RC20254-1.1

ความยุติธรรมกับกระบวนการยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

อะไรคือความยุติธรรม หลายคนอาจเคยตั้งคำถามแบบนี้ แต่เป็นที่ชัดเจนแล้วในปัจจุบัน “กระบวนการยุติธรรม” ของรัฐได้ถือเป็นอำนาจของรัฐในการรักษาซึ่งความยุติธรรมผ่านการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐ กล่าวคือ รัฐเป็นผู้มีอำนาจในความเป็นจริงที่จะบอกว่าสิ่งใดคือความยุติธรรม และมีศาลอยู่ในฐานะหน่วยงานของรัฐทำหน้าที่ตัดสินชี้ขาดข้อพิพาทของผู้คนเพื่อให้ได้ “ข้อยุติที่เป็นธรรม” แก่กรณีพิพาทต่าง ๆ

จากความเป็นจริงข้างต้นส่งผลให้ความเข้าใจของสังคมที่มีต่อความยุติธรรมจึงเป็นไปในความหมายอย่างแคบ คือ เป็นความยุติธรรมที่อยู่ภายใต้บทบาทของรัฐผ่านการใช้อำนาจตุลาการเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้เว้นแต่เมื่อได้เข้าไปเป็นคู่ความหรือคู่กรณีในคดีต่างๆ อย่างไรก็ตามกระบวนการยุติธรรมโดยรัฐกำลังถูกตั้งคำถามมากขึ้นว่าสามารถสร้างข้อยุติที่เป็นธรรมให้กับคนในสังคมได้จริงหรือ

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม

ในกระบวนการยุติธรรมไทยเชื่อว่า กฎหมายมีหลักการที่รับรองสิทธิให้ทุกคนเท่าเทียมกันและเสมอภาคกันในทางกฎหมายอยู่แล้ว กล่าวคือ ทุกคนล้วนอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกันอย่างเสมอภาคและยุติธรรมตามที่กฎหมายบัญญัติ ในขณะที่นักกฎหมายส่วนใหญ่ก็เชื่อว่า กระบวนการยุติธรรมเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้กับทุกคนได้อยู่แล้ว

สิ่งเหล่านี้ทำให้กระบวนการยุติธรรมไทยนั้นไม่เคยตั้งคำถามหรือหาคำตอบถึงผลกระทบที่เกิดจากการใช้อำนาจตามระบบกฎหมายที่มีต่อปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม เนื่องจากการใช้กฎหมายถูกมองเป็นหน้าที่การใช้อำนาจของฝ่ายปกครองและตุลาการ ในขณะที่ความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมที่ใช้เป็นกรณี ๆ ดังนั้นการใช้กฎหมายเข้าไปแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมเป็นเหมือนการใช้ อำนาจที่เล็กกว่าไปต่อสู้กับอำนาจที่ใหญ่กว่า หากกฎหมายที่บังคับใช้ไม่ใช่กฎหมายที่บัญญัติมาเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง การบังคับใช้กฎหมายก็จะไม่นำมาซึ่งการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ดังนั้น โดยธรรมชาติของตัวเอง กระบวนการยุติธรรมจึงเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ

และเมื่อปัญหาความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าการใช้อำนาจตามกฎหมาย วิธีการหนึ่งที่อาจแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำก็คือการออกกฎหมายที่มุ่งไปที่การแก้ไขปัญหาของโครงสร้างระบบ ผ่านการปฏิรูปกฎหมายและการปฏิรูปให้กระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ด้วยกลไกการทำงานของรัฐแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การปฏิรูปของหน่วยงานรัฐ ไม่ใช่งานหลักที่จะได้รับการพิจารณาอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นการยากที่จะทำให้เกิดการนำเอาระบบกระบวนการยุติธรรมเพื่อมาลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ

ที่ผ่านมามักจะมีประเด็นที่สังคมกล่าวถึงบ่อยครั้งว่ากระบวนการยุติธรรมสร้างปัญหาความเหลื่อมล้ำให้กับคนในสังคม โดยเฉพาะกับคนในระดับล่าง ทำให้ในความรู้สึกของชาวบ้านคนในระดับล่างจะรู้สึกว่ากระบวนการยุติธรรมนั้นลำเอียง มุ่งเอาผิดและดำเนินการอย่างเต็มที่กับชาวบ้านที่ไม่มีหนทางต่อสู้ แต่สำหรับคดีใหญ่หรือของผู้ที่มีฐานะหรือมีอิทธิพลแล้วนั้นกระบวนการยุติธรรมนอกจากจะไม่สามารถเอาผิดได้แล้ว ในหลาย ๆ กรณีทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนกระบวนการยุติธรรมให้ความช่วยเหลือ ชี้ช่องทาง หรือบางครั้งกลับช่วยฟอกให้การกระทำความผิดที่เห็นได้อย่างชัดเจน กลายเป็นการกระทำที่ถูกกฎหมายไปในที่สุด

