ศุภชัย เนื้อนวลสุวรรณ photo

ตรวจสอบอาหารนำเข้า ไปกับ น.สพ.ดร.ศุภชัย เนื้อนวลสุวรรณ

การค้าระหว่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนทุน สินค้า และบริการ ทำให้ประชาชนในประเทศมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหาร และเครื่องดื่ม ที่แม้ประเทศไทยจะสามารถผลิตเองได้ และส่งออกเป็นจำนวนมาก แต่เพื่อความหลากหลายของสินค้าประเภทนี้ จึงได้มีการนำเข้าจากทั้งภาครัฐและเอกชน

ขณะเดียวกันสินค้าประเภทอาหาร และเครื่องดื่มมีข้อจำกัดเรื่องวันหมดอายุ และการปนเปื้อน ดังนั้นเรื่องความปลอดภัยของอาหารจึงเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง ประกอบกับเรื่องรสชาติ หน้าตา และราคา

น.สพ.ดร.ศุภชัย เนื้อนวลสุวรรณ ภาควิชาสัตวแพทยสาธารณสุข คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ดูแลศูนย์ความเสี่ยงอาหาร (Food Risk Hub) ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง “การตรวจสอบอาหารนำเข้าโดยฐานความเสี่ยง” เพื่อรวบรวมข้อมูลของสำนักด่านอาหารและยา ทั้งที่อยู่ในลักษณะกระดาษ อิเล็กทรอนิกส์ หรือดิจิตอล ให้อยู่ในระบบฐานข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ได้

 ศุภชัย เนื้อนวลสุวรรณ photo

“จริงๆ แล้วถ้าถามคนไทยทั่วๆ ไป เน้นอร่อยไว้ก่อน ถูกปากไว้ก่อน หน้าตาน่าทาน หรือราคาสมเหตุสมผล แต่อีกอย่างที่เราไม่ควรจะมองข้ามเพราะว่าเป็น well-being ความอยู่ดีกินดีของเรา นั่นคืออาหารนำเข้าจากบางประเทศ หรือบางชนิด บางกลุ่มเคยมีการรายงานของการปนเปื้อนสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ นั่นจึงเป็นที่มาว่าทำไมเราจึงควรจะต้องระมัดระวัง เพราะว่าเคยมีประวัติมาก่อน ฉะนั้นเราจึงควรที่จะระมัดระวังตนเอง” น.สพ.ดร.ศุภชัย กล่าว

การควบคุม ดูแลเรื่องความปลอดภัยเป็นหน้าที่ของภาครัฐ โดยชื่อที่หลายๆ คนคุ้นเคยกัน คือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข เป็นองค์กรหลักด้านคุ้มครองผู้บริโภค และส่งเสริมผู้ประกอบการด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี ในส่วนของอาหารนำเข้า อย. ทำหน้าที่ประเมินและตรวจสอบอาหารก่อนที่ผู้ประกอบการจะนำเข้ามาขายในประเทศให้กับเหล่าผู้บริโภค

งานวิจัยเก็บข้อมูลอาหารนำเข้าที่มีความเสี่ยง

“ถ้าอาหารที่มีประวัติความเสี่ยงสูง หรือมีประวัติการเปื้อน หรือไม่ค่อยผ่าน อาจจะผ่านบ้างไม่ผ่านบ้าง แนวโน้มไม่ค่อยดี จำนวนตัวอย่างในการเก็บจะต้องมากขึ้น ถ้าเกิดบริษัทไหน หรือผลิตภัณฑ์ไหนที่มีประวัติดีเราอาจจะผ่อนปรน ลดจำนวนการเก็บตัวอย่างลง แต่เรายังคงเก็บอยู่ หลักการคร่าวๆ เป็นแบบนี้ อีกส่วนหนึ่งคือปริมาณการบริโภค ถ้ายิ่งบริโภคมากเราต้องยิ่งกดปริมาณการปนเปื้อนให้น้อย แต่ถ้าเรากินน้อย เราอาจจะยอมให้มีปริมาณการปนเปื้อนที่มากหน่อย” น.สพ.ดร.ศุภชัย กล่าว

