RC20352_00

ขีดสมรรถนะของหน่วยงานไทยในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศหรือที่หลายท่านอาจจะเคยได้ยินในชื่อ Climate change เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นและสร้างผลกระทบใหญ่ในระดับโลก ซึ่งทุกประเทศล้วนแล้วแต่ต้องรับชะตากรรมนี้ร่วมกัน ไม่ว่าแต่ละประเทศนั้นจะมีระดับการพัฒนาเศรษฐกิจไม่เท่ากันหรือเป็นผู้ก่อปัญหามากน้อยต่างกัน ทำให้จำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากนานาชาติ จนเกิดเป็นอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ซึ่งการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนี้ยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนในสังคมด้วย เนื่องจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีขอบเขตที่กว้างขวางมาก ไร้พรมแดน และกระทบทุกมิติของสังคม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอยู่แล้วและมีความเปราะบาง เช่น กลุ่มคนจนในเมือง ชาวประมงพื้นบ้านและประมงขนาดเล็ก แรงงานรับจ้าง/เกษตรกรไร้ที่ทำกิน เป็นต้น กลุ่มเหล่านี้มักจะขาดสมรรถนะทางความรู้และการเงินมากพอที่จะรับมือกับแรงกดดันเพิ่มเติมอย่างเช่น ปัญหาโลกร้อน ซึ่งปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่ใหม่ รวมถึงยิ่งมีความผิดปกติมากขึ้นเรื่อยๆ

ภัยพิบัติที่เกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น ทำให้การปรับตัวนั้นมีความสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา อย่างไรก็ตามเมื่อหันกลับมามองประเทศไทยของเราทำให้เกิดข้อสงสัยในเรื่องความสามารถรวมถึงขีดสมรรถนะขององค์กรไทยที่มีอยู่ในการรับมือปัญหาดังกล่าว จึงก่อให้เกิดการวิจัยในโครงการขีดสมรรถนะที่จำเป็นของหน่วยงานไทยในการสนับสนุนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขึ้น ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นโครงการใหม่ของโลกที่หลายคนอาจมองข้ามหรือละเลยการตั้งคำถามว่าหน่วยงานต่างๆมีขีดสมรรถนะอยู่ในระดับใด? โดยโครงการนี้ต้องการหาเครื่องมือการประเมินขีดสมรรถนะที่มีอยู่กว่า 20 แบบมาปรับใช้ในการประเมินหน่วยงานที่มีภารกิจสนับสนุนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานเศรษฐกิจและการเกษตร (สศก.) และ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)  

เครื่องมือประเมินสมรรถนะหน่วยงาน

ในที่นี้ “ขีดสมรรถนะ” ตามความหมายของ UNFCCC คือการเพิ่มขีดความสามารถของปัจเจกบุคคล องค์กร หรือสถาบัน ในการบ่งชี้ วางแผน และดำเนินงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวทำได้ใน 3 ระดับ คือ ระดับปัจเจกชน ระดับองค์กร และระดับประเทศ อย่างไรก็ตามหากไม่มีการพัฒนาขีดสมรรถนะก็จะนำมาซึ่งหายนะและการสูญเสียโอกาสได้ ดังนั้นการศึกษามิติในการประเมินขีดสมรรถนะดังกล่าวจากต้นแบบของ UNTA นำสู่การนิยาม ขีดสมรรถนะเป็น 8 ด้าน ที่จำเป็นในการดำเนินงานขององค์กร ได้แก่ 1. การสร้างนโยบาย กฎหมาย แผนงาน 2. การขับเคลื่อนนโยบายและแผนงานที่มีอยู่แล้วไปสู่การปฏิบัติ 3. การประสานงานภายในและภายนอกองค์กร 4. การรวบรวมและใช้ข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง 5. การติดตามประเมินผลการดำเนินงานเพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน 6. การจัดการองค์ความรู้ที่จำเป็นและเหมาะสมกับภารกิจในการสนับสนุนการปรับตัว 7. การจัดการและใช้เทคโนโลยี 8. การจัดการทรัพยากรทางการเงิน

