messageImage_1626985190326

การยกระดับนักบัญชีไทยสู่มาตรฐานสากล

ปัจจุบันการค้าและบริการข้ามพรหมแดนทวีความสำคัญมากขึ้น มีการผนึกกำลังกันของประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมเป็นกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศต่าง ๆ เปิดตลาดการค้าสินค้าและบริการในระดับที่เพิ่มขึ้น ประชาคมอาเซียน (AEC) ก็เช่นเดียวกัน โดยมีแนวคิดที่ว่า ‘อาเซียนจะรวมตัวกันเป็นตลาด หรือฐานการผลิตเดียวกัน (Single market and production base)’ ซึ่งหมายความว่าจะต้องมีการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตได้อย่างเสรีทั้งวัตถุดิบ และ แรงงานจากหลายประเทศ ซึ่งในปัจจุบันประเทศสมาชิกอาเซียนได้จัดทำข้อตกลงยอมรับร่วมกันแล้ว ในการเคลื่อนย้ายแรงงานสำหรับ 8 กลุ่มวิชาชีพ คือ วิศวกรรม พยาบาล สถาปัตยกรรม การสำรวจ แพทย์ นักบัญชี และ การท่องเที่ยว

จากการเปิดเสรีการค้าและบริการโดยการรวมกลุ่มของอาเซียนนี้ย่อมทำให้ให้เกิดผลกระทบทั้ง 2 ด้าน ซึ่งในด้านบวกคือ สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานฝีมือได้ เนื่องจากจะมีแรงงานต่างชาติที่มีฝีมือเข้ามาได้สะดวกมากขึ้น อีกทั้งเป็นการพัฒนาศักยภาพของแรงงานไทยจากการแข่งขันที่มากขึ้น อย่างไรก็ตามผลกระทบในด้านลบคือ แรงงานฝีมือไทยอาจจะถูกแย่งงาน หรือ ลดบทบาทในการทำงานลง รวมถึงข้อจำกัดเรื่องภาษา และ ค่าตอบแทนที่ไม่เท่ากันของแต่ละประเทศที่อาจจะก่อให้เกิดการขาดแคลนบุคลากรบางส่วนของไทย ที่จะมีการเคลื่อนย้ายออกไปทำงานในต่างประเทศจำนวนมากขึ้น

สำหรับวิชาชีพบัญชีจึงถือได้ว่าเป็นสาขาวิชาชีพหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรีนี้ โดยจากสัดส่วนนักบัญชีของประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียน พบว่า นักบัญชีไทยมีจำนวน 35,125 คน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 39.03 ของนักบัญชีในกลุ่มอาเซียน และเมื่อเปรียบเทียบต่อจำนวนประชากรพบว่า มีนักบัญชีไทยถึง 825 คน ต่อประชากรไทย 1 คน ในขณะที่ประเทศที่มีศักยภาพด้านบุคลากรสูงกว่าไทยคือ สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม

  • สิงคโปร์ เป็นประเทศหนึ่งที่มีค่าจ้างแรงงานที่สูงมาก อีกทั้งประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดี การเดินทางคมนาคมสะดวกสบาย แต่ค่าครองชีพก็สูงเช่นกัน นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางการเงินและการลงทุน เข้ามาลงทุนได้ง่าย และ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ
  • มาเลเซีย เป็นอีกประเทศที่มีการขยายตัวที่ดี ต้อนรับการลงทุนจากต่างประเทศ มีค่าแรงทางวิชาชีพสูง แต่ค่าครองชีพยังต่ำ และ มีบุคลากรคุณภาพที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้
  • เวียดนาม เป็นประเทศที่รับนักบัญชีต่างชาติให้เข้ามาในประเทศ โดยมีการจัดทดสอบที่สามารถขึ้นทะเบียนเป็นนักวิชาชีพของเวียดนามได้เลย และยังมีความต้องการรับนักวิชาชีพที่มีคุณภาพอีกจำนวนมาก

