web_01

คุณลักษณะแรงงานด้านการท่องเที่ยวและการบริการที่มีคุณภาพ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของโลก ที่ผ่านมาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้เร่งสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยบนพื้นฐานความแข็งแกร่งด้านทรัพยากรท่องเที่ยวที่หลากหลาย ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว แต่ขณะเดียวกันยังไม่มีการวางแผนการบริหารจัดการด้านการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างเป็นระบบ

โครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านทุนมนุษย์ในอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และการบริการของประเทศไทยจึงเกิดขึ้น เพื่อศึกษาการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางด้านทุนมนุษย์ทางการท่องเที่ยวและบริการในประเทศไทย เพื่อจัดทำฐานข้อมูลและวิเคราะห์สภาวะการณ์ ตลอดจนความต้องการคุณลักษณะแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบริการในประเทศไทยเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันภายใต้การประยุกต์ใช้ระบบการพัฒนาข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) โดยวิเคราะห์จากมุมมองของนักท่องเที่ยว

 จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรคของการพัฒนาทุนมนุษย์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยมีจุดแข็งทางด้านการบริการด้วยความจริงใจ มี Service Mind มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย และการมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้ง ทางด้านวัฒนธรรม และธรรมชาติ รวมทั้งผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร โดยมีจุดอ่อนทางด้านการสื่อสารภาษาต่างประเทศ ทั้งภาษาอังกฤษ จีน และอื่น ๆ การขาดทักษะการให้บริการที่ดี ผู้บริหารระดับสูงขาดการพัฒนาตัวเองไม่ยอมรับฟังความ คิดเห็นของคนรุ่นใหม่ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างรุ่น ซึ่งส่งผลต่อการบริหารจัดการภายในโรงแรม ขาด ทักษะการใช้เทคโนโลยีในการทำงานตามไม่ทันเหตุการณ์ในปัจจุบัน ความรู้ที่เรียนมาไม่ตรงกับระบบที่โรงแรมใช้ทำงานจริง บางโรงแรมไม่มีระบบการบริหารจัดการที่เรียนมา การวางระบบเงินเดือน เป็นไปตามคุณวุฒิมากกว่าคุณสมบัติ รวมไปถึงการขาดใบรับรองคุณวุฒิที่ใช้สำหรับเทียบประสบการณ์ในแต่ละตำแหน่งอาชีพ ทำให้ไม่สามารถก้าวหน้าในอาชีพการงานได้ นอกจากนี้ ยังไม่พร้อมพัฒนาตนเอง และไม่เท่าทันกระแสโลกจึงส่งผลต่อระบบการทำงาน รวมทั้งไม่มีความสามารถประจำตำแหน่งหรือสมรรถนะ ศักยภาพ ความรับผิดชอบ ทั้งนี้ทำให้โรงแรมพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาในการขาดแคลนบุคลากรโดยการรับพนักงานต่างชาติมาแทนก่อให้เกิดการแย่งงานจากชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น

อุปสรรค ส่วนใหญ่เห็นว่าแรงงานในระบบที่เข้ามาสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวขาดใจรักในการประกอบอาชีพบริการ รวมถึงความรู้สึกไม่มั่นคงในวิชาชีพ เช่น สวัสดิการ ค่าแรง นโยบายของภาครัฐที่เข้มงวดไม่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติ (ในสถานการณ์ปัจจุบัน/เร่งด่วน) แรงงานในระบบที่จบใหม่ขาดประสบการณ์ในการปฏิบัติจริง  รวมถึงปัญหาการมีมิจฉาชีพต่างชาติแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวเข้ามาก่อคดี อุปสรรคของกลุ่มธุรกิจมัคคุเทศก์คือ การจัดมาตรฐานด้านการท่องเที่ยว เช่น เมื่อผ่านมาตรฐานแล้วแต่ไม่ได้การยอมรับ การมีมัคคุเทศก์ต่างชาติ (ภาษาที่3) เข้ามาแย่งตลาดมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ผู้ประกอบการไม่เปิดโอกาสให้เด็กใหม่ที่จบมาทำงาน ขาดการส่งเสริมการพัฒนาภาษาที่ 3 จากภาครัฐ

  สถานการณ์และความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ

การศึกษาได้สำรวจ ค้นหา รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การพัฒนาและเพิ่มทักษะให้กับบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ตลอดจนแนวโน้มความต้องการตำแหน่งงาน ทักษะความเป็นเลิศ โดยอาศัยระบบการเก็บข้อมูลจำนวนมาก (Big data) บนฐานข้อมูลอัจฉริยะ (Artificial Intelligent) ข้อมูลที่ได้จึงเป็นการประมวลมาจากหลากหลายแหล่ง เน้นตามพฤติกรรมแรงงานและช่องทางการสื่อสารตำแหน่งงาน การสรรหาบุคลากรในปัจจุบันคือผ่านทางแหล่งข้อมูลออนไลน์ เช่น เว็บหางาน และสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ต่าง ๆ จากเว็บไซด์หลักจำนวน 32 แห่ง

ความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการจำแนกตามกลุ่มคลัสเตอร์การท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่ง พบว่าความต้องการแรงงานในแต่ละคลัสเตอร์แตกต่างกัน สะท้อนให้เห็นถึงคุณลักษณะ คุณสมบัติและรูปแบบงาน ในแต่เขตพื้นที่ ท่องเที่ยวที่ต่างกัน ทั้งนี้กลุ่มคลัสเตอร์อันดามันมีความต้องการแรงงานสูงสุดด้วยอัตราการโพสต์และจำนวนตำแหน่งงานที่ต้องการ รองลงมาคือ คลัสเตอร์อารยธรรมล้านนา และกลุ่มแอกทีฟ บีช คลัส เตอร์ การวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มคลัสเตอร์จะมีผลกับการเข้าไปพัฒนาทุนมนุษย์และบุคลากรให้ตอบสนองกับความต้องการของแต่ละแหล่งท่องเที่ยว โดยสามารถเจาะลึกเข้าไปวิเคราะห์เป็นรายจังหวัดและวิเคราะห์ในระดับของลักษณะงานเพื่อภาพที่ชัดเจน

การเปรียบเทียบอัตราการโพสต์ประกาศรับสมัครงาน เมื่อพิจารณาในแต่ละกลุ่มคลัสเตอร์ จะทราบถึงความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบริการในรายจังหวัด  โดยจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีความต้องการแรงงานด้านนี้มากที่สุดในคลัสเตอร์อันดามัน  ส่วนในกลุ่ม แอกทีฟ บีช คลัสเตอร์ ได้แก่ จังหวัดชลบุรี และในกลุ่มอารยธรรมล้านนาได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ การที่ระบุลงไปถึงระดับจังหวัด ทำให้สามารถพัฒนาบุคลากรได้อย่างเหมาะสม เพื่อที่จะรองรับความต้องการในตลาดงานของเมืองหลักในแต่ละคลัสเตอร์ การต่อยอดการวิเคราะห์สามารถเจาะลึก เข้าไปดูในส่วนตำแหน่งงานและประเภทของกลุ่มธุรกิจย่อยในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้ เพื่อประกอบเป็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นในการบูรณาการในระดับคลัสเตอร์ต่อไป ทั้งนี้ ความต้องการแรงงานในเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ต และ จังหวัดนครราชสีมา มีความต้องการในระดับที่มากกว่าจังหวัดอื่น ๆ

แนวโน้มของอัตราค่าตอบแทนหรือรายได้ของแรงงาน ส่วนใหญ่มีฐานเงินเดือนที่ 10,000 – 15,000 บาท แสดงให้เห็นว่ากลุ่มธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้นมีความต้องการจ้างงาน บุคลากรในกลุ่มระดับเริ่มต้นงาน (Entry Level) รองลงมาจะเป็นกลุ่มฐานเงินเดือนที่ระดับ 20,000 – 30,000 บาท ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีประสบการณ์ในการทำงาน แต่ไม่ใช่กลุ่มผู้บริหาร (Management & Directors)

การวิเคราะห์จัดอันดับ 10 อาชีพในสายงานท่องเที่ยวที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานมากที่สุด การวิเคราะห์โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ ทำให้สามารถคาดการณ์แนวโน้มอาชีพ และสามารถนำเสนอผลการศึกษาเชิงเปรียบเทียบเป็นรายปีได้ 5 ปี ถึง10 ปีได้  พบว่าโดยภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบริการมีความต้องการบุคลากรในธุรกิจโรงแรม ที่พัก ตำแหน่งแม่บ้าน (Maid) มากที่สุด รองลงมาภายใต้หมวดธุรกิจเดียวกันคือโรงแรมที่พัก ต้องการตำแหน่งพนักงานให้บริการลูกค้า (Guest Service Agent) ส่วนอันดับสามคือหมวดธุรกิจภัตตาคารและบาร์ ในตำแหน่งบาร์เทนเดอร์ (Bartender) และอันดับสี่คือกลุ่มธุรกิจสุขภาพและสปา ในตำแหน่งพนักงานนวดสปา โดยตำแหน่งงานบริกรในธุรกิจโรงแรม ตามมาเป็นลำดับที่ห้า

ข้อมูลของสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (2560) พบว่าเมื่อปี 2559 มีผู้ที่อยู่ในตลาดแรงงานในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ จำนวน 4,257,821 คน คิดเป็นร้อยละ 11.30 ของแรงงานทั้งหมดในประเทศไทย ที่เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มและทิศทางการเปลี่ยนแปลง พบว่ามีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และเมื่อพิจารณาในประเด็นย่อยถึงตำแหน่งงาน พบว่าร้อยละ 51.63 หรือ 2,198,336 คน ทำงานอยู่ในแผนกอาหารและเครื่องดื่ม รองลงมาคือ ด้านการขนส่งผู้โดยสาร จำนวน 594,042 คน และโรงแรมที่พัก จำนวน 532,616 คน

อย่างไรก็ตาม จากการประชุมกลุ่มย่อยและการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ การท่องเที่ยว พบว่า ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทยยังมีความต้องการแรงงานที่เข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ โดยผลการวิจัยในทุกพื้นที่ของประเทศไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการ “การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านทุนมนุษย์ในอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และการบริการของประเทศไทย”

หัวหน้าโครงการ : รองศาสตราจารย์ ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง คณพศ ภูวบริรักษ์
ตรวจภาษาและความถูกต้อง สุดารัตน์ จิตเพียรธรรม
00:00
00:00
Empty Playlist