Picture8

การเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าทอพื้นบ้านภาคใต้

          การทอผ้าเป็นงานฝีมือที่ต้องอาศัยความชำนาญและความประณีตนับตั้งแต่การเตรียมเส้นด้าย การย้อมสีและการทอ ถือเป็นงานหัตถกรรมอันล้ำค่าของไทยเลยก็ว่าได้ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันผ้าทอท้องถิ่นที่มีมาตั้งแต่โบราณกลับไม่ค่อยได้รับความสนใจและไม่ให้ความสำคัญกับการทอผ้ามากนัก เนื่องจากผู้ทอส่วนใหญ่ในปัจจุบันขาดความรู้ความเข้าใจในกระบวนการผลิตที่จะต้องเริ่มจากการปลูกฝ้ายไปจนถึงการทอด้วยมือ ซึ่งต้องใช้ความชำนาญการถ่ายทอดความรู้ทำกันในวงจำกัด ส่งผลให้ขาดผู้สืบทอดอย่างจริงจัง ขาดการกระตุ้นให้ผลิตผลงานที่มีคุณภาพ หรือช่างฝีมือขาดการแข่งขันทางความคิด และการผลิตผ้าทอกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปไม่มีแหล่งรวม จึงทำให้นับวันผ้าทอจะค่อย ๆ สูญหายไประหว่างรุ่นต่อรุ่น

นอกจากนี้ ยังพบว่าการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้ากลุ่มนี้ยังไม่ดีเท่าที่ควร เห็นได้จากผลการสำรวจของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในปี 2556 รายงานว่าสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งมีอยู่ประมาณ 163,827 ราย เป็นผู้ประกอบการในระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 163,500 ราย ก่อให้เกิดปริมาณการจ้างงานสูงถึง 666,092 คน (ร้อยละ 66.6) แต่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้เพียง 7.8 หมื่นล้านบาท (ร้อยละ 31.2) ในขณะที่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ซึ่งมีเพียง 327 ราย (ร้อยละ 0.2) สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้กว่า 1.6 แสนล้านบาท

ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้า ในการผลิตและการตลาดบนพื้นฐานของการสร้างเครือข่ายความเชื่อมโยงและระบบข้อมูลข่าวสารที่มีประสิทธิภาพจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้สูงขึ้น เพื่อเป็นการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในภาพรวม จึงนับเป็นความท้าท้ายที่สำคัญอีกประการหนึ่ง โดยนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบันได้ผลักดันให้มีการเสริมสร้างศักยภาพของธุรกิจวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมในสินค้าหรือบริการเพื่อให้เกิดโอกาสทางตลาดใหม่ ๆ

โดยในบทความนี้จะขอนำเสนอแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้า โดยอาศัยข้อมูลการศึกษาวิจัยของโครงการวิจัยเรื่อง “การเพิ่มศักยภาพวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามแนวทางเศรษฐกิจดิจิทัล: กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชนผ้าทอพื้นบ้านภาคใต้” โดยเน้นเรื่องการนำเสนอคุณค่าของผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และเพิ่มความน่าสนใจให้กับผลิตภัณฑ์มากขึ้น

