thumb-01

‘ข่าวลือ’ บอกต่อๆ กันไปให้เรื่องใหญ่กว่าที่คิด

ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลได้ขยายขอบเขตการสนทนาของผู้คนให้เปิดกว้างมากขึ้นทั้งในเชิงพื้นที่และปริมาณ พฤติกรรมการสื่อสารของผู้คนได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่บทสนทนาที่มีสื่อสังคมออนไลน์เป็นศูนย์กลาง และแพลตฟอร์มดิจิทัลมีบทบาทในฐานะสถาบันหลักของการสื่อสารเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

การไหลเวียนของข่าวผ่านช่องทางสื่อดิจิทัลรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า ‘ข่าวลือ’ มีผลกระทบต่อการรับรู้ข่าวสาร จนหลายครั้งส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เพราะสื่อดิจิทัลโดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์นั้นเอื้อให้เกิดการเข้าถึงและเก็บข้อมูลขนาดใหญ่

ทวิตเตอร์เครื่องมือสำคัญในการแพร่กระจายข่าว

Twitter นั้นเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คที่แพร่กระจายข่าวปลอมได้อย่างรวดเร็วที่สุด และข้อความที่เป็นเรื่องเท็จถูกรีทวีต (Retweet) มากกว่าข้อมูลจริง

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ ได้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างในโลกออนไลน์ลุกลามไปจนถึงโลกแห่งความเป็นจริง เมื่อโซเชียลมีเดียถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกระจายข่าวปลอม หรือข้อมูลผิด ๆ ต่าง ๆ ซึ่งอาจจะมีมานานพร้อมกับการเริ่มต้นของยุคโซเชียล

ผลวิจัยล่าสุดจาก MIT’s Laboratory for Social Machines ได้ออกมาเผยผลการวิจัยจากการเก็บข้อมูลในช่วงปี 2006 – 2017 ที่ผ่านมานี้ว่า Twitter นั้นเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คที่แพร่กระจายข่าวปลอมได้อย่างรวดเร็วที่สุด และข้อความที่เป็นเรื่องเท็จถูกรีทวีต (Retweet) มากกว่าข้อมูลจริง ผลวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ข่าวปลอมนั้นเข้าถึงคนจำนวนประมาณ 1,500 คน ภายในเวลาอันรวดเร็วถึง 6 เท่าของข่าวจริง ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของการใช้งาน Twitter เนื่องจาก action ที่ Twitter ออกแบบไว้คือการ Retweet ซึ่งไม่จำเป็นว่าเราจะต้องรู้สึกเห็นด้วยหรือเห็นดีเห็นงามกับเรื่งอราวเหล่านั้น

ข่าวลือ สะท้อนภาพรวมสังคม

ข่าวลือเหล่านี้ไม่มีวันตาย ไม่หายไปจากสารบบอย่างสิ้นเชิง เพียงแต่รอระยะเวลาว่าจะขึ้นมาในกระแสมากน้อยแค่ไหน

ผลการศึกษาจากโครงการวิจัย “ข่าวลือท่ามกลางวิกฤตการณ์การเมืองในสื่อใหม่: กรณีศึกษาทวิตเตอร์ในวิกฤตการณ์การเมืองปี 2557” ที่มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิจิตรา สึคาโมโต้ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหัวหน้าครงการวิจัย ชี้ให้เห็นว่า ข่าวลือเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนถึงบริบทของการเปลี่ยนผ่านทางสังคม-การเมืองในประเทศไทยใน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของทั้งสื่อกระแสหลักและสื่อทางเลือก เนื่องจากอยู่ในบริบทที่มีการปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร ทำให้สำนักข่าวกระแสหลักมีข้อจำกัด ไม่สามารถนำเสนอข้อมูลเพื่อตอบสนองความสนใจของผู้คนในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิจิตรา สึคาโมโต้

ซึ่งนักวิจัยมองว่า การที่สื่อโดน Disrupt เยอะ ปัญหาจึงไม่ได้เกิดกับสื่อใดสื่อหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของอุตสาหกรรมสื่อโดยรวม เมื่อสื่อหลักล้มลงจากการเข้ามาของออนไลน์มีเดีย สื่อหลักบางเจ้าจึงเลือกที่จะเล่นข่าวคลิกเบตเรียกยอดไลก์ยอดแชร์ ทำให้สื่อไม่สามารถอยู่ในสถานะของ ‘Trust media’ ได้อีกต่อไป

จากผลวิจัยทำให้เห็นว่า ข่าวลือบนทวิตเตอร์มักจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง เมื่อได้รับการอ้างถึงหรือส่งต่อโดยบัญชีผู้ใช้งานที่เป็นบุคคลสาธารณะหรือผู้มีอิทธิพลทางความคิดในโลกออนไลน์ อีกทั้งยังพบว่า ข่าวลือเหล่านี้ไม่มีวันตาย ไม่หายไปจากสารบบอย่างสิ้นเชิง เพียงแต่รอระยะเวลาว่าจะขึ้นมาในกระแสมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากข่าวลือไหลไปทุกแพลตฟอร์ม และข้ามแพลตฟอร์ม (Transmedia) กันไปมาทั้งระหว่างช่องทางต่างๆ และระหว่างผู้ใช้งานในช่องทางเดียวกัน จึงค่อนข้างยากที่จะระบุจุดเริ่มต้นของข่าวลืออย่างชัดเจน

จากงานวิจัยชิ้นนี้ โดยเฉพาะกรณีตัวอย่างของข่าวลือในช่วงก่อนการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ซึ่งได้รับความสนใจมาก เนื่องมาจากความคลุมเครือของสถานการณ์ในขณะนั้น จะพบบทบาทของกลุ่มต่างๆ ที่ส่งผลต่อการไหลเวียนของข่าวลือ เช่น สถานะความเป็นบุคลากรในองค์กรสื่อ ทำให้นักข่าวมีแนวโน้มที่จะแสดงออกถึงความเป็น ‘คนวงใน’ ด้วยความรวดเร็วในการนำเสนอและตรวจสอบข้อมูล ในขณะที่ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ที่เป็นนักการเมืองและกลุ่มการเมือง มีแนวโน้มจะผลิตซ้ำทัศนคติของตนเองหรือผู้ที่ตนเชื่อมั่น โดยอิงกับผลประโยชน์ของกลุ่ม ส่วนกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางความคิดในโลกออนไลน์ มีแนวโน้มจะรักษาความน่าเชื่อถือผ่านการแสดงบทบาทเป็นผู้เผยแพร่ข่าวสารเพื่อแก้ไขข้อมูลที่เป็นเท็จของข่าวลือ

หากผู้เสพข่าวสารไม่มีการคิดและไตร่ตรองถึงความเชื่อถือได้ ก็จะนำไปสู่การส่งต่อและสร้างปัญหาข่าวปลอมกระจายไปทั่ว และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ คนที่ทำข่าวควรมีจรรยาบรรณและรู้เท่าทันแหล่งข่าว เพื่อลดการคัดกรองข่าวปลอมที่กระจายอยู่เต็มโลกโซเชียลนั่นเอง

 

เรียบเรียงและอ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย

“ข่าวลือท่ามกลางวิกฤตการณ์การเมืองในสื่อใหม่: กรณีศึกษาทวิตเตอร์ในวิกฤตการณ์การเมืองปี 2557”

หัวหน้าโครงการ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิจิตรา สึคาโมโต้
คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สนับสนุนการวิจัยโดย

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

 

00:00
00:00
Empty Playlist