จากการเติบโตทางเศรษฐกิจและโอกาสในการเข้าทำงานในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพนี้ เป็นปัจจัยดึงดูดที่สำคัญที่ทำให้นักบัญชีไทยเกิดการเคลื่อนย้ายแรงงาน และหากมีการเคลื่อนย้ายเป็นจำนวนมาก (สมองไหล) จะทำให้ประเทศไทยเกิดการขาดแคลนนักบัญชีที่มีคุณภาพ ดังนั้นการเร่งพัฒนาให้นักบัญชีในปัจจุบันมีมาตรฐานในระดับสากลเพื่อทดแทนแรงงานที่ย้ายออกไปยังต่างประเทศจึงมีความสำคัญ

ลักษณะการเคลื่อนย้ายแรงงาน

การเคลื่อนย้ายแรงงานวิชาชีพบัญชีไทยในอาเซียน อันเนื่องมาจากการเปิดเสรีแรงงานนั้นยังมีแนวทางไม่ชัดเจน เนื่องจากแต่ละประเทศยังไม่มีเกณฑ์ที่ตกลงร่วมกันอย่างชัดเจนว่าจะให้มีการเคลื่อนย้ายกันอย่างไร การเคลื่อนย้ายแรงงานวิชาชีพบัญชีจึงขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ข้อกำหนด และ นโยบายของแต่ละประเทศ โดยส่วนใหญ่พบว่าแต่ละประเทศพยายามที่จะสงวนตำแหน่งบัญชีไว้สำหรับคนในประเทศของตนเองเป็นหลัก ทั้งประเภทผู้สอบบัญชีและประเภทผู้ทำบัญชี

สำหรับผลกระทบในประเทศไทย การที่แรงงานวิชาชีพบัญชีไทยจะเคลื่อนย้ายไปทำงานในต่างประเทศด้วยตนเองนั้นจะทำได้ค่อนข้างยาก โดยประเทศสิงคโปร์และมาเลเซียจะต้องการนักบัญชีไทยก็ต่อเมื่อบริษัทนั้น ๆ มีความจำเป็นในการส่งรายงานทางการเงินมายังบริษัทภายในไทย จึงจะสนใจจ้างคนไทย ส่วนประเทศในกลุ่ม CLMV การเคลื่อนย้ายด้วยตนเองก็ทำได้ลำบาก เนื่องจากบริษัทมักจะจ้างในอัตราเดียวกับคนท้องถิ่น ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานในประเทศไทยแล้ว การทำงานในประเทศจะได้รับผลตอบแทนสูงกว่า น่าดึงดูดมากกว่า และ ไม่ต้องปรับตัวในการทำงาน

นอกจากนี้ปัจจุบันเงื่อนไขและข้อกำหนดของประเทศไทยก็ไม่เอื้ออำนวยให้ต่างชาติสามารถเข้ามาทำงานได้โดยตรง แต่พบว่ามีการเคลื่อนย้ายเข้ามาในทางอ้อม โดยเป็นลักษณะของผู้บริหารทางการเงินที่ไม่ต้องเซ็นรับรองรายงานทางการเงิน แต่เข้ามาดูแลในเรื่องของการเงินและบัญชีของบริษัทให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นช่องทางเดียวกันกับที่นักบัญชีไทยมีการเคลื่อนย้ายแรงงานไปในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และ เวียดนาม รูปแบบการให้บริการที่สำคัญ คือ การให้บริการข้ามพรหมแดน (Cross-border Supply) และ การให้บุคลากรเข้ามาให้บริการภายในประเทศ (Presence of Natural Persons) ในรูปแบบความตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าบริการขององค์การค้าโลก