แม้ที่ผ่านมาไทยจะมีมาตรการกลไกในการลดความเหลื่อมล้ำ แต่เนื่องจากกระบวนการยุติธรรมในความหมายอย่างแคบคือการแก้ปัญหาข้อพิพาทของประชาชน และกระบวนการยุติธรรมเป็นเพียงหนึ่งในบรรดากลไกของรัฐที่ทำหน้าที่อยู่ในชีวิตประจำวันและไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับปัญหาความเหลื่อมล้ำมากเท่าไรนัก

ในขณะที่การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำมักพึ่งพาการทำงานของกลไกรัฐส่วนอื่นเป็นหลัก เช่น ส่งเสริมการหาทางเพิ่มรายได้ ซึ่งเป็นกลไกที่มองผ่านมิติเศรษฐกิจเป็นหลัก ทั้งนี้ความพยายามของกระบวนการยุติธรรมไทยในการช่วยเหลือประชาชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้นยังมีอยู่บ้าง แต่มักจะปรากฏในรูปแบบของการให้สิทธิสวัสดิการของเด็ก คนชรา หรือบรรดาผู้ยากไร้ทางเศรษฐกิจ ซึ่งหากพิจารณาแล้วเราจะพบว่ามันเป็นความพยายามในการแก้ปัญหาโดยเน้นที่ตัวบุคคลมากกว่า ไม่ใช่การดึงบุคคลให้หลุดจากโครงสร้างความเหลื่อมล้ำแต่อย่างใด โดยที่ผ่านมารัฐไทยไม่มีการออกกฎหมายเพื่อแก้ไขโครงสร้างอันเป็นรากฐานของปัญหา เช่น การแก้ปัญหาความยากจนผ่านการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น หรือ ปฏิรูปกลไกของรัฐที่เป็นศูนย์รวมของอำนาจ เป็นต้น

ทั้งนี้จากการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องพบว่าปัจจุบันกระบวนการยุติธรรมไทยนั้นมีปัญหาหลายอย่างที่สั่งสมมาจนถึงปัจจุบัน โดยอาจสรุปเป็นประเด็นได้ดังนี้ ประเด็นแรกคือ ปัญหาเกี่ยวกับระบบบริหารงานยุติธรรม คือในปัจจุบันกระบวนการยุติธรรมของไทยยังขาดเป้าหมายและทิศทางการพัฒนากระบวนการยุติธรรมในภาพรวม ทำให้ไม่สามารถกำหนดนโยบายและนำนโยบายไปปฏิบัติอย่างมีสัมฤทธิ์ผล ยิ่งไปกว่านั้นยังมักขาดความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานย่อยในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับหน่วยงานย่อยในกระบวนการยุติธรรมตามมา

ประเด็นที่สองคือ ปัญหาเกี่ยวกับระบบการดำเนินคดีอาญา คือมีลักษณะนำคดีเข้าสู่ระบบยุติธรรมมากเกินสมควร ขณะเดียวกันก็ไม่มีกระบวนการกลั่นกรองหรือเบี่ยงเบนคดีออกจากขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมปกติ ดังจะเห็นได้จาก “คดีล้นศาล คนล้นคุก” ซึ่งส่งผลโดยรวมต่อประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรม ขาดการจัดการอย่างเหมาะสม ความผิดแต่ละระดับ ขาดการตรวจสอบ การตรวจค้นและจับกุมที่มีประสิทธิภาพ และให้อำนาจในการควบคุมผู้ต้องสงสัยได้นานเกินสมควร ระบบการตรวจสอบและฟ้องร้องมีการแยกจากกันโดยเด็ดขาด ทำให้การดำเนินคดีขาดประสิทธิภาพ

ประเด็นที่สามคือ ปัญหาเกี่ยวกับระบบการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิด กระบวนการยุติธรรมไทยยังคงละเลยหรือมองข้ามความสำคัญของการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด เนื่องจากความคิดของนักกฎหมายในกระบวนการยุติธรรมยังผูกติดกับเพียงการวินิจฉัยข้อถูกผิดของการกระทำและมุ่งผลักดันผู้กระทำผิดเข้าสู่เรือนจำ ระบบการกำหนดโทษยังมิได้คำนึงถึงภูมิหลังของผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง และระบบราชทัณฑ์ยังไม่สามารถแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดได้อย่างแท้จริง

ประเด็นที่สี่คือ ปัญหาที่เกิดจากการปฏิบัติโดยไม่ชอบจากบุคคลในกระบวนการ ซึ่งมีปรากฏปัญหาในหลายรูปแบบ อาทิ การคุกคามสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา การละเลยไม่คุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายและพยานเท่าที่ควร การเลือกปฏิบัติ การใช้ดุลยพินิจไม่เที่ยงธรรม การฉ้อราษฎร์บังหลวง และการทำงานที่ล่าช้า เป็นต้น

