กฎหมายการแข่งขันทางการค้าและส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ SMEs ค้าปลีกในมาเลเซีย

ประเทศมาเลเซียเน้นการพัฒนาทางเศรษฐกิจโดยอิงจากการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ยางพารา ดีบุก น้ำมันปาล์ม และปิโตรเลียม โดยเศรษฐกิจขยายตัวอย่างมากที่ร้อยละ 6-7 ต่อปีในช่วงปี 1970-2000 ด้วยนโยบายเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการส่งออก มาเลเซียได้พยายามที่จะพัฒนาสภาพแวดล้อมเชิงธุรกิจโดยการกำหนดนโยบายที่เป็นมิตรกับธุรกิจและอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในปี 2010 รัฐบาลมาเลเซียได้กำหนดรูปแบบนโยบายเศรษฐกิจใหม่ เน้นให้มีการสนับสนุนให้เกิดการริเริ่มของภาคเอกชนในการผลักดันและพัฒนาตลาดเศรษฐกิจ ลดการควบคุมของรัฐบาลในทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการแข่งขันทางการตลาดและ กำหนดให้การควบคุมกิจกรรมการค้าทั้งหมดภายใต้กฎเกณฑ์ทางเศรษฐกิจเดียวกัน

         ในส่วนของภาคการค้าปลีกในประเทศมาเลเซียอยู่ภายใต้การกำกับของนโยบายรัฐโดยเฉพาะขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SMEs ถือว่ามีความสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ โดยนโยบายสนับสนุน SMEs นั้นแม้ว่าธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่เข้าไปในตลาดค้าปลีกของประเทศมาเลเซีย รัฐก็พยายามที่จะให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ไม่ขยายมากจนกระทั่งกระทบต่อ SMEs ในภาคค้าปลีก รัฐมีนโยบายและข้อกำกับด้าน SMEs เพื่อใช้สนับสนุน SMEs ผ่านการพัฒนาของชุมชน และนโยบายดังกล่าวมุ่งเน้นที่จะป้องกัน SMEs จากอำนาจการต่อรองที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่และธุรกิจSMEs

จากที่กล่าวมาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกฎหมายที่เข้ามาควบคุมการประกอบกิจการและการแข่งขันทางการตลาดรวมถึงเรื่องการแข่งขันทางการค้าของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อให้เกิดการยกระดับการลงทุนและการพัฒนาในประเทศและเกิดการแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ได้อย่างเป็นธรรม

         แนวทางการปรับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าจะมุ่งไปที่การทำข้อตกลงร่วมกันที่ต่อต้านการแข่งขันหรือการฮั้วกันท่ามกล่าง SMEs กฎหมายการแข่งขันในมาเลเซียเองเน้นไปที่การบังคับใช้กฎหมายกับ SMEs ที่ทำข้อตกลงกีดกันการแข่งขันตลาด ซึ่งการปรับใช้กฎหมายการแข่งขันต่อ SMEs ค้าปลีก นั้นมีความจำเป็น เนื่องจากความเป็นจริงที่ว่า ข้อตกลงท่ามกลาง SMEs นั้นสร้างผลกระทบอย่างมากต่อผู้บริโภค

         โดยงานวิจัย โครงการ “กฎหมายการแข่งขันทางการค้ากับธุรกิจ SMEs ค้าปลีก: กรณีศึกษาเปรียบเทียบในประเทศไทย มาเลเซีย และเวียดนาม” ได้ศึกษาการปรับใช้กฎหมายการแข่งขันและธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ภาคธุรกิจค้าปลีกในประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้วิเคราะห์การปรับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าในประเทศมาเลเซียไว้ดังนี้

กฎหมายการแข่งขันของมาเลเซีย

ในประเทศมาเลเซีย กฎหมายการแข่งขัน (Competition Act 2010) ได้รับการตราขึ้นเพื่อเป็นกฎหมายหลักเพื่อคุ้มครองการแข่งขัน รวมถึงมีการจัดตั้งคณะกรรมการการแข่งขันของประเทศมาเลเซีย (“MyCC”) เพื่อที่จะเป็นหน่วยงานหลักในการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขัน

คณะกรรมการการแข่งขัน

คณะกรรมการการแข่งขันหรือ MyCC มีอำนาจและหน้าที่ในการดำเนินการและบังคับใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายการแข่งขัน ทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนเรื่องการแข่งขัน กำหนดบทลงโทษสำหรับการละเมิดกฎหมายการแข่งขัน แต่งตั้งตัวแทนผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาตามที่เห็นสมควรเพื่อช่วย MyCC ในการปฏิบัติหน้าที่เรื่องการแข่งขัน กำหนดและใช้โปรแกรมเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ของ MyCC อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพรวมถึงการพัฒนาบุคลากรการระดมทุนและความร่วมมือเพื่อกำกับดูแลการแข่งขัน แจ้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นหรือมีแนวโน้มในการต่อต้านการแข่งขันและเพื่อเสนอแนะต่อรัฐมนตรีในกรณีที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบเหล่านี้

