RC20312 (ปก)

ประชากรเด็กข้ามชาติ

ด้วยบริบทและสถานการณ์ของไทยที่มีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทั้งโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุ ที่อาจนำไปสู่การขาดแคลนประชากรวัยแรงงานในอนาคต ทำให้มีแนวโน้มความต้องการแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่สูง นอกจากนี้ การพัฒนาความร่วมมือภายในภูมิภาคสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะนำไปสู่ความพัฒนาความร่วมมือทั้งทางเศรษฐกิจและทางสังคม จะทำให้การเคลื่อนย้ายประชากรโดยเฉพาะวัยแรงงานระหว่างประเทศ และกลุ่มผู้ติดตามที่จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และมีลักษณะรูปแบบที่ซับซ้อนหลากหลายมากยิ่งขึ้น

ซึ่งในปัจจุบันจำนวนแรงงานข้ามชาติที่ย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานในไทย ไม่ว่าจะเป็น เมียนมา กัมพูชา และลาว ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด แต่ในงานศึกษาของสถาบันวิจัยประชากรและสังคมที่ทำการคาดประมาณจำนวนประชากรข้ามชาติ 3 สัญชาติ ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2558 คาดว่ามีจำนวนประชากรวัยแรงงาน 3.5 ล้านคน โดยมาจากประเทศเมียนมาถึงประมาณ 3 ใน 4 หรือคิดเป็น 2.7 ล้านคน จากกัมพูชา 0.45 ล้านคน และจากประเทศลาว 0.28 ล้านคน ซึ่งอีกประมาณ 1 ล้านคนเป็นผู้ติดตาม ในขณะที่ข้อมูลจำนวนแรงงานข้ามชาติที่ได้ดำเนินการจดทะเบียนนั้นมีน้อยกว่า แสดงให้เห็นว่าประชากรข้ามชาติทั้งกลุ่มที่เป็นแรงงานและผู้ติดตาม ที่ส่วนใหญ่เป็นประชากรเด็กที่อาศัยอยู่ในไทยโดยไม่มีเอกสารนั้นน่าจะมีอยู่เป็นจำนวนมาก

และเนื่องจากไม่มีข้อมูลของประชากรแรงงานข้ามชาติที่แท้จริง ส่งผลให้ไม่ทราบข้อมูลของประชากรเด็กข้ามชาติทั้ง 3 สัญชาติ ซึ่งข้อจำกัดของข้อมูลพื้นฐานของประชากรเด็กข้ามชาติในประเทศ ทำให้ประชากรกลุ่มนี้มีความเปราะบางและความเสี่ยงในหลายด้าน โดยเฉพาะ การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน สิทธิมนุษยชนและสิทธิเด็กที่สำคัญ เช่น การเข้าถึงการจดทะเบียนการเกิด รวมถึงการเข้าถึงการศึกษาและการเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็น ความเสี่ยงในเรื่องของการถูกใช้แรงงานเด็ก และการตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ด้วยเช่นกัน ซึ่งหากพิจารณาประชากรเด็กข้ามชาติ ถือเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญและมีบทบาทในการพัฒนาประเทศ ทั้งต่อประเทศต้นทางและประเทศปลายทาง ซึ่งการศึกษาประชากรในกลุ่มนี้เพื่อกำหนดนโยบายและแนวทางที่เหมาะสมในการปกป้องคุ้มครองสิทธิ ส่งเสริมการเข้าถึงบริการและสิทธิขั้นพื้นฐานที่จำเป็นของเด็กข้ามชาติ และคุ้มครองจากความเสี่ยงและความเปราะบาง จึงเป็นเรื่องที่ประเทศไทยควรต้องตระหนักและไม่ควรมองข้าม

พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

จังหวัดตาก (อำเภอแม่สอด) นอกจากจะเป็นพื้นที่ที่มีการอาศัยของแรงงานข้ามชาติและกลุ่มผู้ติดตามในจำนวนที่สูงแล้ว ยังเป็นพื้นที่ที่ได้รับการจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจใหม่บริเวณชายแดนให้เป็นประตูเศรษฐกิจเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวได้เกิดขึ้นพร้อมกับการดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้องในหลายเรื่อง รวมถึงการคาดการณ์การขยายตัวของธุรกิจและการจ้างงานในพื้นที่ที่จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การพัฒนาพื้นที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน อาจนําไปสู่การเปลี่ยนแปลงในบริบทและการเลี้ยงดูประชากรเด็กข้ามชาติในพื้นที่ซึ่งมีความสัมพันธ์กับสถานภาพการย้ายถิ่นและการทํางาน รวมถึงอนามัย การเข้าถึงหลักประกันและบริการทางสุขภาพที่จําเป็น โดยเฉพาะการศึกษาของเด็กข้ามชาติในการทําความเข้าใจและทําการศึกษาเพื่อให้มีองค์ความรู้ รวมถึงฐานข้อมูลในประเด็นที่เกี่ยวข้องเหล่านี้ จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถกําหนดทิศทางนโยบายและแผนการบริหารจัดการที่เหมาะสมในการส่งเสริมการเข้าถึงและคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กข้ามชาติที่เกิดขึ้นได้