ประเด็นที่ห้าคือ กระบวนการยุติธรรมขาดการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนจากประชาชน ซึ่งทำให้ขาดการตรวจสอบ ร่วมรับทราบปัญหาอุปสรรค ร่วมกำหนดนโยบายอันเป็นหัวใจของความสำเร็จของกระบวนการยุติธรรม

ประเด็นที่หกคือ กระบวนการยุติธรรมขาดองค์ความรู้และศักยภาพในการพัฒนา บุคลากรส่วนใหญ่ในกระบวนยุติธรรมส่วนใหญ่ ยังปฏิบัติอยู่กับการปฏิบัติงานตามบรรทัดฐาน และระเบียบปฏิบัติที่มีอยู่เดิม ในขณะที่สังคมมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ทำให้กระบวนการยุติธรรมไม่สามารถจัดการกับปัญหาอาชญากรรมใหม่ ๆ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นได้

ประเด็นสุดท้ายคือ บุคลากรในกระบวนการยุติธรรมขาดจิตสำนึกและขาดทัศนคติที่ดีในการบริการความยุติธรรมแก่ประชาชน บุคลากรบางส่วนมีทัศนคติเชิงอำนาจนิยม และยึดติดในระบบเจ้าขุนมูลนาย การเลือกคนเข้าทำงานในกระบวนการยุติธรรม ไม่ให้ความสำคัญกับด้านคุณธรรมจริยธรรมเท่ากับความสามารถในด้านความรู้

สำหรับข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้เป็นทางออกหนึ่งของปัญหาความเหลื่อมล้ำ มีข้อเสนอจากงานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ประการแรก มีการเสนอให้มีการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนากระบวนการยุติธรรมเพื่อคนจน ซึ่งประกอบด้วยการขยายโอกาสการเข้าถึงความยุติธรรมสำหรับคนจน ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การให้ความรู้ความเข้าใจในสิทธิต่าง ๆ การพัฒนากระบวนการยุติธรรมในระดับชุมชนเพื่อระงับข้อพิพาทเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชุมชน

ประการที่สอง เสริมสร้างความเสมอภาคในกระบวนการยุติธรรม เช่น การพัฒนาระบบการปล่อยตัวชั่วคราวที่ไม่ยึดติดอยู่ที่หลักประกันที่เป็นทรัพย์สินเงินทอง การมีทนายความที่มีคุณภาพ การจัดสรรงบประมาณในรูปของ “กองทุนเพื่อการช่วยเหลือและสงเคราะห์ผู้ต้องหา จำเลย และผู้เสียหายในคดีอาญา” ที่เพียงพอและง่ายต่อการเข้าถึง

ประการที่สาม เปลี่ยนกรอบความคิดที่อยู่ภายใต้ความรู้ในทางกฎหมายแบบเดิม ๆ ไปสู่โลกทัศน์ กรอบความคิดในมิติใหม่ ๆ ทางกฎหมายที่เชื่อมโยงอยู่กับปัญหาพื้นฐานในทางสังคม

ประการที่สี่ เปลี่ยนแปลงทัศนะเดิม ๆ ในทางกฎหมายที่ครอบงำแวดวงวิชาการกฎหมาย ครอบงำสถาบันต่าง ๆ ในทางกฎหมาย และครอบงำนักกฎหมาย ให้คลี่คลายลงและร่วมกันในการพัฒนาทัศนะคติใหม่ ๆ ที่ให้ความสำคัญกับปัญหาเชิงโครงสร้างที่นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำในมิติต่างๆ

ประการสุดท้าย ควรมีการพัฒนาแนวคิดของระบบกฎหมายใหม่ ๆ ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายของกฎหมาย หน้าที่ของนักกฎหมาย และกลไกของกระบวนการยุติธรรมว่ามีหน้าที่ในการสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม เพราะความเป็นธรรมจะเกิดขึ้นได้ต้องมีโครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม และกฎหมายที่ให้ความสำคัญกับการขจัดความเหลื่อมล้ำในทุกรูปแบบ

จากที่กล่าวมาทั้งหมด อาจสรุปได้ว่าเราไม่ควรนิ่งนอนใจกับความเหลื่อมล้ำในทุกรูปแบบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรมอันเป็นกระบวนการที่ควรจะให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนมากที่สุด

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “การลดความเหลื่อมล้ำ ผ่านกระบวนการยุติธรรม”

หัวหน้าโครงการ : ไพสิฐ พาณิชย์กุล

สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง ภัณฑิลา ธนบูรณ์นิพัทธ์
กราฟิก ตวงทอง จงเจริญ
พิสูจน์อักษรและตรวจทาน จินตนา ธรรมวงษ์
00:00
00:00
Empty Playlist