โดยในปัจจุบัน 3 ด้านสุดท้ายนั้นยังไม่ปรากฏอยู่ในเครื่องมือการประเมินขีดสมรรถนะของ USAID และ UNDP/GEF ซึ่งได้แก่ 6. การจัดองค์ความรู้ 7. เทคโนโลยี และ 8. ทรัพยากรทางการเงิน แต่ด้วยพลวัตของการเปลี่ยนแปลงของสังคม จึงทำให้ต้องมีการเพิ่มมิติอื่นๆ เข้ามาพิจารณาว่าองค์กรมีความพร้อมอยู่ในระดับใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการ “ความเสี่ยงใหม่” อย่างไรก็ตามมิติทั้งหมดนี้ได้รับการยอมรับจากองค์กรร่วมโครงการทั้ง 2 ที่แล้วว่ามีความสำคัญสำหรับการบริหารองค์กรยุคใหม่ที่จำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านี้มากกว่าเดิม


 

สถานการณ์ขีดสมรรถนะของหน่วยงาน หลังจากที่ได้นำเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินขีดสมรรถนะไปศึกษาจริงพบว่า ผลการประเมินของทั้ง 2 องค์กร มีผลคล้ายคลึงกัน ซึ่งมีขีดสมรรถนะโดยรวมในระดับปานกลาง และเมื่อพิจารณาลึกลงไปในแต่มิติพบว่า องค์กรหนึ่ง มีจุดอ่อนด้านเทคโนโลยี การติดตามประเมินผล และการจัดการองค์ความรู้ ส่วนอีกองค์กรมีจุดอ่อนที่ต้องพัฒนาเรื่องการรวบรวม จัดการและใช้ข้อมูลสารสนเทศ การติดตามประเมินผล และการจัดทำนโยบาย แผนงาน และโครงการซึ่งความแตกต่างเหล่านี้อาจอธิบายได้ด้วยประสบการณ์ของกลุ่มงานที่แตกต่างกัน โดยหน่วยงานที่มีการสนับสนุนจากระดับบริหารมีประสบการณ์สั่งสมมานานและมีโอกาสในการพัฒนาตนเองจะมีจุดแข็ง-จุดอ่อนที่แตกต่างจากองค์กรที่ไม่มีคุณลักษณะดังกล่าว แต่ที่น่าสังเกตุคือขีดสมรรถนะของหน่วยงานทั้ง 2 ที่ต้องปรับปรุงล้วนแต่เป็นเรื่องที่สำคัญต่อองค์กรยุคใหม่ที่จำเป็นต้องมีการพัฒนาทั้งสิ้น นั่นคือ การจัดการเทคโนโลยี การจัดการองค์ความรู้ การจัดการระบบข้อมูลและสารสนเทศ การติดตามประเมินผล เป็นหลัก  

 

ข้อจำกัดในการเพิ่มขีดสมรรถนะ ด้วยผลการประเมินดังกล่าวนั้นเป็นเพียงเครื่องบ่งชี้เบื้องต้นที่จะเป็นประโยชน์ต่อการเริ่มต้นพิจารณาเรื่องการพัฒนาขีดสมรรถนะ ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกมองข้ามมาโดยตลอด และด้วยขีดสมรรถนะที่มีอยู่กับการเชื่อมโยงเรื่องการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้การพัฒนาขีดสมรรถนะที่ยังด้อยอยู่เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มงานรับผิดชอบในเรื่องนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการสนับสนุนการปรับตัว แต่ด้วยทรัพยากรทั้งหลายที่มีอยู่อย่างจำกัดขององค์กรภาครัฐทำให้ต้องมีการจัดลำดับความสำคัญของมิติที่ต้องพัฒนา รวมถึงการเกี่ยวโยงกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ ในเรื่องการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้การประสานงานและการสร้างเสริมการมีส่วนร่วมขยายวงออกไปไกลกว่าขอบเขตของภาคราชการ

————————————————————–

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “โครงการขีดสมรรถนะที่จำเป็นของหน่วยงานไทยในการสนับสนุนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” หัวหน้าโครงการ: สิตานนท์ เจษฎาพิพัฒน์ และ อัจฉราพร การนนท์ สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง ณภัชนิศา วัฒนาเขมาภิรัต
กราฟิก ณภัชนิศา วัฒนาเขมาภิรัต
ตรวจภาษาและความถูกต้อง ญาณิตา เหลืองคงอยู่
00:00
00:00
Empty Playlist