ปก (1200 x 800)

การพัฒนาภาษาอังกฤษจากความเป็นท้องถิ่นไทย สำหรับเด็กวัยประถม

ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัฒน์และภูมิภาคาภิวัตน์ ทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีทางการสื่อสารและวัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว จนอาจเป็นที่น่ากังวลว่าวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นสูญหายไปได้ หากไม่มีการรักษาและสืบทอดจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง ในขณะเดียวกัน การพัฒนาความสามารถของตนเองเพื่อให้ก้าวตามทันกับยุคสมัยใหม่เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน โดยเฉพาะการพัฒนาด้านภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นหนึ่งในผลอันเนื่องมาจากกระแสโลกาภิวัฒน์ และการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งมีการใช้ภาษาอังกฤษเป็นการสื่อสารเป็นหลัก

ภาษาอังกฤษกลายเป็นสิ่งจำเป็นในการพัฒนา เพื่อให้ประชากรในประเทศไทยสามารถใช้และเข้าใจภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าการพัฒนาภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่ควรได้รับการพัฒนาในทุกช่วงวัย แต่วัยเรียน โดยเฉพาะเด็กวัยประถมเป็นช่วงอายุที่เหมาะสมในการพัฒนามากที่สุด เนื่องจากเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ และพัฒนาสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ดี อีกทั้งหากได้รับการปลูกฝังและเรียนรู้อย่างถูกต้องตั้งแต่วัยนี้ จะทำให้เด็กมีความสามารถและเป็นอนาคตของประเทศได้ แต่อย่างไรก็ตามจากการทดสอบด้วยแบบทดสอบระดับชาติพบว่า ผลสัมฤทธิ์ของวิชาภาษาอังกฤษในทุกระดับชั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับผลของวิชาอื่น ๆ อีกทั้งเมื่อเปรียบเทียบกับในระดับนานาชาติแล้ว ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าหลายประเทศ โดยจากผลสำรวจคะแนนเฉลี่ย TOEFL iBT ปีพ.ศ. 2555 พบว่า ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 14 ของเอเชีย โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 76 จากคะแนนเต็ม 120 คะแนน

การเรียนภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมักจะใช้หนังสือเรียนจากต่างประเทศ บ้างใช้หนังสือเรียนที่ถูกพัฒนามาเพื่อการส่งเสริมความรู้ด้านภาษา แต่จากผลการศึกษาทั่วไป พบว่า การเรียนรู้จากหนังสือเหล่านี้ ทำให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจช้า และอาจไม่เหมาะสมมากนัก ความกังวลเกี่ยวกับการศึกษาไทยจึงกลายเป็นคำถามที่ว่า “จะดีกว่าหรือไม่หากมีการพัฒนาทั้งภาษาอังกฤษ และรักษาความเป็นท้องถิ่นไทยไปพร้อมกัน นอกจากเพื่อให้เด็กสามารถก้าวทันตามยุคสมัยพร้อมกับยังคงสืบทอดความเป็นท้องถิ่นไทยไม่ให้คุณค่าเหล่านี้เลือนหายไปตามกาลเวลา ยังเป็นการนำสิ่งรอบตัวที่มีอยู่แล้วมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน

งานวิจัย “นวัตกรรมสื่อการสอน: บทเรียนภาษาอังกฤษที่มีรากฐานจากความเป็นท้องถิ่นไทย” เล็งเห็นความสำคัญในการรักษามรดกวัฒนธรรมไทย พร้อมกับการพัฒนาภาษาอังกฤษของเด็กวัยประถมเพื่อให้มีความสามารถทางด้านภาษาเทียบเท่ากับประเทศอื่น อีกทั้งยังคงรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเองได้ จึงมุ่งเน้นในการพัฒนานวัตกรรมสื่อการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่ถูกพัฒนามาจากรากฐานความเป็นท้องถิ่นไทย ได้แก่ มิติประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม ในงานวิจัยนี้ได้เลือกโรงเรียนวัดนางสาว จังหวัดสมุทรสาครเป็นกลุ่มตัวอย่างในการศึกษา เนื่องจากเป็นสถานศึกษาแห่งเล็ก มีพื้นที่ใกล้กับเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และอยู่ในพื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อการกลืนหายของวัฒนธรรม จึงเหมาะแก่การทดลองเพื่อพัฒนานวัตกรรมการสอนภาษาอังกฤษจากรากฐานความเป็นท้องถิ่นไทยตามวัตถุประสงค์ของงานวิจัย

