RC20322-1

ความพร้อมเชิงโครงสร้างพื้นฐานในการเป็นศูนย์กลางผู้ให้บริการโลจิสติกส์สุขภาพ

หลายคนคงเคยได้ยินแนวความคิดที่ว่าประเทศไทย อาจมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางผู้ให้บริการโลจิสติกส์สุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำบอกเล่าเกี่ยวกับระบบดูแลสุขภาพของไทยที่ได้รับการจัดลำดับเป็นที่ 6 ของโลกในปี 2019 โดยนิตยสาร CEOWORLD ของสหรัฐอเมริกาซึ่งพิจารณาจากภาพรวมคุณภาพของระบบดูแลสุขภาพ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานของระบบสุขภาพ บุคลากรด้านสุขภาพ ต้นทุนสุขภาพต่อประชากร คุณภาพของยา และความพร้อมของรัฐบาล นอกจากนั้นยังพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย ได้แก่ สิ่งแวดล้อม การเข้าถึงน้ำสะอาด สุขอนามัย บทควบคุมลงโทษการกระทำที่เสี่ยงต่อสุขภาพ และปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความอ้วน ซึ่งตัวชี้วัดเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของระบบดูแลสุขภาพของไทยที่อาจจะมีศักยภาพเพียงพอต่อการเป็นศูนย์กลางผู้ให้บริการโลจิสติกส์สุขภาพ (Healthcare Logistics Hub)

แต่อย่างไรก็ตาม การจะเป็นศูนย์กลางผู้ให้บริการโลจิสติกส์สุขภาพ (Healthcare Logistics Hub) ยังมีองค์ประกอบและเงื่อนไขต่าง ๆ ที่จะต้องพิจารณา ซึ่งงานศึกษา “การพัฒนาความสามารถและโอกาสของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางผู้ให้บริการโลจิสติกส์สุขภาพในภูมิภาคอาเซียนตามแนวโน้มของโลจิสติกส์สุขภาพโลก” ได้ทำการทบทวนวรรณกรรม และชี้ให้เห็นองค์ประกอบสำคัญของการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ (Logistics Hub) ซึ่งหนึ่งในองค์ประกอบนั้นก็คือ องค์ประกอบระดับโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)

อะไรคือโลจิสติกส์สาธารณสุขและศูนย์กลางผู้ให้บริการโลจิสติกส์สุขภาพ ? (Healthcare Logistics Hub)

งานศึกษาชิ้นนี้ได้ปูพื้นฐานความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่อง “การไหล” หรือ โลจิสติกส์ (Logistics) ซึ่งมีอยู่ 3 รูปลักษณ์ตามการนิยามของ Stock and Lambert (2001) ได้แก่ การไหลของสินค้าและบริการ (Material Flow) การไหลของข้อมูล (Information Flow) และการไหลของเงินหรือผลตอบแทนอื่น (Financial Flow) ดังนั้น การให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของการไหล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การไหลของสินค้าและบริการซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “ระบบโลจิสติกส์” ภายในระบบ สามารถพิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ ของระบบที่ทำงานสอดประสานกัน เพื่อให้เห็นถึงโอกาส และความท้าทายในการทำให้เกิดประสิทธิภาพของการไหลของสินค้าและบริการในระบบนั้น ๆ ได้

ดังนั้น โลจิสติกส์สาธารณสุข (Healthcare Logistics) จึงอาจกล่าวได้ว่า เป็นการไหลของวัสดุ ข้อมูล เงิน และคน ประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการดูแลสุขภาพของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ และเมื่อเพิ่มคำว่า ศูนย์กลางเข้าไป ก็จะกล่าวได้ว่าเป็น ศูนย์กลางผู้ให้บริการโลจิสติกส์สุขภาพ (Healthcare Logistics Hub) หมายถึง การเป็นศูนย์กลางของการไหลของวัสดุ ข้อมูล เงิน และคน ประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการดูแลสุขภาพของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) จากต้นน้ำถึงปลายน้ำที่หลากหลาย แต่การจะเป็นศูนย์กลางได้นั้น ประเทศไทยยังต้องพบกับโอกาส และความท้าทายทั้งในระดับมหภาค และระดับจุลภาค