การตรวจสอบอาหารนำเข้าโดยอาศัยหลักการประเมินความเสี่ยงอาหาร (Food risk assessment) เป็นพื้นฐานสำคัญของระบบการชักตัวอย่าง (Sampling system) ซึ่งประกอบด้วยแผนการชักตัวอย่าง (Sampling plan) ที่สามารถปรับเปลี่ยนระดับความเข้มงวดของแผนการชักตัวอย่างได้ ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยง หรือข้อกำหนดที่ระบุไว้ การกำหนดระบบชักตัวอย่างอาหารนำเข้าโดยฐานความเสี่ยงนี้ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค และส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศภายใต้ข้อตกลงความเท่าเที่ยมกัน (Equivalence agreement) ระดับทวิภาคีและพหุภาคี

การชักตัวอย่างเป็นกระบวนการชักตัวอย่างที่เกี่ยวข้องโดยขึ้นอยู่กับประวัติการปฏิบัติตามข้อกำหนดของอาหาร โดยทั่วไปแล้วหากประวัติการปฏิบัติตามข้อกำหนดอยู่ในระดับที่ดี จำนวนตัวอย่างที่ต้องตรวจก็จะน้อยลง แต่ถ้าอยู่ในระดับที่ด้อย จำนวนตัวอย่างที่จะต้องตรวจก็จะมากขึ้น

“จากการที่เราได้ทำวิจัยมา มีการจัดกลุ่มของอาหารที่ดูเหมือนจะน่าเฝ้าระวังเป็นพิเศษ น่าจะเป็นพวกผลิตภัณฑ์จากสัตว์ อาจจะหมายถึงพวกเนื้อ Dairy product ผลิตภัณฑ์นม เนยแข็ง” น.สพ.ดร.ศุภชัย กล่าว

dairy products photo

ในช่วงปี 2551 มีข่าวการตรวจพบสารเมลามีน (Melamine) ปลอมปนในนมซึ่งมีต้นทางการผลิตมาจากบริษัทซานลู่ ประเทศจีน เด็กทารกในจีนจำนวนมากล้มป่วยด้วยโรคนิ่วในไต ส่งผลให้มีการเรียกคืนนมผงที่ผลิตจากบริษัทนี้ทันทีก่อนที่ผลกระทบจะเกิดกับประเทศอื่นๆ ตามมา สาเหตุที่ในนมผงมีปริมาณสารเมลามีนปนเปื้อนจำนวนมาก เนื่องจากผู้ผลิตการต้องการให้ปริมาณโปรตีนในน้ำนมของตนเองถึงค่ามาตรฐานและมีคุณภาพตามที่กำหนดไว้

สารเมลามีนมีความเป็นพิษต่ำ แต่หากรับเข้าสู่งร่างกายปริมาณมากและติดต่อกันเป็นเวลานาน จะก่อให้เกิดนิ่วในไต หรืออาการไตวาย โดยเฉพาะในเด็กทารกที่มีขนาดตัวเล็ก และภูมิต้านทานทำให้เมื่อได้รับสารเมลามีนในปริมาณไม่มากนัก ก็ส่งผลกระทบทันทีทันใด

นอกจากเรื่องสารปนเปื้อนในอาหารแล้ว อีกสิ่งที่ต้องระวังคือพวกไวรัส แบคทีเรีย โปรโตซัว และจุลินทรีย์ต่างๆ ที่ติดมากับอาหาร กลุ่มพวกไวรัสที่สามารถทำอันตรายได้ เช่น โนโรไวรัส (Norovirus) ตัวการท้องเสียระบาดในเจ้าตัวเล็ก ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) ทำให้เกิดการอักเสบของตับ ตั้งแต่อาการน้อยจนถึงรุนแรงมาก และไวรัสตับอักเสบอี (Hepatitis E) มีอาการเหมือนตับอักเสบชนิดอื่นคือ มีอาการปวดท้อง ตัวเหลืองตาเหลืองดีซ่าน คลื่นไส้อาเจียน ไวรัสพวกนี้สามารถติดต่อผ่านการรับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ

“ถ้าเราต้องการปกป้องผู้บริโภคมากขึ้น เราควรจะเก็บตัวอย่างมากขึ้น ซึ่งตัวอย่างส่วนใหญ่เก็บส่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ถึงแม้ต้นทุนบางส่วนผู้นำเข้าจะต้องแบกรับด้วย แต่ว่าเรื่องเจ้าหน้าที่ เรื่องคน เรื่องอุปกรณ์ต่างๆ ผมว่าภาครัฐยังจำเป็นที่จะต้องให้การสนับสนุนเพิ่มเติม เราอยากจะให้มีงบประมาณที่มากขึ้น เพราะแนวโน้มเราบริโภคมากขึ้น ยิ่งมีตู้คอนเทนเนอร์เข้ามาเพื่อให้รักษาสัดส่วนจำนวนตัวอย่างที่ถูกต้องที่เหมาะสมที่จะปกป้องผู้บริโภคได้ มันต้องมากขึ้น ถ้าแนวโน้มเรานำเข้ามามากขึ้น เราต้องเพิ่มจำนวนตัวอย่างไปอีกในการชักตัวอย่าง” น.สพ.ดร.ศุภชัย กล่าว

บทบทศูนย์ความเสี่ยงอาหาร (Food Risk Hub)

ศูนย์ความเสี่ยงอาหาร จากการสนับสนุนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ต้องการให้มีหน่วยงานวิจัย (Research unit) มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการวิจัยด้านความเสี่ยงของอาหาร มุ่งเน้นบทบาทการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) การให้ข้อเสนอแนะด้านการจัดการความเสี่ยง (Risk Management) และการสื่อสารความเสี่ยง (Risk Communication) ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมงานวิจัยด้านความเสี่ยงของอาหารเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ เป็นแหล่งอ้างอิงข้อมูลทางวิชาการระดับภูมิภาคและประเทศ

ศุภชัย เนื้อนวลสุวรรณ photo

“ในฐานะนักวิจัยที่ทำงานวิจัยมาพอสมควร เรามองในมุมผู้นำไปใช้ (Users) เพราะฉะนั้นเรามองว่าเราน่าจะเริ่มจากโจทย์วิจัยก่อน ว่ามีความต้องการอะไรไหม จากนั้นแปลงโจทย์วิจัย เราอยากจะเอาโจทย์วิจัยเริ่มต้นจากปัญหา แปลงเป็นโจทย์วิจัย แล้วหานักวิจัยมาทำ หาแหล่งเงินทุนมาทำเพื่อแก้ปัญหาตรงนี้ แล้วส่งกลับไปที่ผู้ใช้งาน หรือ Regulator คือหน่วยงานของภาครัฐที่มีอำนาจดูแล ภาษาความเสี่ยงเรียกว่า ผู้จัดการความเสี่ยง (Risk manager) เพื่อว่าเขาจะเอางานของเราไปใช้ เราในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัย การทำวิจัยจะต้องมีความเป็นปัจจุบัน เราคงไม่วิจัยอะไรที่รู้แล้ว ที่เก่าแล้ว และเราสามารถนำเอาความรู้มาประสิทธิ์ประสาทความรู้ให้กับนักศึกษา เพื่อจะตอบโจทย์ปัญหาและเรื่องของความเป็นปัจจุบัน” น.สพ.ดร.ศุภชัย กล่าว

ในช่วงท้าย น.สพ.ดร.ศุภชัย เน้นย้ำว่าสำหรับประชาชนทั่วไปการเลือกอาหารนำเข้า ควรหูตาไวติดตามข่าวสารเสมอ เพราะอาหารที่มีสาปนเปื้อนอาจไม่สามารถตรวจสอบได้เองด้วยตาเปล่า ขณะเดียวกันภาครัฐที่รับบทบาทโดยตรง อย่างเช่น อย. ควรได้รับงบประมาณเพิ่มมากขึ้นเพื่อเพิ่มการชักตัวอย่าง ยิ่งผู้บริโภคภายในประเทศมีการซื้อสินค้านำเข้ามากเท่าไร ยิ่งต้องมีการตรวจเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

การตรวจสอบอาหารนำเข้าโดยฐานความเสี่ยง
น.สพ.ดร.ศุภชัย เนื้อนวลสุวรรณ ภาควิชาสัตวแพทยสาธารณสุข คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สนับสนุนการวิจัยโดย สกสว.

00:00
00:00
Empty Playlist