RC20318 (ปก)

มลพิษทางเสียงที่สาธารณสุขไทยแก้ไม่ตก

ประเทศไทยนอกจากปัญหามลพิษทางอากาศที่ต้องเผชิญในปัจจุบันแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่กระทบโดยตรงต่อประชาชนไม่แพ้กันคือ มลพิษทางเสียงที่อาจเกิดขึ้นได้ทั่วไปในทุกพื้นที่ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางเสียงที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม การค้าขาย ฯลฯ สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ประชาชนในบริเวณโดยรอบและเกิดข้อร้องเรียน ร้องทุกข์ต่าง ๆ ตามมา ดังนั้น ปัญหามลพิษทางเสียงจึงถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้ปัญหาอื่น ๆ ที่ควรให้ความสำคัญเพื่อสาธารณสุขของประชาชน

จากข้อมูลการร้องทุกข์ของประชาชนในปี 2558 ประเด็นที่มีการร้องทุกข์มากที่สุด ได้แก่ เรื่องเหตุเดือดร้อนรำคาญ ในปี 2558 มีข้อร้องทุกข์เหตุเดือดร้อนรำคาญคิดเป็นถึงเกือบร้อยละ 15 ของเรื่องร้องทุกข์ทั้งหมด โดยมีเรื่องร้องทุกข์เหตุเดือดร้อนรำคาญถึง 12,425 เรื่อง เพิ่มขึ้นจาก 3,599 เรื่องในปี 2556 หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงร้อยละ 123 ต่อปี การเพิ่มขึ้นที่รวดเร็วดังกล่าวทำให้ข้อร้องทุกข์เหตุเดือดร้อนรำคาญมีสัดส่วนความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเรื่องที่มีความสำคัญที่สุด ได้แก่ ข้อร้องทุกข์เรื่องเสียง ซึ่งมีจำนวนมากเป็นอันดับ 1 ในทุกภูมิภาค ในปี 2558 มีข้อร้องทุกข์เรื่องเสียงถึง 6,270 เรื่อง คิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของเรื่องร้องทุกข์เหตุเดือดร้อนรำคาญทั้งหมด โดยเกือบครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 48) เป็นปัญหาเสียงรบกวนที่เกิดจากร้านค้าร้านอาหาร และอีกร้อยละ 33 เป็นปัญหาเสียงที่เกิดจากบ้านเรือน และบุคคล

กฎหมายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหาเรื่องเสียงในปัจจุบัน ได้แก่ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และยังมีกฎหมายอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหาในเรื่องเสียง นอกจากนี้ ในด้านการดำเนินการหรือการปฏิบัติจะมีหลายหน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหาข้อร้องทุกข์ของประชาชน เช่น ปัญหาเสียงที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม จะอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของหน่วยงานสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ปัญหาเสียงที่เกิดจากสถานประกอบการ จะอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น

โดยงานวิจัยเรื่อง “การศึกษาแนวทางการจัดการปัญหาข้อร้องทุกข์ของประชาชน: กรณีเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียง และความขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษา” ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับสถานการณ์การจัดการปัญหาข้อร้องทุกข์เหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียง ปัญหาหรืออุปสรรคในการดำเนินงานแก้ไขจัดการปัญหาข้อร้องทุกข์ด้านเสียง และข้อเสนอแนะสำหรับกลไกการป้องกันปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียง เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขสถานการณ์เหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียงไว้ดังนี้

สถานการณ์การจัดการปัญหาข้อร้องทุกข์เหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียงในปัจจุบัน

สถานการณ์การจัดการปัญหาในปัจจุบัน โดยภาพรวมของการจัดการปัญหาสามารถแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก ประกอบด้วย กลไกการป้องกันปัญหา กระบวนการรับเรื่องร้องทุกข์ และกระบวนการแก้ไขปัญหา โดยมีขั้นตอนดำเนินการเพื่อจัดการปัญหาดังต่อไปนี้

  • กลไกการป้องกันปัญหา

การป้องกันปัญหาเป็นกลไกแรกที่นำมาใช้เพื่อไม่ให้เกิดการร้องทุกข์เกิดขึ้น โดยปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียงมีหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น การประกอบกิจการที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด หรือแม้กระทั่งความไม่พอใจส่วนบุคคลจนนำไปสู่การสร้างปัญหาการร้องเรียนด้านเสียง ดังนั้น หน่วยงานที่มีบทบาทหลักในการป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่ ได้แก่ สถานีตำรวจภูธรและนครบาล และหน่วยงานท้องถิ่น (เทศบาล สำนักงานเขต และอำเภอ) โดยวิธีการป้องกันปัญหาที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เป็นหน้าที่หลักของหน่วยงานท้องถิ่นซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายในการดำเนินการ โดยเน้นการตรวจสอบและติดตามการขอและต่อใบอนุญาตการประกอบกิจการของสถานประกอบการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ตรวจสอบใบอนุญาตของสถานบันเทิงและควบคุมเวลาการเปิดปิดไม่ให้เกินเวลาที่กำหนด

