 2 แห่ง คือ ที่อำเภอเมือง และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ขณะที่ทั้งพื้นที่ภาคเหนือมีเครื่องมือตรวจวัดอากาศเพียง 14 แห่งเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก ยังขาดเครื่องมือที่จะช่วยสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ”

ส่วนสาเหตุที่ทำนำร่องในพื้นที่จังหวัดน่าน ผศ.ดร.สรรเพชญ ให้เหตุผลว่า “จังหวัดน่านเป็นพื้นที่พิเศษ นอกจากกว่าร้อยละ 80 เป็นพื้นที่ป่าแล้ว ยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำสายหลักอย่างเจ้าพระยา หากน่านมีปัญหาย่อมกระทบคนที่อยู่ใต้น้ำทั้งหมด รวมถึงกรุงเทพฯ ด้วยเช่นกัน”

ในโครงการดังกล่าว มีการศึกษาและพัฒนาเครื่องมือขึ้น 2 ส่วน ประกอบด้วย

1) ชุดเซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพหมอกควัน
2) อากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก บินติดตามตรวจจับจุด (Hotspot) เผาไหม้ก่อหมอกควัน

สิ่งที่จะได้รับจากเทคโนโลยีนี้ คือ “ข้อมูลเตือนภัยอย่างทันท่วงที” เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถเตรียมการรับมือได้อย่างเท่าทันสถานการณ์ ซึ่งจะสามารถช่วยลดภาระด้านต่าง ๆ ให้กับรัฐในระยะยาวได้อีกด้วย

 

 อ้างอิงข้อมูลจาก

“โครงการพัฒนาระบบเครือข่ายเซ็นเซอร์และระบบภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือของประเทศไทย : การศึกษานำร่องในพื้นที่จังหวัดน่าน”

  • นักวิจัย :  ผศ.ดร.สรรเพชญ ชื้อนิธิไพศาล, ดร.กรวิก ตนักษรานนท์ จากภาควิชาวิศวกรรมสำรวจ และ รศ.ดร.ศิริมา ปัญญาเมธีกุล จากภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)
00:00
00:00
Empty Playlist