ในกระบวนการทดลอง มีการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน ซึ่งประกอบด้วยบทเรียนภาษาอังกฤษ 9 บท ได้แก่ บทเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่บทเรียนอื่น ๆ โดยเป็นข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับจังหวัดสมุทรสาคร และอีก 8 บทเรียนเป็นสถานที่สำคัญในจังหวัด ประกอบไปด้วยบทเรียนที่จะต้องเรียนตามลำดับ ดังนี้ (1) วัดนางสาว (2) หมู่บ้านเบญจรงค์ (3) ศาลพันท้ายนรสิงห์ คลองโคกขาม อุทยานการเรียนรู้พันท้ายนรสิงห์ (4) ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำสมุทรสาคร (5) วัดโกรกกราก (6) ศาลหลักเมือง ตลาดมหาชัย ท่าเรือเทศบาล ป้อมวิเชียรโชฎก (7) ท่าฉลอม พระโพธิสัตว์กวนอิม วัดสุทธิวาตวรารามหรือวัดช่องลม และ (8) สวนผลไม้ดอกไม้ที่บ้านแพ้ว ซึ่งเนื้อหาในการสอนจะเป็นนวัตกรรมสื่อการสอนที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อการทดลอง โดยมีนักเรียนกลุ่มตัวอย่างที่ถูกคัดเลือกจากทางโรงเรียนวัดนางสาว อยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เป็นกลุ่มการทดลอง นักเรียนกลุ่มนี้จะได้รับการจำลองในชั้นเรียนจริง 11 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 คาบเรียน และคาบเรียนละ 50 นาที

ก่อนการใช้นวัตกรรมสื่อการสอน นักเรียนส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับความเป็นท้องถิ่นไทยค่อนข้างน้อย แม้ว่านักเรียนที่ถูกคัดเลือกมาในการทดลองนี้จะเป็นผู้ที่อยู่ในท้องถิ่นมาแต่กำเนิด แต่คำถามพื้นฐานเกี่ยวกับสถานที่ เช่น ประวัติความเป็นมาของวัดนางสาว ซึ่งอยู่ติดกับโรงเรียนที่ศึกษา นักเรียนยังไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ แต่เมื่อได้พัฒนานวัตกรรมสื่อการสอน และทำการจัดการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝังเรื่องราวเกี่ยวกับท้องถิ่น นักเรียนทั้งหมดกลับมีพัฒนาการทางความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับท้องถิ่นของตนมากขึ้นอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่านักเรียนบางคนอาจไม่มีโอกาสได้เห็นหรือไปในสถานที่นั้นมาก่อน แต่สามารถเชื่อมโยงสถานที่เหล่านี้กับบทเรียนได้ เนื่องจากเป็นสิ่งรอบตัวที่อยู่ใกล้กับตนเอง ทำให้เกิดความสนใจและตื่นตัวที่จะเรียนรู้มากขึ้น โดยอาจทำให้มีคำถามที่สนใจและถามคนใกล้ตัวเกี่ยวกับสถานที่ในจังหวัด สิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้เรียนเกิดการเชื่อมโยงเนื้อหาบทเรียนกับวัฒนธรรมท้องถิ่นได้

นอกจากนั้นการส่งเสริมภาษาอังกฤษ โดยมุ่งให้ผู้เรียนมีความกล้าแสดงออกในการใช้ภาษาอังกฤษ ผ่านการจำลองเป็นมัคคุเทศก์ เนื้อหาเกี่ยวกับสถานที่ในจังหวัดสมุทรสาครที่ถูกสอนไปในขั้นตอนแรก ได้นำมาพัฒนาเป็นภาษาอังกฤษ และทดสอบผู้เรียน 2 ครั้ง คือ หลังจากการเรียน 4 บทแรก และหลังจากการเรียน 4 บทหลัง ในการประเมินจะมีพี่เลี้ยงนักศึกษาเป็นผู้ประเมิน โดยไม่เน้นหลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ แต่ต้องการให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างเข้าใจ บทเรียนทุกบทจึงเริ่มด้วยการสอนคำศัพท์ ทั้งความหมายและการออกเสียง จากนั้นผู้วิจัยจะติดตาม ตรวจสอบพัฒนาการด้านคำศัพท์อย่างต่อเนื่อง โดยให้เขียนคำศัพท์ตามคำบอก 10 คำในทุกสัปดาห์ของการเรียน ผลการประเมินเห็นว่าผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ และมีความกล้าแสดงออกมากขึ้น เนื่องจากในกิจกรรมนี้เป็นการสอนอย่างเป็นธรรมชาติ สร้างความเสมือนจริง และให้ผู้เรียนคุ้นเคยกับเนื้อหาที่ตนเข้าใจอย่างถ่องแท้ แล้วนำมาพัฒนาเป็นภาษาอังกฤษ กิจกรรมมัคคุเทศก์จำลองนี้จึงสามารถทำให้นักเรียนใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการบรรยายสถานที่ต่าง ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้