  • กระบวนการรับเรื่องร้องทุกข์

หากกลไกการป้องกันปัญหาไม่สามารถป้องกันการเกิดปัญหาได้ จนเกิดเป็นข้อร้องทุกข์เหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียงจากประชาชนผู้เดือดร้อนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ โดยหน่วยงานที่รับข้อร้องทุกข์มีหน้าที่ คือ การลดและระงับเหตุร้องทุกข์ โดยสามารถแบ่งกลุ่มผู้เกี่ยวข้องออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้

1) ประชาชนผู้ร้องทุกข์เหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียง

การร้องทุกข์ของประชาชนเรื่องเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียงส่วนใหญ่ สาเหตุเนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต จึงทำให้เกิดการร้องทุกข์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหาดังกล่าวโดยตรง ได้แก่ เทศบาลหรือสำนักงานเขต หรือหน่วยงานที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย เช่น สถานีตำรวจ ศูนย์ดำรงธรรม เป็นต้น

2) หน่วยงานรับเรื่องร้องทุกข์เหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียง

ช่องการร้องทุกข์เหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียงของประชาชนในปัจจุบัน ไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งสามารถแบ่งหน่วยงานที่รับเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ หน่วยงานส่วนกลางและระดับภาค ซึ่งมีหน้าที่หลักในการรับเรื่องร้องทุกข์เหตุเดือดร้อนรำคาญจากประชาชนทั่วทั้งประเทศ หน่วยงานระดับจังหวัด ซึ่งมีหน้าที่รับเรื่องร้องทุกข์เหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียงจากประชาชนในจังหวัดนั้น ๆ สุดท้ายคือหน่วยงานระดับท้องถิ่น เป็นหน่วยงานแก้ไขปัญหาโดยตรงและเป็นหน่วยงานรับเรื่องจากประชาชนในพื้นที่โดยตรงอีกด้วย

  • กระบวนการแก้ไขปัญหา

หน่วยงานระดับจังหวัดและระดับท้องถิ่นเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียง โดยความรับผิดชอบหลักจะอยู่ที่หน่วยงานระดับท้องถิ่นเป็นหลัก ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 ซึ่งบัญญัติให้อำนาจหน้าที่ในการสั่งการแก้ไขปัญหาข้อร้องทุกข์เหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียง เป็นอำนาจของหน่วยงานฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่น ขณะที่หน่วยงานระดับจังหวัดอาจมีการลงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียงบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาระดับจังหวัดเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่จัดการปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียงโดยตรงดังเช่นหน่วยงานระดับท้องถิ่น โดยจุดประสงค์หลักของการแก้ไขปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียงคือการดำเนินการเพื่อยุติปัญหาให้เร็วที่สุด

ปัญหาการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียง

ปัญหาและการจัดการเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียงมีลักษณะที่น่าสนใจหลายอย่างที่ทำให้การแก้ไขปัญหายังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร โดยในภาพรวม พบว่า ปัญหาสำคัญในการดำเนินการแก้ไขปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียงใน 3 ขั้นตอนหลักที่กล่าวมาข้างต้น ได้แก่

  • ปัญหาในกระบวนการป้องกัน

สาเหตุการเกิดปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียงหลายปัญหามาจากการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย เช่น การออกแบบอาคารสถานประกอบการไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาการร้องทุกข์ตามมา และการแก้ปัญหาข้อร้องทุกข์จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ นอกจากนี้ ผู้ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียงหาทางหลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่ถูกต้องตามช่องโหว่ของกฎหมาย และการร้องทุกข์บางกรณีไม่มีมูลเหตุความจริง หรือเป็นเพียงการก่อกวน

  • ปัญหาในกระบวนการรับเรื่องร้องทุกข์

ปัญหาสำคัญในขั้นตอนกระบวนการรับเรื่องร้องทุกข์คือ การที่ประชาชนขาดความเข้าใจเกี่ยวกับช่องทางการร้องทุกข์ที่ถูกต้องและสอดคล้องกับปัญหา นอกจากนี้ การรับเรื่องร้องทุกข์ที่ซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงานเนื่องจากประชาชนมีการส่งเรื่องร้องทุกข์ในรูปแบบลายลักษณ์อักษร ซึ่งอาจทำให้ขั้นตอนการดำเนินงานใช้เวลานานและเกิดปัญหาได้

  • ปัญหาในกระบวนการแก้ไข

การแก้ไขเหตุเดือดร้อนรำคาญ ซึ่งหน่วยงานระดับท้องถิ่นเป็นฝ่ายปฏิบัติ แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นในเรื่องความพร้อมของหน่วยงานระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่รับภาระหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาข้อร้องทุกข์เหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียง เพราะหน่วยงานส่วนกลางและระดับจังหวัดไม่มีอำนาจหน้าที่สั่งการตามบทบัญญัติในกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมในด้านของอุปกรณ์ตรวจวัดเสียง และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้อุปกรณ์ตรวจวัดเสียง นอกจากนี้ จำนวนบุคลากรและงบประมาณที่ไม่เพียงพอต่อการดำเนินงาน และการสนับสนุนของหน่วยงานในระดับสูงยังไม่เพียงพอ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ของปัญหาในพื้นที่ ก็สามารถเป็นอีกปัญหาหนึ่งในการแก้ไขเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียง

จะเห็นได้ว่า 3 ขั้นตอนหลักในการแก้ไขปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียงกลับพบว่า ปัญหาภายในขั้นตอนเสียเองทำให้การดำเนินการขาดประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์จากการร้องทุกข์ ซึ่งเป็นปัญหาของระบบสาธารณสุขไทยที่มีความสำคัญและควรแก้ไขเร่งด่วน เพราะมีจำนวนการร้องทุกข์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อเสนอแนะสำหรับการจัดการปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียง

เพื่อจัดการข้อร้องทุกข์ของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการที่จะเข้ามาจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นเสียก่อน ดังนั้น ในหัวข้อนี้จะเป็นการนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการดำเนินการจัดการปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียง ประกอบด้วย 3 แนวทาง ดังนี้

  • การดำเนินงานของท้องถิ่น

เช่น ให้ท้องถิ่นเข้มงวดกับการขออนุญาตสถานประกอบการในพื้นที่ และมีการติดตามตรวจสอบการดำเนินการให้มีการประชุมสถานประกอบการแต่ละประเภท เพื่อแนะนำการประกอบกิจการให้ถูกต้องตามกฎหมาย และเน้นหลักการดำเนินงานเพื่อป้องกันการเกิดปัญหา

  • เพิ่มบทลงโทษและความเข้มงวดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เพื่อให้ผู้กระทำผิดลดการหาช่องทางการเบี่ยงประเด็นทางกฎหมาย

  • รณรงค์สร้างจิตสำนึกที่ดีในการร้องทุกข์

เพื่อลดจำนวนการร้องทุกข์ที่เป็นการก่อกวน หรือกลั่นแกล้งบุคคลอื่น

 

ข้อเสนอแนะสำหรับกระบวนการรับเรื่องร้องทุกข์เหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียง

  • สร้างความเข้าใจให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับช่องทางการร้องทุกข์ให้ถูกต้องและสอดคล้องกับปัญหาของผู้ร้อง

เพื่อให้สามารถให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ผู้ร้องทุกข์ได้ โดยประชาสัมพันธ์การแบ่งเรื่องร้องทุกข์ออกเป็นเรื่องฉุกเฉิน (แจ้ง 191) และเรื่องไม่ฉุกเฉินที่ไม่มีความรุนแรง แต่อาจเกิดขึ้นเป็นเวลานาน (แจ้ง 1111)

  • จัดทำระบบฐานข้อมูลออนไลน์ส่วนกลางที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงได้ทันที 

  • ปรับรูปแบบการส่งเรื่องร้องทุกข์และประสานงานจากรูปแบบหนังสือราชการเป็นรูปแบบออนไลน์ถึงเจ้าพนักงานผู้รับผิดชอบโดยตรง

 

ข้อเสนอแนะสำหรับกลไกการแก้ปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียง

  • ให้มีการพัฒนาด้านบุคลากร

เช่น จัดทำแผนพัฒนาบุคลากรในหน่วยงานเครือข่ายระดับท้องถิ่น การสนับสนุนงบประมาณและบุคลากรอย่างเพียงพอ การจัดนิเทศให้แก่หน่วยงานระดับท้องถิ่นเพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการจัดการเหตุรำคาญและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อสร้างองค์ความรู้และความพร้อม

  • ให้มีการจัดการด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เช่น การสนับสนุนงบประมาณและอุปกรณ์อย่างเพียงพอ จัดทำระบบออนไลน์ในการยืม/จองอุปกรณ์ตรวจวัดเสียง เสริมสร้างความรู้และจัดอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญการใช้อุปกรณ์ตรวจวัดเสียงอย่างสม่ำเสมอ และจัดทำแผนบำรุงรักษาสอบเทียบอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ

  • ให้มีการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น

เช่น การแบ่งขั้นตอนการดำเนินงานให้ชัดเจน หากหน่วยงานท้องถิ่นไม่สามารถใช้อำนาจได้เต็มที่ด้วยเหตุใดก็ตาม หน่วยงานระดับสูงกว่าต้องเข้ามาสนับสนุนหรือช่วยดำเนินการเพื่อให้การแก้ไขปัญหาขับเคลื่อนไปต่อได้ และร่วมกันจัดเวทีประชาคมระหว่างประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนและรวมกันจัดการปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้มีการนำเสนอแนวทางการทำงานต่อคณะทำงานระดับชาติ

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “การศึกษาแนวทางการจัดการปัญหาข้อร้องทุกข์ของประชาชน : กรณีเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียงและความขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษา”

คณะผู้วิจัย : สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน และคณะ
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง อุกฤษณ์ กฤตยโสภณ
กราฟิก อุกฤษณ์ กฤตยโสภณ
พิสูจน์อักษรและตรวจทาน กัณณพิชญ์ชา แก้ววิลัย

 

00:00
00:00
Empty Playlist