RC20247-1.1

การพัฒนาและจัดทำร่างพรบ. ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ

คแของประเทศ คือต้นทุนธรรมชาติที่เป็นพื้นฐานการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันได้เกิดปัญหาการลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลเหตุมาจากการขาดความเข้าใจและความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ในขณะที่ปัญหาดังกล่าวควรได้รับการพิจารณา สู่นโยบายในภาคส่วนการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับประเด็นการคุ้มครองและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยบรรจุเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพไว้ในวาระการปฏิรูปภายใต้แผนปฏิรูปประเทศไทยด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระยะเวลา 5 ปี คือนับตั้งแต่ปี 2560 – 2564 รวมถึงส่งเสริมการบูรณาการของภาคส่วนต่าง ๆ และสร้างมาตรการจูงใจให้เกิดความร่วมมืออย่างยั่งยืน ซึ่งหนึ่งในทางออกหลักคือ การผลักดันให้มีกฎหมายด้านความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเฉพาะทางเพื่อเป็นเครื่องมือทางด้านกฎหมายในการบริหารจัดการปัญหาให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องเป็นกฎหมายที่มีความครอบคลุมตลอดจนสามารถอุดช่องว่างในตอนนี้ได้

Research Café เข้าใจได้ว่าคนจำนวนมากอาจมองว่าเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพเป็นเรื่องไกลตัว ซึ่งต้องบอกว่าความหลากหลายทางชีวภาพมีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนเราทั้งสิ้น เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกันในทุกพื้นที่ ดังนั้นการมีส่วนร่วมเพื่อช่วยอนุรักษ์และพัฒนาความหลากหลายจึงเป็นเรื่องของทุกคนภายในประเทศไทยไม่ใช่แค่หน้าที่ของภาครัฐ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเครื่องมือที่สำคัญอย่างการออกกฎหมายซึ่งเป็นหน้าที่ของภาครัฐก็ย่อมมีความสำคัญอย่างมากในการตั้งต้นเริ่มแก้ไขปัญหา ดังนั้นเราจึงศึกษาถึงร่างพรบ. ความหลากหลายทางชีวภาพที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตว่ามีลักษณะและรายละเอียดอย่างไรต่อไป

‘ความหลากหลายทางชีวภาพ’ คืออะไร

ความหลากหลายทางชีวภาพมีขอบเขตที่กว้างขวางครอบคลุมสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในระบบนิเวศ ทั้ง มนุษย์ พืช และสัตว์ ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีความเป็นอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของตนเองและจะต้องมีความหลากหลายที่ดีตามธรรมชาติ ในแง่ของสายพันธุ์ จำนวน ตามแต่ละพื้นที่ชุมชน จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกคนและมีบทบาทต่อการพัฒนาอย่างแท้จริง

ทำไมความหลากหลายทางชีวภาพถึงมีความสำคัญ ?

ประเทศไทยได้เคยให้สัตยาบัน อนุสัญญาที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพไว้หลายครั้งด้วยกัน ซึ่งในขณะนั้นประเทศไทยไม่ได้มีกฎหมายใดรับรองเพียงแต่มีถ้อยคำไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 40 ในเรื่องเกี่ยวกับการรักษาสมดุลในระบบนิเวศและการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งอนุสัญญาที่ไทยร่วมให้สัตยาบันที่สำคัญ ตัวอย่างเช่น อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ค.ศ. 1992 ที่กำหนดพันธสำคัญให้รัฐต้องปฏิบัติตามหลายประการด้วยกัน ได้แก่ กำหนดให้รัฐต้องมีการสงวนและอนุรักษ์ทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพให้ครบถ้วนทั้งในส่วนที่เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและพันธุ์พืชหรือสัตว์, รัฐต้องประกันได้ว่าการจะหาประโยชน์จากทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพจะเป็นไปอย่างยั่งยืน และถ้ามีการดำเนินกิจกรรมใดที่ก่อให้เกิดหรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพจะต้องมีการกำหนดกฎหมายขั้นตอนกระบวนการอย่างชัดเจน ถัดมาคือ พิธีสารคาร์ตาเฮนาว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพ ค.ศ. 2000 ที่เพิ่มรายละเอียดจากอนุสัญญาก่อนหน้า โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรม ว่าจะต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าและยังมีประเด็นอื่นที่ประเทศไทยจะต้องนำมาพิจารณาร่วมในกฎหมายด้วย ซึ่งนี่คือตัวอย่างของพันธสัญญาที่ไทยได้ร่วมให้สัตยาบันและจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามเพื่อให้สอดคล้องกับข้อตกลง นอกจากนั้นความหลากหลายทางชีวภาพยังสามารถสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้แก่ชาติในอีกหลายด้าน จะเห็นได้ว่าความหลากหลายทางชีวภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง จึงต้องมีการพัฒนาและจัดทำร่างพรบ. ขึ้นให้เหมาะสม

ทำความรู้จัก ‘อนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพและความปลอดภัยทางชีวภาพ’ แนวทางการพัฒนา ร่างพรบ. ความหลากหลาย พ.ศ. ….

อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity : CBD) มีจุดมุ่งหมายเพื่ออนุรักษ์พันธุกรรม ชนิดพันธุ์ และระบบนิเวศ เพื่อให้มีความหลากหลายทางชีวภาพและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อความสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว อีกทั้งต้องเกิดการแบ่งปันผลประโยชน์ที่แสวงหาจากความหลากหลายทางชีวภาพในธรรมชาติอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม ซึ่งประเทศไทยได้เป็นสมาชิกของอนุสัญญา ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2547  โดยมีข้อกำหนดที่ทำให้ประเทศไทยต้องดำเนินการตามให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพทั้งในถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและนอกถิ่น โดยมีมาตรการอย่างชัดเจนและยั่งยืน อีกทั้งมีการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้จัดทำและปฏิบัติตามมาตรการแก้ไขเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รู้จักการสร้างเงื่อนไขเข้าถึงทรัพยากรอย่างเหมาะสม ต่อรองผลประโยชน์กันอย่างสม่ำเสมอและตั้งอยู่บนความยุติธรรมเสมอภาค

นอกจากนั้นแล้วยังได้ศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายอีกหลายประเทศด้วยกันเพื่อทราบถึงแนวทางและลักษณะการดำเนินการของประเทศอื่น เพื่อนำมาสู่การร่างพรบ. ความหลากหลายทางชีวภาพของไทย พ.ศ. …. ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในประเทศสหราชอาณาจักร แอฟริกาใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย และภายในขอบเขตอาเซียน เป็นต้น

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพของไทยในปัจจุบัน

ในความเป็นจริงแล้วกฎหมายไทย ณ ปัจจุบันค่อนข้างมีความครอบคลุมในหลายเรื่องอยู่แล้วเพียงแต่ยังมีช่องโหว่ในบางเรื่องที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน โดยเรื่องที่มีกฎหมายกำหนดครอบคลุมแล้ว ได้แก่ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติตามพรบ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507, พื้นที่อุทยานแห่งชาติตามพรบ. บัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504, พื้นที่เขตสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามพรบ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535, เขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อมตามพรบ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2542, เขตห้ามจับสัตว์น้ำพรก. การประมง พ.ศ. 2558 เป็นต้น  ซึ่งกฎหมายมีการกำหนดเกี่ยวกับการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเหล่านั้นว่าต้องมีการขออนุญาตก่อนและเมื่อได้รับอนุญาตจะต้องดำเนินตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ แต่อย่างไรก็ดีกฎหมายไทยยังมีช่องว่าง คือ ไม่มีกฎหมายคุ้มครองในพื้นที่ที่ไม่ใช่พื้นที่อนุรักษ์ กล่าวคือกฎหมายทั้งหมดไม่มีข้อกำหนดไว้ชัดเจนหากเป็นพื้นที่ของเอกชน ถัดมาคือยังขาดกฎหมายรับรองในเรื่องการคุ้มครองระดับพันธุกรรม ยีนส์ หรือ DNA ที่สามารถนำมาดัดแปลงพันธุกรรมได้และที่สำคัญที่สุดคือการขาดการคุ้มครององค์ความรู้ของชุมชน หรือที่มักจะเรียกกันว่าภูมิปัญญาท้องถิ่น อย่างเช่น แพทย์แผนไทยที่ใช้พืชสมุนไพรไทยมาทำการรักษา ซึ่งจากกฎหมายเบื้องต้นนี้ทำให้เห็นว่าเราควรมีการจัดทำร่าง พรบ. ความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มเติมต่อไป

ภาพรวมหลักของร่างพรบ. ความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. …. ที่ได้จากการศึกษาชิ้นนี้

ร่างพรบ. ความหลากหลายทางชีวภาพฉบับนี้มีจุดหมายหลักคือการบัญญัติให้เป็นกฎหมายกลางที่จะนำไปบังคับใช้กับการบริหารจัดการ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพให้มีความสมดุลในระบบนิเวศและเกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน ตลอดจนการเข้าถึงและการแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพให้เกิดความเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งในพรบ. ฉบับนี้จะมีการกำหนดองค์กรกำกับดูแลไว้ โดยการกำหนดให้มี คณะกรรมการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพที่มีอำนาจหน้าที่หลักในการให้ข้อเสนอแนะและคำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีในการกำหนดภารกิจรับผิดชอบ เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพและความปลอดภัยทางชีวภาพอย่างสอดคล้องกับพรบ. ที่จัดทำขึ้น และร่วมกันตรวจสอบหลักเกณฑ์กำหนดให้มีมาตรฐาน เน้นการส่งเสริมสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนเป็นหลัก เป็นต้น

ลักษณะสำคัญของร่างพรบ. ความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. ….