พระราชบัญญัติการแข่งขัน

พระราชบัญญัติการแข่งขัน 2010 ตราขึ้นวันที่ 2 มิถุนายน 2010 โดยบทบัญญัติที่สำคัญใน พระราชบัญญัติการแข่งขัน 2010 ปรับใช้กับกิจกรรมทางธุรกิจทั้งหมดในประเทศมาเลเซีย และกิจการที่เกิดขึ้นนอกประเทศมาเลเซียซึ่งส่งผลต่อการแข่งขันในตลาดมาเลเซีย แต่ข้อยกเว้นไม่ปรับใช้กับกิจกรรมของรัฐบาลและการซื้อสินค้าหรือบริการที่ไม่มีวัตถุประสงค์ทางการค้า

         นอกจากนี้ พระราชบัญญัติการแข่งขันยังคงมีข้อห้ามที่สำคัญต่อข้อตกลงการต่อต้านการผูกขาดในมาตรา 4 และการใช้อำนาจทางการตลาดในมาตรา 10 ดังนี้

  •  ข้อตกลงที่ต่อต้านการแข่งขันตลาด

         มาตรา 4 (1) ของพระราชบัญญัติการแข่งขันห้ามมิให้มีข้อตกลงตามแนวตั้งและแนวนอนที่มีผลต่อและบิดเบือนการแข่งขันในตลาดสินค้าหรือบริการของมาเลเซีย โดยข้อตกลงแนวนอน คือข้อตกลงระหว่าง บริษัท ที่ดำเนินงานในระดับเดียวกันในห่วงโซ่การผลิตหรือการกระจายสินค้า ข้อตกลงแนวตั้ง คือ ข้อตกลงระหว่างองค์กรที่ดำเนินงานในระดับต่างๆในห่วงโซ่การผลิตหรือการกระจาย

  • การใช้อำนาจเหนือตลาด

          มาตราที่ 10 ของพระราชบัญญัติ มุ่งจัดการกับการใช้อำนาจเหนือตลาด และห้ามธุรกิจที่มีอำนาจเหนือตลาดดำเนินการที่ต่อต้านการแข่งขัน หากธุรกิจเป็นธุรกิจที่มีอำนาจเหนือตลาด จะถูกห้ามมิให้กระทำพฤติกรรมที่ถือว่าเป็นการต่อต้านการแข่งขันทางการค้า ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 10(2) เสนอ โดย MyCC คือ พฤติกรรมเอาเปรียบ พฤติกรรมที่พยายามแยกคู่แข่งจากตลาด พฤติกรรมลดราคาเพื่อขับไล่คู่แข่งออกจากตลาด พฤติกรรมเลือกปฏิบัติด้านราคา, พฤติกรรมการตั้งข้อกำหนดให้ค้าได้เพียงเจ้าเดียว พฤติกรรมการทำรอยัลตี้รีเบต และลดราคา, พฤติกรรมปฏิเสธการค้าหรือการให้ใช้ส่วนธุรกิจที่สำคัญ, ซื้อวัตถุดิบทางการผลิตที่ขาดแคลนเพื่อกักตุน, พฤติกรรมการค้าพ่วง

จะเห็นได้ว่ามาเลเซียได้จัดตั้งกรอบกฎหมายด้านการแข่งขันที่เข้มงวดในการแข่งขันเพื่อต่อต้านการแข่งขันทั้งในแง่ของสถาบัน กฎระเบียบ และ การบังคับใช้ นอกจากนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับ SMEs ในด้านการค้าปลีกก็มีประเด็นที่น่าสนใจที่พระราชบัญญัติดังกล่าวจะเข้ามามีบทบาทต่อ SMEs ในด้านการค้าปลีก ทั้งในส่วนสถาบัน กฎระเบียบ และการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขัน ดังนี้

พระราชบัญญัติการแข่งขันมาเลเซียกับ SMEs ในธุรกิจค้าปลีก

พระราชบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ SMEs ในด้านการค้าปลีกจะมุ่งเน้นความสนใจไปที่ สถาบันกฎหมายการแข่งขันทางการค้า กฎระเบียบการแข่งขันทางการค้า และการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าที่มีส่วนช่วยให้ SMEs ในด้านการค้าปลีก ได้รับผลประโยชน์ 