มองความพร้อมผ่านระดับโครงสร้างพื้นฐานของโลจิสติกส์สุขภาพของประเทศ

องค์ประกอบสำคัญของการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ (Logistics Hub) ประกอบด้วย 2 ระดับคือ ระดับโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และระดับการปฏิบัติการการให้บริการ (Operations and Services) หากพิจารณาให้ดีแล้วจะพบว่า ระดับโครงสร้างพื้นฐาน ฯ เป็นเสมือนเงื่อนไขเชิงบริบทที่สำคัญ โดยจะเป็นตัวกำหนดการขับเคลื่อนการปฏิบัติในระดับการให้บริการ กล่าวคือ หากมีการจัดการหรือมีความพร้อมเชิงโครงสร้างที่ดี อาจนำไปสู่ระดับการปฏิบัติการการให้บริการที่ดีได้เช่นกัน ดังนั้น การพิจารณาองค์ประกอบในเชิงโครงสร้างพื้นฐานฯ จึงมีความสำคัญยิ่ง ซึ่งงานศึกษาชิ้นนี้ได้อาศัยแนวทางการวิเคราะห์ข้อมูลในระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อหาโอกาส และสรุปการเกิดธุรกิจที่ประเทศไทยจะเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ด้านระบบสาธารณสุข และเป็นศูนย์กลางผู้ให้บริการโลจิสติกส์สุขภาพของภูมิภาค โดยมีแนวทางพิจารณาดังนี้

1) สถานะด้านโครงสร้างพื้นฐานของโลจิสติกส์สุขภาพของประเทศ  โดยพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานของโลจิสติกส์สุขภาพทั้ง 5 ระบบ ได้แก่

  • ระบบฐานข้อมูลยาและเวชภัณฑ์
  • ระบบบริหารจัดการคลังยาและเวชภัณฑ์
  • ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์
  • ระบบติดตามและสอบย้อนกลับยาและเวชภัณฑ์
  • ระบบศูนย์ข้อมูลยาและเวชภัณฑ์

2) แผนการดำเนินการและนโยบาย (Plan & Policy) เช่น การกำหนดนโยบาย และแผนที่เอื้อต่อการพัฒนาระบบ

3) โอกาสของประเทศไทย  (Opportunity for Thailand) เป็นการวิเคราะห์ศึกษาภูมิทัศน์ระบบสุขภาพเพื่อให้เห็นถึงโอกาสที่จะเสนอบริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน

4) ช่องทาง   (Approach) การดำเนินการรูปแบบใดที่จะนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์สุขภาพในภูมิภาค

5) การกำหนดกลยุทธ์   (Strategy Formulation) การวิเคราะห์ถึงสภาพแวดล้อมภายนอก ภายใน จุดแข็ง และจุดอ่อนเพื่อกำหนดแผน และกลยุทธ์ในการบรรลุเป้าหมาย

นอกจากนี้ งานศึกษาชิ้นนี้ยังได้พัฒนาแบบประเมินจาก Health Metric Network Assessment Tool version 4.00 โดยจุดประสงค์สำคัญในการใช้แบบประเมินคือ เพื่อให้ทราบถึงสถานะด้านโลจิสติกส์ของระบบสาธารณสุขในแต่ละประเทศ ทั้งนี้แบบประเมินที่นำมาใช้ในการศึกษาได้รับการปรับหัวข้อที่ใช้ในการประเมินเพื่อให้สะท้อนถึงข้อมูลโลจิสติกส์สุขภาพ ซึ่งเหลือเพียง 4 หัวข้อ (จากเดิม 6 หัวข้อโดยตัด Indicators และ Information Products ออกไป) ประกอบด้วย การสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล โลจิสติกส์สุขภาพ (National Health information system resources) ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์สุขภาพ (Resource Record) การจัดการข้อมูลโลจิสติกส์สุขภาพ (Data Management) และการกระจายข้อมูล และนำข้อมูลไปใช้ (Dissemination and Use) จากนั้นจึงนำไปเป็นแนวทางในการประเมินความพร้อมในระดับโครงสร้างพื้นฐาน ฯ

ประเทศไทยพร้อมหรือยังที่จะเป็นศูนย์กลางผู้ให้บริการโลจิสติกส์สุขภาพ ?

หากพิจารณาความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานของไทยจากผลการประเมินใน 4 หัวข้อ ประกอบกับการวิเคราะห์หาโอกาส ศักยภาพในเชิงโครงสร้าง เพื่อที่จะเป็นศูนย์กลางผู้ให้บริการโลจิสติกส์สุขภาพ โดยเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนอีก 4 ประเทศได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ลาว และเมียนมาร์ พบว่า “ประเทศสิงคโปร์” เป็นประเทศที่อาจกล่าวได้ว่ามีความพร้อมมากที่สุดในเกือบทุกด้าน อันเนื่องมาจากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลที่ชัดเจน ทั้งในเชิงนโยบายและแนวปฏิบัติ รวมไปถึงมีการบริหารจัดการด้านข้อมูลและการสื่อสารที่ดี เช่น การใช้มาตรฐานรหัสยา และฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบโลจิสติกส์สุขภาพร่วมกันทั้งประเทศ
ขณะที่ “ประเทศไทยและมาเลเซีย” มีความพร้อมในระดับเดียวกัน กล่าวคือ ในเชิงการวางแผน และกำหนดยุทธศาสตร์ มีความพยายามในการเตรียมความพร้อมระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรองรับการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์สุขภาพในระดับประเทศ แต่ในเชิงปฏิบัตินั้นยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากสถานะด้านโครงสร้างพื้นฐานของโลจิสติกส์สุขภาพของประเทศ ที่ต้องมีความพร้อมใน 5 ระบบพื้นฐาน ซึ่งยังไม่ได้รับการบริหารจัดการที่ดีเพียงพอ เช่น ความหลากหลายของรหัสยาซึ่งยังไม่เชื่อมโยงในระดับสากล อีกทั้งข้อมูลต่าง ๆ ยังบริหารจัดการแบบแยกส่วนกัน

ส่วนประเทศ “ลาวและเมียนมาร์” นั้น จะเห็นได้ว่าทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความพร้อมเชิงโครงสร้างพื้นฐานยังต้องการการพัฒนาต่อไป ทั้งในเชิงนโยบาย และการกำหนดแผนเพื่อจัดสร้างโครงสร้างพื้นฐานอาจจะยังไม่เด่นชัด ซึ่งรัฐอาจจะต้องใช้ทรัพยากรทั้งเงินทุนและบุคคลอย่างมาก เพื่อริเริ่มการเตรียมความพร้อมระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรองรับการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์สุขภาพ

จากงานศึกษาชิ้นนี้จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยมีศักยภาพและมีทุนเชิงโครงสร้าง ซึ่งสามารถพัฒนาต่อไปได้ หากประเทศไทยคาดหวังที่จะเป็นศูนย์กลางผู้ให้บริการโลจิสติกส์สุขภาพของภูมิภาคอาเซียน รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ความสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมในระดับโครงสร้างพื้นฐานให้มากขึ้น ซึ่งอาจมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางปฏิบัติกับประเทศที่มีความพร้อมอย่างประเทศสิงคโปร์ หรือประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย เพื่อสักวันหนึ่ง ประเทศไทยจะได้เป็นศูนย์กลางผู้ให้บริการโลจิสติกส์สุขภาพของภูมิภาคอาเซียน

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “การพัฒนาความสามารถและโอกาสของประเทศไทย สู่การเป็นศูนย์กลางผู้ให้บริการโลจิสติกส์สุขภาพ ในภูมิภาคอาเซียนตามแนวโน้มของโลจิสติกส์สุขภาพโลก”

หัวหน้าโครงการ : ดวงพรรณ ศฤงคารินทร์
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง ชนัญญา ประสาทไทย
กราฟิก ชนกนันท์ สราภิรมย์
พิสูจน์อักษรและตรวจทาน วริศรา ศรีสวาท
00:00
00:00
Empty Playlist