RC20309 (ปก)

การยกระดับจังหวัดจันทบุรีสู่นครแห่งอัญมณีของโลก

จังหวัดจันทบุรี ถือเป็นศูนย์กลางการซื้อขายพลอยแหล่งใหญ่ของไทย มีผู้ประกอบการมาจากทั่วโลก ได้แก่ ผู้ซื้อ ผู้ขาย ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทั้งนี้เพราะพลอยเมืองจันท์ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นพลอยน้ำดี ได้รับการเจียระไนอย่างประณีต และเส้นทางของพลอยในเมืองจันท์นั้น มีตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ และนี่จึงเป็นที่มาของการจัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาจังหวัดจันทบุรี ในชื่อ 2022 จันทบุรีนครอัญมณี ศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับโลก” ปี พ.ศ. 2561 – 2565 โดยเราจะมีวิธีการอย่างไรในการพัฒนาเพื่อก้าวสู่การเป็นนครแห่งอัญมณีของโลก?

จังหวัดจันทบุรีมีทรัพยากรในด้านการท่องเที่ยวที่โดดเด่นมากมายหลายรูปแบบ ทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรีสามารถสร้างรายได้ให้กับจังหวัดเป็นจำนวนมาก อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จูงใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาจังหวัดจันทบุรี โดยมีจุดขายที่ตลาดพลอยหรือถนนอัญมณี ซึ่งเป็นตลาดการซื้อขายพลอยในจันทบุรีที่โด่งดังและมีชื่อเสียงในระดับโลก ทั้งยังเป็นตลาดการค้าพลอยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพราะเป็นศูนย์รวมการค้าพลอยแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ เพราะยังคงมีการขุดหาพลอย ทำเหมือง คัดพลอย ช่างฝีมือในการเจียระไน ไปจนถึงการทำเป็นเครื่องประดับ โดยมีย่านการค้าพลอย (ตลาดพลอย) ตั้งอยู่ช่วงถนนศรีจันท์และตรอกกระจ่าง โดยจะเรียกเส้นทางนี้ว่า “ถนนอัญมณี”

ทั้งนี้โอกาสและความเป็นไปได้ในการพัฒนาประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าพลอยสีของโลก จำเป็นต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านสถาบัน และปัจจัยอื่น ๆ มาใช้เป็นแนวทางในการการประเมินศักยภาพในการยกระดับจังหวัดจันทบุรีสู่นครแห่งอัญมณีของโลก ซึ่งจากการสอบถามผู้ค้าพลอยทั้งชาวไทยและต่างชาติถึงการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับจังหวัดจันทบุรีในฐานะนครแห่งอัญมณีของโลก พบว่าทั้งพ่อค้าพลอยชาวไทยและพ่อค้าพลอยต่างชาติล้วนเคยได้ยินและคุ้นเคยกับคำว่า “จันทบุรีนครแห่งอัญมณี (Chanthaburi City of Gems)”และ “ตลาดพลอย ถนนอัญมณี (Gems market, Gems Street)” ซึ่งต่างมีความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่าจังหวัดจันทบุรีสามารถพัฒนาให้ก้าวสู่การเป็นนครแห่งอัญมณีของโลกได้ โดยปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดความมั่นใจ คือ ทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม การมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงพอ และมีกฎระเบียบที่เอื้อต่อการเป็นนครอัญมณีของโลก ตามลำดับ สำหรับพ่อค้าพลอยต่างชาติมองว่า การตลาด วัตถุดิบ และรูปแบบสินค้า เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้จังหวัดจันทบุรีไม่สามารถพัฒนาในการก้าวสู่การเป็นนครแห่งอัญมณีของโลกได้ ในขณะที่พ่อค้าพลอยชาวไทย กลับมองว่า วัตถุดิบ แรงงาน และการตลาด เป็นอุปสรรคสำคัญ

อย่างไรก็ตาม จากการเก็บข้อมูลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่อุปทานอัญมณีและเครื่องประดับในจังหวัดจันทบุรี เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ในการดำเนินงาน รวมถึงการจัดสัมมนาระดมสมองกลุ่มย่อยของผู้ประกอบการด้านการผลิตและจำหน่ายอัญมณีและเครื่องประดับ เกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่พบในจังหวัดจันทบุรีที่อาจส่งผลกระทบต่อการก้าวไปสู่การเป็นนครอัญมณีของโลก สามารถสรุปได้ 5 ด้านหลัก คือ