  •  สถาบันกฎหมายการแข่งขันทางการค้า

         ในมุมมองของสถาบันคณะกรรมการการแข่งขันหรือ MyCC จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่อต้านการแข่งขันในมาเลเซีย MyCC เป็นหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่อต้านการแข่งขันโดยมีอำนาจในการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมการต่อต้านการแข่งขัน ทำการทบทวนตลาดและกำหนดบทลงโทษแก่ธุรกิจที่ละเมิดกฎหมายการแข่งขัน MyCC ยังมุ่งเน้น ไปที่ SMEs เนื่องจากธุรกิจส่วนใหญ่ในมาเลเซียประกอบด้วย SMEs และ การร่วมกันเจรจาต่อรองท่ามกลาง SMEs จะช่วยแก้ความไม่สมดุลทางธุรกิจระหว่างธุรกิจขนาดเล็กและ ขนาดใหญ่ และ MyCC มีเป้าหมายที่จะใช้การแข่งขันเพื่อสร้างตลาดของการแข่งขันที่เป็นธรรมสำหรับทุกธุรกิจและให้ SMEs ได้รับความคุ้มครองจากการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมจากธุรกิจที่มีอำนาจเหนือตลาดอีกด้วย นอกจากนี้การสนับสนุนของ MyCC ต่อ SMEs ยังเกิดขึ้นในรูปแบบของการเผยแพร่ “คำถามที่พบบ่อยสำหรับ SMEs” “Competition FAQs for SMEs” โดยเป็นการให้ข้อมูลแก่ SMEs เพื่อให้เข้าใจการอยู่ภายใต้การกำกับตาม พระราชบัญญัติการแข่งขัน 2010 การเผยแพร่คำถามที่พบบ่อยได้ให้ข้อมูลแก่ SMEs เกี่ยวกับสิทธิของธุรกิจตามพระราชบัญญัติการแข่งขันแสดงให้เห็นว่า MyCC มีการสนับสนุนและคุ้มครอง SMEs จากพฤติกรรมการแข่งขันไม่เป็นธรรมจากธุรกิจขนาดใหญ่ในตลาดเศรษฐกิจของมาเลเซีย

  •  กฎระเบียบการแข่งขันทางการค้า

         ในด้านกฎระเบียบการแข่งขันทางการค้า พระราชบัญญัติการแข่งขัน 2010 ถือเป็นกฎหมายสำคัญที่มีการห้ามการทำธุรกิจที่ไม่เป็นธรรมและการใช้อ้านาจเหนือตลาด หากคำนึงถึง SMEs พระราชบัญญัติการแข่งขัน 2010 สามารถเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่จะใช้คุ้มครองธุรกิจ SMEs จากการใช้อำนาจเหนือตลาดและเพื่อคุ้มครอง SMEs ในการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก มากไปกว่านั้น เมื่อมีการทำข้อตกลงที่ต่อต้านการแข่งขันทางการค้าท่ามกลาง SMEs ที่ก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการแข่งขัน กฎหมายการแข่งขันทางการค้าก็สามารถเป็นมาตรการทางกฎหมายที่สำคัญในการแก้ปัญหาและยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวได้อีกด้วย

  •  การบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า

         พระราชบัญญัติการแข่งขันมาเลเซียมีการบังคับใช้แก่กรณีการทำข้อตกลงที่ต่อต้านการแข่งขัน และการใช้อำนาจเหนือตลาดที่ไม่เป็นธรรม โดยตัวอย่างคดีที่ MyCC บังคับใช้เช่น คดี Cameron Highlands Floriculturist Association (“CHFA”) นั้น MyCC เข้าไปสอบสวนและตัดสินใจใช้มาตรการทางกฎหมายกับ CHFA เนื่องจากมีการทำข้อตกลงกำหนดราคาร่วมกันหรือฮั้วตลาดกันนั้น ทำให้มองได้ว่าความมุ่งหมายการใช้กฎหมายการแข่งขันส่วนใหญ่จะเป็นกรณีที่เป็นการทำข้อตกลงท่ามกลางธุรกิจ SMEs การบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันจะเน้นไปที่ข้อตกลงท่ามกลางธุรกิจ SMEs มากกว่าการใช้อำนาจเหนือตลาดต่อธุรกิจขนาดใหญ่ การบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าจากคดีตัวอย่างจะเป็นการปรับใช้กับธุรกิจ SMEs ในภาคค้าปลีกโดยเป็นการทำข้อตกลงท่ามกลาง SMEs มากกว่าที่จะใช้อำนาจเหนือตลาดต่อธุรกิจขนาดใหญ่เพราะอาจนำไปสู่ข้อกังวลเกี่ยวกับการพยายามสนับสนุน SMEs ให้สามารถแข่งขันกับธุรกิจที่มีอำนาจทางตลาดในตลาดเศรษฐกิจของมาเลเซียได้

ประเทศมาเลเซียได้ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการส่งออก ส่งเสริมและสนับสนุนภาคเอกชนในการแข่งขันที่เป็นธรรมโดยจัดตั้งพระราชบัญญัติการแข่งขัน 2010 ขึ้นใช้กับทุกรูปแบบหรือขนาดธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่หรือธุรกิจ SMEs เพื่อป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาด และการทำข้อตกลงที่ต่อต้านการแข่งขันโดยมีคณะกรรมการการแข่งขันเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการ “กฎหมายการแข่งขันทางการค้ากับธุรกิจ SMEs ค้าปลีก : กรณีศึกษาเปรียบเทียบในประเทศไทย มาเลเซีย และเวียดนาม”

หัวหน้าโครงการ : พรชัย วิสุทธิศักดิ์
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง อุกฤษณ์ กฤตยโสภณ
กราฟิค อุกฤษณ์ กฤตยโสภณ
ตรวจภาษาและความถูกต้อง สุดารัตน์ จิตเพียรธรรม
00:00
00:00
Empty Playlist