1200900

โครงสร้างทางการผลิตของอุตสาหกรรมอาหารไทย

อุตสาหกรรมอาหารของไทยเป็นอุตสาหกรรมที่อยู่ในยุทธศาสตร์หลักของประเทศมีศักยภาพสูงในการแข่งขันในตลาดโลกมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมอาหารของไทยไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างการผลิตและการตลาดของโลกได้  ทั้งในด้านการกีดกันทางการค้าในรูปแบบต่างๆ การพัฒนาอย่างรวดเร็วทางเทคโนโลยี ความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรและอัตราแลกเปลี่ยน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและพฤติกรรมผู้บริโภค ตลอดจนการเกิดรูปแบบใหม่ของการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ทำให้อุตสาหกรรมอาหารต้องมีการปรับตัวเพื่อให้ทันต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้

โครงสร้างทางการผลิตของอุตสาหกรรมอาหารไทย จึงเกิดขึ้นเพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการผลิต ทั้งจากต้นน้ำไปยังปลายน้ำ และจากในและนอกประเทศของอุตสาหกรรมอาหารไทย เพื่อให้ทราบถึงความสำคัญของการ เปลี่ยนแปลงการใช้วัตถุดิบในสาขาการผลิตต่างๆ ในอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะการเปรียบเทียบการใช้งาน วัตถุดิบจากภายในประเทศ และต่างประเทศ และคัดเลือกสาขาการผลิตที่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างการผลิตชัดมามาเพื่อศึกษาสาเหตุและรูปแบบการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการผลิต

โครงสร้างการใช้วัตถุดิบมีการเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละสาขาการผลิตของอุตสาหกรรมอาหาร    

โครงสร้างการใช้วัตถุดิบมีการเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละสาขาการผลิตของอุตสาหกรรมอาหาร แม้ว่ามีบางสาขาการผลิตที่แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการใช้งานเลย (เช่น การสีข้าว เป็นต้น) และบางอุตสาหกรรมที่ลดการใช้งานวัตถุดิบจากต่างประเทศลง (เช่น ผลิตภัณฑ์นม เป็นต้น)

สาขาการผลิตที่เป็นแกนหลักในการสร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจไทย ทั้งในแง่ผลผลิตและการส่งออก คือ สาขาผลิตภัณฑ์อาหารอื่น พบว่ามีมูลค่าการใช้วัตถุดิบจากต่างประเทศในสัดส่วนที่เพิ่มสูงขึ้นจากปี 1997 จนถึงปี 2011  จากการวิเคราะห์พบว่า ผลิตภัณฑ์อาหารอื่น มีความเชื่อมโยงไปยังการใช้วัตถุดิบจากต่างประเทศมากที่สุดและมีการพึ่งพิงวัตถุดิบจากต่างประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ  เนื่องจากผลิตภัณฑ์อาหารอื่นเป็นการรวมเอาการผลิตอาหารกระป๋อง การแปรรูปสัตว์น้ำ การแปรรูปผักและผลไม้ และ อาหารสัตว์ เป็นต้น เข้าไว้ในหมวดเดียวกัน จึงนับเป็นสาขาการผลิตที่สร้างมูลค่าให้กับประเทศและมีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการผลิตอื่น ๆ เป็นอย่างมาก

การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการค้าระหว่างประเทศในอุตสาหกรรมอาหารไทย

นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการค้าระหว่างประเทศในอุตสาหกรรมอาหารไทย ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงการใช้วัตถุดิบของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสาขาการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารอื่น พบว่าอุตสาหกรรมอาหารในสาขานี้มีแนวโน้มที่จะพึ่งพิงวัตถุดิบจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น เนื่องจากในอดีตอุตสาหกรรมอาหารไทยเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบให้กับต่างประเทศ แต่ปัจจุบันกลับมีบทบาทเป็นผู้นำเข้าวัตถุดิบทางการผลิตและส่งออกสินค้าขั้นสุดท้าย โดยสาขาการผลิตนี้มีแนวโน้มที่จะอยู่ที่ปลายของห่วงโซ่การผลิตโลก (ปลายน้ำ) มากยิ่งขึ้น และยังสะท้อนให้เห็นว่าเป็นผู้ส่งออกสินค้าสำเร็จรูปมากกว่าเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ

รูปแบบการปรับโครงสร้างการผลิตของสาขาผลิตภัณฑ์อาหารอื่น

ในด้านวัตถุดิบ ผู้ประกอบการเห็นว่าภาคการเกษตรของไทยมีการพัฒนาดีขึ้นเกษตรกรมีการรวมกลุ่มในรูปของชุมชนมากขึ้น หลายกลุ่มมีศักยภาพในการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและการแปรรูปเบื้องต้น ผลผลิตภาคการเกษตรเริ่มมีคุณภาพดีขึ้น อย่างไรก็ตามปริมาณผลผลิตภาคการเกษตรมีความผันผวน เนื่องจากการลดพื้นที่การเกษตร สภาวะแวดล้อม ธรรมชาติและโรคระบาดในพืชและสัตว์ ทำให้ผู้ประกอบการต้องหันไปพึ่งพิงวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อแก้ปัญหาความขาดแคลน และแนวคิดการไปลงทุนทางด้านเกษตรกรรมเพื่อสร้างผลผลิตป้อนโรงงานเอง รวมทั้งยังพบว่ามีธุรกิจ SMEs ที่พัฒนาตนเองมาเป็นผู้จัดหาและรวบรวมวัตถุดิบส่งโรงงาน โดยมีการพัฒนาระบบฐานข้อมูล ทำให้การตรวจสอบย้อนกลับมีความเป็นระบบมากขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารยังมีความร่วมมือที่ใกล้ชิดกับเกษตรกร โดยเฉพาะการเพิ่มความร่วมมือในรูปแบบ contract farming และการพัฒนาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อลดของเสียในภาคการเกษตร สำหรับภาคประมง ไทยได้ปรับตัวต่อกรณี IUU ซึ่งผู้ประกอบการมองว่าในอนาคตจะเป็นผลดีกับอุตสาหกรรมอาหาร

ในด้านแรงงานและกระบวนการผลิต ประเด็นด้านแรงงานทำให้ผู้ประกอบการต้องมีการปรับตัวอย่างมาก ผู้ประกอบการเห็นว่ามีแรงงานในประเทศลดลงในขณะที่อัตราค่าจ้างแรงงานเพิ่มสูงขึ้น แรงงานมีประสิทธิภาพการผลิตลดลง มีทัศนคติไม่ดีต่อการทำงานหนัก และมีอัตราการเปลี่ยนงานสูง ทำให้ผู้ประกอบการต้องพึ่งพิงการใช้แรงงานต่างชาติโดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้าน และหันมาใช้ระบบอัตโนมัติในสายการผลิตมากขึ้นโดยเป็นการนำเข้าเครื่องมือเครื่องจักรและระบบจากต่างประเทศแทบทั้งหมด

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาฝีมือแรงงานและการเพิ่มสวัสดิการแรงงานเพื่อลด ปัญหาการเปลี่ยนงาน นอกจากการเปลี่ยนแปลงเรื่องกระบวนการผลิต และการเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรมการบริโภค พบว่ามีทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน โดยผู้บริโภคหันมาบริโภคสินค้าที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เน้นอาหารปลอดภัย การให้ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการไม่ใช้แรงงานผิดกฎหมาย รวมทั้งหันมาให้ความสนใจกับสินค้าสำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูปมากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการอาหารในกลุ่มนี้สนใจศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและพยายามปรับสายการผลิตให้มีความยืดหยุ่น เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะอาหารพร้อมทาน ทั้งในแง่สูตรอาหาร รูปแบบการถนอมอาหาร และบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น การปรับตัวลักษณะนี้ ทำให้มีผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมที่เน้นหาตลาดเฉพาะของตนเองมีโอกาสมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการใช้ internet เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย รวมทั้งผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการจัดการ Big data การวิจัยตลาดเพิ่มมากขึ้น

ในด้านการค้าระหว่างประเทศ แม้ในช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรมพบว่า ไทยยังคงมีศักยภาพ สูงในตลาดบนของโลก แต่การกีดกันที่มิใช่ภาษีและการถูกตัดสิทธิพิเศษทางการค้า ยังส่งผลกระทบอย่างมี นัยสำคัญกับการค้าได้ ผู้ประกอบระดับ SMEs ให้ความสนใจกับการทำตลาดสินค้าอาหารแปรรูปในภูมิภาค มากขึ้นเนื่องจากมีมาตรฐานการครองชีพที่คล้ายกัน ทั้งนี้ในด้านการค้าระหว่างประเทศ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ ยังเป็นส่วนที่ควรพัฒนาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการ “โครงสร้างทางการผลิตของอุตสาหกรรมอาหารไทย”

หัวหน้าโครงการ : ผศ.ดร.ดนุพล อริยสัจจากร
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง คณพศ ภูวบริรักษ์
ตรวจภาษาและความถูกต้อง สุดารัตน์ จิตเพียรธรรม
00:00
00:00
Empty Playlist