9CF596D3-DB19-448B-9EC6-8EA7026E4055

การจัดการซากแผงโซล่าเซลล์ที่หมดความคุ้มค่า

กระแสความนิยมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน และมีคาดว่าจะยังได้นำความนิยมอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการผลิตแผงโซล่าเซลล์ใหม่ๆมากขึ้น โดยสาเหตุนี้เองทำให้เกิดแผงโซล่าเซลล์ที่ตกรุ่นหรือชำรุดเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉลี่ยอายุการใช้งานก็แผงโซล่าเซลล์นั้นมีอายุอยู่ที่ประมาณ 15-20 ปี ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ สภาพสิ่งแวดล้อมและการใช้งาน แต่จำนวนเกี่ยวกับของการใช้งานแผงโซล่าเซลล์นั้น แสดงให้เห็นถึงว่าจะมีปริมาณขยะจากแผงโซล่าเซลล์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ซึ่งในแผงโซล่าเซลล์นั้นมีส่วนประกอบของสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพคือ สารตะกั่วและแคดเมียม โดยสารตะกั่วนั้นมีสามารถสะสมได้ทั้งในคนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสารตะกั่วจะเป็นอันตรายต่อระบบประสาท ไต ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบสืบพันธุ์ ส่วนแคดเมียมมีผลกรทบต่อระบบทางเดินหายใจและกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ และเป็นสาเหตุของมะเร็งต่อมลูกหมากและไต หากมีการสะสมมากๆจะทำให้เกิดอาการเจ็บปวดเรียกว่า โรคอิไตอิไต (Itai-Itai)

คิดที่ค่าเฉลี่ยปริมาณตะกั่วที่ 12.67 กรัมต่อแผง และน้ำหนักแผงที่ 22.4 กิโลกรัม ที่ค่าพีเอช 6-7 และ 3- 4 ตะกั่วสามารถละลายออกมาได้ประมาณ 75 กรัม และ 518 กรัมต่อตันของแผงเสียตามลำดับ และหากคิดที่ค่าเฉลี่ยปริมาณแคดเมียมที่ 4.6 กรัมต่อแผง  และน้ำหนักแผงที่ 12 กิโลกรัม ที่ค่าพีเอชปกติ และที่ค่าพีเอช 3 – 4 แคดเมียมสามารถละลายออกมาได้รประมาณ 27 กรัม และ153 กรัมต่อตันของเสียตามลำดับ โดยในสหภาพยุโรปมองว่าผลกระทบที่มีความรุนแรงน่าจะมาจากตะกั่วมากกว่าแคดเมียม เพราะว่าตะกั่วสามารถที่จะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้โดยง่ายกว่าและการควบคุมผลกระทบของตะกั่วนั้นทำได้ยากกว่าแคดเมียมอีกด้วย

ขั้นตอนการหาวิธีการจัดการแผงโซล่าเซลล์ที่หมดคุ้มค่าจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะไม่เช่นนั้นสารอันตรายต่างๆที่เป็นส่วนประกอบในแผงโซล่าเซลล์ก็จะส่งผลกระทบต่อมนุษย์ได้ และวิธีการจัดการแผงโซล่าเซลล์นั้นมี 4 แบบ 1.การจัดการคัดแยกอย่างง่ายและฝังกลบส่วนที่เหลือ 2.การคัดแยก บด และการคัดแยกวัสดุหลังจากบด  3.การคัดแยกเบื้องตัวและการใช้ส่วนกระจก 4.การคัดแยกเบื้องต้นและการแยกวัสดุให้สามารถนำกลับมาใช้ทำแผงโซล่าเซลล์ได้อีก ซึ่งในรูปแบบที่ 4 มีการใช้ต้นทุนที่สูง มีประบวนการซับซ้อน แต่ได้วัสดุกลับมาใช้ใหม่ได้มากที่สุด ส่วนวิธีที่ 1 เป็นวิธีการที่เกิดขึ้นจริงในโรงงานไฟฟ้าที่ปฏิบัติตามระเบียบในประเทศไทยในปีปัจจุบัน

ประเทศไทยมีการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตไฟฟ้าเป็นอันดับหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หากประเทศไทยจัดการซากแผงพลังงานแสงอาทิตย์หมดความคุ้มค่าได้อย่างถูกต้อง จะสามารถเป็นต้นแบบเพื่อการผลิตพลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืนและครบวงจรในภูมิภาคต่อไปในอนาคตได้อย่างแน่นอน

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

หนังสือประชาคมวิจัย ฉบับที่ 136 ปีที่ 23 เดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม 2560

หัวข้อ  “การจัดการซากแผงโซล่าเซลล์ที่หมดความคุ้มค่า” โดย รศ.ดร.พิชญ รัชฏาวงศ์

หัวหน้าห้องปฏิบัติการขยะ ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

00:00
00:00
Empty Playlist