  • ด้านวัตถุดิบ

เนื่องจากวัตถุดิบในประเทศมีน้อยต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ประเทศเจ้าของวัตถุดิบมีนโยบายควบคุมวัตถุดิบและการบริหารจัดการยังไม่เป็นระบบ ประกอบกับแรงงานจัดซื้อพลอยในต่างประเทศมีจำนวนลดลง สำหรับข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหา คือ แก้ไขปัญหาระบบการเก็บภาษีอากรและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการนำเข้าวัตถุดิบพลอยก้อนจากต่างประเทศ และการจัดประมูลพลอยที่ประเทศไทย

  • ด้านฝีมือแรงงานและมาตรฐานกระบวนการผลิต

ประเทศไทยยังขาดแคลนฝีมือแรงงาน โดยเฉพาะช่างเจียระไนพลอย เนื่องจากค่าตอบแทนที่ได้ไม่จูงใจในการทำงาน การส่งพลอยไปเจียระไนในภาคอีสานยังไม่ประสบความสำเร็จ มีการพยายามใช้เครื่องจักรมาทดแทนช่างฝีมือแรงงาน ซึ่งพบว่าไม่เหมาะกับพลอยเนื้อแข็ง เพราะมีการสูญเสียเนื้อพลอยสูง ข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหา คือ การจัดการอบรมระยะสั้นด้านเจียระไนพลอยและจัดทำข้อตกลงทวิภาคีในการผลิตฝีมือแรงงานร่วมกับสถาบันการศึกษา

ในกระบวนการผลิตเครื่องประดับ ปัญหาที่พบ คือ ขาดผู้ที่มีความรู้ในการออกแบบและผลิตเครื่องประดับ และขาดเงินลงทุนในการทำโรงงานผลิตเครื่องประดับ ข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหา คือ ควรมีการอบรมให้ความรู้ในด้านการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในกระบวนการผลิต และการตั้งโรงงานกลางผลิตเครื่องประดับ

  • ด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์

เนื่องจากการซื้อขายพลอยยังไม่มีระบบการบริหารจัดการที่ชัดเจน ขาดมาตรฐานด้านราคาสินค้าทำให้การกำหนดราคาขึ้นกับกลุ่มผู้ซื้อเป็นหลัก การไม่เชื่อมั่นในตัวสินค้าเพราะมีการนำพลอยสังเคราะห์มาจำหน่ายในตลาดพลอย และแนวโน้มการค้าขายอัญมณีที่ค่อนข้างซบเซา ประกอบกับการค้าขายเครื่องประดับส่วนใหญ่แล้วมีการดำเนินการโดยผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ที่มีการแข่งขันสูง ร้านค้ามีจำนวนมากและขายตัดราคากันเอง การจัดงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับยังขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดี และยังขาดการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับอัญมณี ข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหา คือ การสร้างแบรนด์ “จันทบุรีศูนย์กลางการค้าอัญมณี” การสร้างมาตรฐานตลาดพลอยจันทบุรี การตั้งโรงงานกลางผลิตเครื่องประดับ การสร้างความเชื่อมั่นในตัวสินค้าอัญมณีด้วยการพัฒนาระบบการออกใบรับรองอัญมณี การจัดกิจกรรมในพื้นที่ เช่น การจัดงานเปิดโลกอัญมณีทั่วทั้งเมือง และควรมีการบูรณาการแผนยุทธศาสตร์ อัญมณีและการท่องเที่ยว (ระยอง จันทบุรี ตราด)

  • ด้านกฎระเบียบของทางภาครัฐ

กฎระเบียบและระบบการเก็บภาษีอากรของภาครัฐยังเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ โดยเฉพาะภาษีศุลกากร ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม ขาดการอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าต่างชาติ ทำให้จำนวนผู้มาซื้อพลอยลดลง ข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหา คือ แก้ไขกฎระเบียบบางอย่างของทางราชการที่เป็นอุปสรรคในการทำงาน การพัฒนาระบบการค้าและภาษีที่เอื้อต่อการค้าอย่างเช่นในประเทศฮ่องกงและสิงคโปร์