ร่างพรบ. ความหลากหลายทางชีวภาพฉบับนี้มีลักษณะเด่นชัดคือ จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีรายละเอียดตามรูปภาพด้านบนเนื่องจากจะทำให้สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้นคือเน้นการรับรองกฎหมายให้สามารถนำไปใช้ในพื้นที่นอกเขตคุ้มครองอนุรักษ์ได้อย่างที่กล่าวไปว่ากฎหมายฉบับนี้จะเน้นการเป็นกฎหมายกลางในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ ดังนั้นแล้วร่างพรบ. ฉบับนี้จึงเน้นการอุดช่องว่างเท่านั้นซึ่งถ้ากฎหมายเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้วในประเทศไทยสามารถครอบคลุมในปัญหานั้น ๆ ตลอดจนเกิดการจัดการได้ดีกว่าก็ให้ยึดตามเอากฎหมายเดิมเป็นหลัก เพียงแต่ในบางเรื่องที่ยังไม่ครอบคลุมหรือขาดไปจึงให้ใช้กฎหมายนี้ในการคุ้มครองตัดสิน อีกประเด็นสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษางานร่างพรบ. ชิ้นนี้ คือจะให้ความสำคัญกับการเข้าถึงทรัพยากรและการแบ่งปันผลประโยชน์ให้แก่ชุมชนของพื้นที่นั้น ๆ เนื่องจากความหลากหลายทางชีวภาพเป็นเรื่องของอัตลักษณ์แต่ละพื้นที่ดังนั้นชุมชนควรจะมีส่วนร่วมในผลประโยชน์เหล่านั้นด้วยและรัฐต้องมีการส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข็งพร้อมด้วยองค์ความรู้ที่สามารถพัฒนาต่อไปได้ และที่สำคัญอีกประการคือ ร่างพรบ. ฉบับนี้ยังมีความชัดเจนในเรื่องของความผิดทางอาญาการลงโทษการชดเชยค่าสินไหมอีกด้วย

จากงานศึกษาชิ้นนี้คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราในฐานะประชาชนคนทั่วไปหลายครั้งเข้าใจว่าความหลากหลายทางชีวภาพเป็นเรื่องไกลตัวและไม่เกี่ยวข้องกับเรานัก เป็นหน้าที่ของนักสิ่งแวดล้อม หรือภาครัฐที่ต้องเข้ามาจัดการอีกทั้งอาจไม่เห็นความสำคัญของมันมาก่อน แต่หลังจากได้เข้าใจและเห็นแนวทางจากงานศึกษาชิ้นนี้แล้วพบว่าเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศและยังเกี่ยวของกับคนทั่วไปอย่างเราด้วย เนื่องจากทุกพื้นที่ต่างมีคนอาศัยอยู่แล้วต่างมีคุณค่าความหลากหลายทางชีวภาพของตน อีกทั้งมีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้ประโยชน์จากมันในการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อเป็นปัจจัย 4 ดังนั้นแล้วความร่วมมือกันและเห็นความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนควรตระหนักถึง โดยเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ อาทิ เราอาจเห็นความน่ารักของสัตว์บางชนิดในต่างประเทศและนำเข้ามาเลี้ยง เมื่อนั้นแล้วสัตว์ชนิดนั้นสามารถกลายพันธุ์หรือทำลายความหลากหลายทางชีวภาพที่เป็นอัตลักษณ์ของประเทศไทยเราไปได้อย่างไม่รู้ตัวเช่นกัน ดังนั้นความร่วมมือจากทุกคนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาและร่วมผลักดันให้เกิดพรบ. ฉบับนี้ขึ้นอย่างเร็วที่สุดด้วย

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “การศึกษาเพื่อพัฒนาและจัดทำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ”

หัวหน้าโครงการ : ณรงค์ ใจหาญ
สนับสนุนโดย : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

เรียบเรียง เพ็ญวดี ศิริบุรภัทร
กราฟิก เพ็ญวดี ศิริบุรภัทร
พิสูจน์อักษรและตรวจทาน จินตนา ธรรมวงษ์
00:00
00:00
Empty Playlist