สำหรับนวัตกรรมบทเรียนภาษาอังกฤษนี้ ได้มีการให้ผู้เรียนประเมินความพึงพอใจหลังได้รับการทดลองใช้นวัตกรรมนี้แล้ว ในประเด็นของความสามารถของผู้สอนและพี่เลี้ยงนักศึกษาในการถ่ายทอดความรู้ เนื้อหากิจกรรมบทเรียน ความรู้ที่ได้ สื่อการสอน การนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในวิชาอื่น ทัศนคติเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษ และความภาคภูมิใจในท้องถิ่นตน ผลการประเมิน ผู้เรียนมีความพึงพอใจในระดับมากอย่างยิ่ง ซึ่งสอดคล้องกับระดับความรู้ทั้งเนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นท้องถิ่นไทย และภาษาอังกฤษที่มีคะแนนสูงมากขึ้นหลังจากได้รับการทดลองใช้นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นมา เนื่องจากนวัตกรรมสามารถเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่นไทย และเสริมสร้างองค์ความรู้ภาษาอังกฤษได้ อีกทั้งผู้เรียนรู้สึกมั่นใจที่จะแสดงความสามารถเกี่ยวกับท้องถิ่นไทยเป็นภาษาอังกฤษ สามารถนำความรู้ที่ได้จากนวัตกรรมมาสร้างความเข้าใจที่กระจ่างขึ้นเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของถิ่นที่ตนอาศัยอยู่ รวมถึงสร้างความภาคภูมิใจให้รักถิ่นที่อยู่อาศัยของตนในทางอ้อม

งานวิจัยนี้เลือกที่จะพัฒนาประเทศตามกระแสโลกาภิวัฒน์ควบคู่ไปกับการพัฒนาภาษาอังกฤษของเด็กวัยเรียน เนื่องจากต้องการพยายามพัฒนาการเรียนการสอนในประเทศไทย โดยเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ผ่านการทดลองจากนักเรียนกลุ่มหนึ่ง และมีความมุ่งหวังว่าจะได้รับการสานต่อ และปรับปรุงวิธีการให้ดีขึ้น สื่อการสอนที่ถูกสร้างมาจากสำนักพิมพ์ต่างประเทศ อาจมีเนื้อหาและวัฒนธรรมที่เด็กวัยเรียนไม่คุ้นเคย จึงทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนค่อนข้างน้อย ดังนั้นเมื่อพัฒนานวัตกรรมการสอนใหม่ที่อ้างอิงแต่เรื่องราวใกล้ตัว และผู้เรียนมีความคุ้นเคยจึงเกิดพัฒนาการที่มากขึ้น การสร้างสื่อการสอนมัลติมีเดียประกอบทุกบทเรียน เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดความสนใจบทเรียนและเพลิดเพลินมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้นก่อนที่ความเป็นไทยจะสูญหายไป พร้อมความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษที่มีพัฒนาการช้าสำหรับเด็กไทย การพยายามผลักดันพัฒนาการเรียนการสอนเพื่อเด็กไทยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่หลายฝ่ายควรหันมาให้ความสนใจ และพยายามใช้วิธีต่าง ๆ ในการพัฒนาเพื่อให้มีทั้งมาตรฐาน และประสิทธิภาพสามารถเท่าทันกับประเทศอื่นได้ อีกทั้งยังเป็นการผลักดันให้ความเป็นท้องถิ่นไทยสามารถออกสู่สากลได้

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการ “นวัตกรรมสื่อการสอน: บทเรียนภาษาอังกฤษที่มีรากฐานจากความเป็นท้องถิ่นไทย”

หัวหน้าโครงการ : ศาสตราจารย์ บุษบา กนกศิลปธรรม
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง พัทธ์ธีรา สมบูรณ์สิน
กราฟฟิค ชนกนันท์ สราภิรมย์
ตรวจภาษาและความถูกต้อง สุดารัตน์ จิตเพียรธรรม
00:00
00:00
Empty Playlist