การพัฒนานักบัญชีไทยสู่มาตรฐานสากล

ในการเข้าสู่มาตรฐานสากล นักบัญชีไทยต้องมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย มาตรฐานบัญชี ภาษีอากร ข้อตกลง และ กฎหมายของต่างประเทศ รวมทั้งต้องมีความกระตือรือร้นที่จะค้นหาข้อมูลข่าวสารใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุค Digital ที่สังคมถูกควบคุมโดย Social Media รวมถึงการมีจรรยาบรรณ และ ต้องสามารถปรับตัวได้เมื่อต้องไปทำงานในต่างประเทศ ซึ่งปัญหาของนักบัญชีไทย คือ การสื่อสารที่เป็นภาษาอังกฤษ โดยมีข้อจำกัดในการมีโอกาสพบกับลูกค้าต่างชาติและไม่มีกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในระดับสากล ปัญหาต่อมาคือ ความแตกต่างทางวัฒนธรรม ในการทำงานร่วมกันกับคนต่างเชื้อชาติ และ ปัญหาการขาดการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา

ดังนั้นโครงสร้างและรูปแบบการยกระดับนักบัญชีไทยเข้าสู่สากล ควรเน้นการพัฒนาภาษาอังกฤษ การประชาสัมพันธ์ชี้แจงให้เห็นถึงความจำเป็นและประโยชน์ในการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องของนักบัญชี และ ผู้บังคับบัญชาควรสนับสนุนโดยอนุญาตให้พนักงานเข้าฝึกอบรมสัมมนาโดยไม่นับเป็นวันลา

การแข่งขันระหว่างสำนักงานบัญชี

เมื่อเราสามารถพัฒนาบุคลากรนักบัญชีให้มีมาตรฐานในระดับสากล เป็นไปได้ว่าจะเกิดการแข่งขันเพื่อแย่งชิงหรือรักษาบุคลากรนั้นไว้ในสำนักงานต่าง ๆ โดยพบว่าสำนักงานบัญชีที่มีคุณภาพมักจะมีการรับรู้ เข้าใจ และ ดำเนินการดูแลรักษานักบัญชีได้สูงกว่าสำนักงานบัญชีทั่วไป โดยเฉพาะประเด็นการสร้างความผูกพันต่อองค์กร จะมีส่วนให้พนักงานพยายามสร้างผลงานทั้งต่อตนเองและต่อองค์กรอย่างต่อเนื่องที่ดีขึ้น ด้านการจัดทำเส้นทางสายอาชีพ จะมีการจูงใจพร้อมทั้งกระตุ้นให้พนักงานพัฒนาตนเองให้มีความรู้และความสามารถให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่จะก้าวต่อไปในอาชีพของตน รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมให้ได้ผลต้องมาจากความสนใจ ใส่ใจ และ เป็นตัวอย่างที่ดีจากผู้บริหาร การมีส่วนร่วมของพนักงาน

นอกจากนี้ปัจจัยที่จูงใจการทำงานในสำนักงานบัญชีไทยพบว่า การเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในงาน โอกาสเรียนรู้และพัฒนาทักษะในการทำงาน และ โอกาสเจริญเติบโตก้าวหน้าทางสายอาชีพนักบัญชี มีส่วนทำให้พนักงานกระตือรือร้น มุ่งความสำเร็จในอาชีพ และ การทำงานในสำงานบัญชี ในส่วนของ ปัจจัยที่มีอิทธิพลให้พนักงานตั้งใจทำงานซึ่งจะส่งให้ประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้นได้นั้น สำนักงานบัญชีต้องให้อิสรภาพในการทำงานและให้นักบัญชีบริหารจัดการเวลาทำงานเอง จัดระบบการจ่ายค่าตอบแทนเป็นธรรมเหมาะสมตามการประเมินผลงาน รวมทั้งการสร้างองค์กรแห่งความสุข (Work life balance)

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการ “การเคลื่อนย้ายแรงงานวิชาชีพบัญชีไทยระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน”

หัวหน้าโครงการ : วาริพิณ มงคลสมัย
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียงและกราฟิค ณภัชนิศา วัฒนาเขมาภิรัต
ตรวจภาษาและความถูกต้อง สุดารัตน์ จิตเพียรธรรม
00:00
00:00
Empty Playlist