ประชากรเด็กข้ามชาติ

ประชากรเด็กข้ามชาติที่กล่าวถึงนี้มีอายุอยู่ในช่วง 0-14 ปี เกิดจากการย้ายถิ่นฐานของครอบครัวแรงงานข้ามชาติ ซึ่งกลุ่มเด็กดังกล่าวมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากการพัฒนาพื้นที่อำเภอแม่สอดเป็นเศรษฐกิจพิเศษ ผ่านปัจจัยด้านการเลี้ยงดูของครอบครัวแรงงานข้ามชาติที่มีผลต่อการเข้าถึงบริการสุขภาพและการศึกษาที่จำเป็น ในขณะเดียวกันหากพิจารณาในระยะยาว กลุ่มเด็กข้ามชาติก็อาจเป็นกลุ่มประชากรที่สามารถเป็นปัจจัยเชิงบวกที่สำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวนี้ อันเนื่องมาจากแนวโน้มความต้องการแรงงานในอนาคตที่เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานที่มีฝีมือ การส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาและบริการทางสุขภาพที่จำเป็นให้กับกลุ่มเด็กเหล่านี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งในมุมมองการป้องกันสิทธิเด็กและในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่จะเป็นประโยชน์แก่ไทยในอนาคต

คุณภาพชีวิตเด็ก

ผลการศึกษาพบว่าภาพรวมในด้านการศึกษานั้น เด็กข้ามชาติที่เกิดในช่วงหลังนี้มีแนวโน้มด้านโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่ค่อนข้างดีกว่าเด็กข้ามชาติที่เกิดในช่วงก่อน นอกจากนี้ยังพบว่าในปัจจุบันมีสัดส่วนการเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนไทยมากกว่าในกลุ่มที่เข้าศึกษาในศูนย์การเรียนรู้ขององค์กรพัฒนาเอกชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเด็กข้ามชาติในปัจจุบันมีแนวโน้มเข้าศึกษาในโรงเรียนไทยเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมเมื่อเทียบกับในอดีต ส่วนด้านการมีประกันสุขภาพ พบว่า เด็กข้ามชาติจำนวนมากไม่มีหลักประกันทางสุขภาพ แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังมีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน เนื่องจากมีแนวโน้มการซื้อบัตรประกันสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขที่เพิ่มมากขึ้น

เมื่อพิจารณาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเข้าถึงการศึกษาและการมีหลักประกันทางสุขภาพของเด็กข้ามชาติ พบว่ามี 4 ปัจจัยที่มีอิทธิพลเชิงบวกที่สำคัญ ได้แก่

  • การได้รับการจดทะเบียนการเกิด

  • แผนของครอบครัวในการให้เด็กข้ามชาติอาศัยอยู่ในอำเภอแม่สอด หรือในประเทศไทยหลังจากอายุ 15 ปี ขึ้นไป

  • การรับรู้ของผู้ดูแลหลัก เกี่ยวกับสิทธิในการเข้าถึงการศึกษา และการซื้อบัตรประกันสุขภาพสำหรับเด็กข้ามชาติ

  • ความสามารถในการใช้ภาษาไทยของผู้ดูแลหลัก

ในด้านการเข้าถึงการศึกษา

ปัจจัยเชิงบวกที่สำคัญอีกประการคือ ระดับการบูรณาการทางสังคมของครอบครัวแรงงานข้ามชาติ และปัจจัยทางเศรษฐกิจในด้านอาชีพและการทำงานผู้ดูแลหลัก

ในด้านหลักประกันทางสุขภาพ

นอกเหนือปัจจัยข้างต้น ยังมีปัจจัยสำคัญคือ ปัจจัยอายุของเด็กข้ามชาติ และการมีประกันสุขภาพของผู้ดูแล

การพัฒนาพื้นที่อำเภอแม่สอดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษถือได้ว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่เกิดขึ้นไปแล้วนั้น ส่วนใหญ่เป็นลักษณะการลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคเพื่อรองรับการลงทุนและปริมาณการค้าชายแดนในอนาคตที่คาดว่าจะมีสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องก็มีความเห็นว่า การพัฒนาพื้นที่ค่อนข้างมีความล่าช้าและไม่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนา ซึ่งมาจากการขาดกฎระเบียบและกฎหมายที่เฉพาะในการบริหารจัดการในพื้นที่

การคาดการณ์ผลกระทบต่อประชากรเด็กข้ามชาติ ส่วนใหญ่เห็นว่า การพัฒนาเขตเศรษฐกิจนี้มีแนวโน้มสู่การจ้างงานและการไหลเข้ามาของแรงงานข้ามชาติที่จะเพิ่มขึ้นในพื้นที่ ซึ่งส่งผลทำให้จำนวนเด็กข้ามชาติเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสริมจากการออกกฎหมายของประเทศไทยในการอนุญาตให้ประชากรข้ามชาติที่เกิดในประเทศไทย มีเอกสารจดทะเบียนการพำนักอยู่ในไทยอย่างต่อเนื่อง และผู้จบการศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรีสามารถยื่นขอสัญชาติไทย ดังนั้น การอนุญาตดังกล่าวย่อมส่งผลให้แรงงานข้ามชาติเลี้ยงดูบุตรในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “ประชากรเด็กข้ามชาติ: การเลี้ยงดู การเข้าถึงบริการสุขภาพและการศึกษาในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

หัวหน้าโครงการ : เฉลิมพล แจ่มจันทร์
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง & กราฟิก ณภัชนิศา วัฒนาเขมาภิรัต
พิสูจน์อักษรและตรวจทาน กัณณพิชญ์ชา แก้ววิลัย
00:00
00:00
Empty Playlist