  • ด้านความร่วมมือกันในองค์กร ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

ปัจจุบันผู้ประกอบการแบ่งแยกเป็น 9 กลุ่ม ขาดความสามัคคี ภาคเอกชนมองว่ายุทธศาสตร์ในการพัฒนาด้านอัญมณีและเครื่องประดับของจังหวัดจันทบุรียังไม่ชัดเจน มุ่งเน้นแต่อุตสาหกรรมปลายน้ำ ยังขาดการพัฒนาในด้านต้นน้ำและกลางน้ำ ข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหา คือ ควรยุบรวมกลุ่มต่าง ๆ ให้เหลือเพียงกลุ่มเดียว โครงการจันทบุรีนครแห่งอัญมณีจะต้องถูกขับเคลื่อนโดยความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

จากผลการวิเคราะห์ข้อมูล การรวมข้อมูลการสัมมนาระดมสมองจากผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน การเก็บข้อมูลรับฟังข้อเสนอแนะความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคสนาม ได้ถูกนำมาจัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาจังหวัด ในชื่อ “2022 จันทบุรีนครอัญมณี ศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับโลก” ปี พ.ศ. 2561 – 2565 โดยมีพันธกิจ ดังนี้

  • พัฒนาสู่ศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลกด้วยการสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ การเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • พัฒนาให้ผู้ผลิต ผู้ค้าอัญมณี และเครื่องประดับของจันทบุรีมีความสามารถในการแข่งขันระดับโลก โดยมีความพร้อมด้านทักษะการผลิตและการตลาด
  • รักษาความเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าได้อย่างยั่งยืน โดยใช้หลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างทั่วถึง และมีการกลไกขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และแผนงานที่ได้รับการยอมรับและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  • สร้างมูลค่าเพิ่มบนพื้นฐานภูมิปัญญาไทยเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีที่เหมาะสม ทั้งการออกแบบ
    การผลิต การตลาด และการจัดการบนพื้นฐานของความคิดสร้างสรรค์และคุณภาพสินค้าและบริการ

ซึ่งระยะเวลาในการดำเนินโครงการนี้ ได้กำหนดไว้เป็นแผน 4 ปี โดยมีการจัดทำเป็นยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ดังที่กล่าวไปแล้วโดยสรุป คือ

  • การจัดการวัตถุดิบ

  • การพัฒนาแรงงานฝีมือและพัฒนามาตรฐานกระบวนการผลิตภัณฑ์

  • การพัฒนาและขยายตลาดอัญมณีและเครื่องประดับในระดับสากล

  • การปรับปรุงและพัฒนากลไกของรัฐเพื่อเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการ

  • การเพิ่มความเข้มแข็งของการจัดการและอุตสาหกรรมสนับสนุน

ทั้งนี้ ในการพัฒนายกระดับจังหวัดจันทบุรีสู่นครแห่งอัญมณีของโลก สิ่งที่หน่วยงานภาครัฐควรเร่งดำเนินการ คือ การจัดประมูลพลอยในไทยเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ การให้ความรู้กับกลุ่มช่างฝีมือในการเจียระไนพลอยที่ได้มาตรฐานโดยจัดหลักสูตรอบรม การสนับสนุนในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมาช่วยในการออกแบบและการผลิตให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งควรมีสถานที่จำหน่ายสินค้าให้มากขึ้น (นอกเหนือจากศูนย์อัญมณี และกลุ่มวิสาหกิจต่าง ๆ) และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับอัญมณี เริ่มตั้งแต่ เหมือง การผลิต (เผาพลอย เจียระไนพลอย) ในรูปแบบศูนย์เรียนรู้ (ชุมชนอัญมณี) ย่านการค้า ตลาดพลอย และเน้นอัตลักษณ์จังหวัดจันทบุรี

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัยเรื่อง “การประเมินศักยภาพในการยกระดับจังหวัดจันทบุรีสู่นครแห่งอัญมณีของโลก”

หัวหน้าโครงการ : ดร.สุรินทร์ อินทะยศ และคณะ
สนับสนุนโดย : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

เรียบเรียง & กราฟิก  ทีมงาน Research Café
พิสูจน์อักษรและตรวจทาน  กัณณพิชญ์ชา แก้ววิลัย
00:00
00:00
Empty Playlist