จากการศึกษาข้อมูลทั่วไปของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้า พบว่า การจัดตั้งกลุ่มทอผ้าส่วนใหญ่เกิดจากการรวมกลุ่มของชาวบ้านที่ใช้เวลาว่างจากการทำงาน เช่น เกษตรกรสวนยางพารา ทำนา เป็นต้น มาสร้างรายได้เสริมจากการทอผ้า ส่วนใหญ่สมาชิกในกลุ่มเริ่มรวมกลุ่มกันเพื่อทอผ้า แล้วจึงจัดตั้งเป็นกลุ่มทอผ้าหรือเป็นวิสาหกิจชุมชนในภายหลัง เช่น กลุ่มสตรีทอผ้าบ้านพุมเรียง กลุ่มสตรีทอผ้าบ้านท่ากระจาย กลุ่มสตรีสหกรณ์ทอผ้าพนมวังก์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผ้าทอ ยังมีข้อจำกัดในหลายประการ เช่นในเรื่องจำนวนช่างทอที่มีฝีมือลดลงไป สาเหตุมาจากช่างทอที่มีฝีมือส่วนใหญ่มีอายุมากขึ้น ทำให้มีปัญหาจากสภาพร่างกาย เช่น สายตา นอกจากนี้ยังมีช่างทอบางส่วนที่ตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพเนื่องจากรายได้ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังเห็นว่าไม่คุ้มค่าที่จะทอผ้าต่อ เพราะเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนและเวลาการฝึกฝนมาก แต่กลับมีรายได้ค่อนข้างต่ำกว่าการทำอาชีพอื่นนั่นเอง และในเรื่องที่ตั้งและดำเนินงานของกลุ่มทอผ้า ก็ถือเป็นข้อจำกัดอีกประการหนึ่ง โดยพบว่าที่ตั้งที่ทำการกลุ่มทอผ้าเอง เช่น กลุ่มสตรีทอผ้าบ้านท่ากระจาย กลุ่มสตรีสหกรณ์ทอผ้าพนมวังก์ กลุ่มทอผ้าบ้านตรอกแค กลุ่มผ้าทอนาหมื่นศรี ศูนย์ศิลปาชีพบ้านท่านหญิง มักจะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองการคมนาคมไม่สะดวก ส่งผลให้ผู้บริโภคยากต่อการเข้าถึงข้อมูลสินค้าผ้าทอของกลุ่มทอผ้า หรือแม้แต่ในเรื่องช่องทางการจัดจำหน่ายก็ยังมีอยู่อย่างจำกัด ไม่หลากหลายตามโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยพบว่าช่องทางจัดจำหน่ายหลักมักจะเป็นการทอตามคำสั่งซื้อและจำหน่ายหน้าร้านของกลุ่ม หรือจำหน่ายตามงานแสดงสินค้าต่าง ๆ โดยพบว่า ทุกกลุ่มมีการทอตามคำสั่งซื้อและทอเพื่อวางจำหน่ายตามงานต่าง ๆ และทอเพื่อวางจำหน่ายหน้าร้านของตนเองเท่านั้น ยังขาดช่องทางการจำหน่ายใหม่ ๆ เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

การนำเสนอคุณค่าของผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มศักยภาพวิสาหกิจชุมชนผ้าทอ

ทั้งนี้ในงานวิจัยนี้เห็นว่า ควรมีการนำเสนอคุณค่าของผลิตภัณฑ์ผ้าประจำท้องถิ่น เนื่องจากผลจากการวิจัยพบว่า ผ้าทอท้องถิ่นประจำภาคใต้ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง และจังหวัดตรัง ล้วนแต่มีอัตลักษณ์เชิงสัญลักษณ์และอัตลักษณ์เชิงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ที่แสดงถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ความเป็นท้องถิ่น ศาสนาและวัฒนธรรม โดยการถ่ายทอดผ่านลักษณะรูปร่างของลวดลาย

ดังนั้นเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าในยุคดิจิทัล ทางกลุ่มผู้ทอผ้าพื้นเมืองต้องสร้างและนำเสนอคุณค่าและอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ผ่านเรื่องราวและวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น เนื่องจากปัจจัยด้านวัฒนธรรมมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ ทั้งนี้อัตลักษณ์เชิงสัญลักษณ์มีผลต่อการจดจำและการสร้างตราสินค้า ตัวอย่างเช่น สีเหลืองและสีแดง เป็นสีที่เป็นอัตลักษณ์ของผ้าทอนาหมื่นศรี ที่ทำให้ผู้คนสามารถจดจำลักษณะของผ้าทอนาหมื่นศรีได้ นอกจากนี้ อัตลักษณ์เชิงวัฒนธรรม สามารถบ่งบอกถึงเรื่องราวของระบบความเชื่อหรือวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่นนั้นได้ เช่น ผ้าทอนาหมื่นศรีที่นำเอาผ้าทอพื้นเมืองมาเป็นส่วนหนึ่งและแสดงถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ผ้ายกเมืองนคร ซึ่งแสดงถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เป็นสมบัติของชาติ

        การพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่จากผ้าทอพื้นเมืองภาคใต้ ผ่านแนวคิดการสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสร้างจากคุณค่า 3 ประการ ได้แก่ คุณค่าทางภูมิปัญญา คุณค่าจากการใช้งาน คุณค่าด้านผลิตภัณฑ์ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ในด้านคุณค่าของภูมิปัญญา ควรนำเอาอัตลักษณ์เชิงสัญลักษณ์และอัตลักษณ์ด้านวัฒนธรรมมานำเสนอผ่านการทอ โดยใช้สีสันของเส้นยืนและเส้นพุ่งของเส้นใย ให้เป็นลวดลายที่เป็นอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เห็นถึงความแตกต่าง ความโดดเด่นเฉพาะตัวของแต่ละลวดลาย โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกแบบต้องแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นและพัฒนาเพื่อให้สินค้ามีความแตกต่าง โดยนำคุณลักษณะเด่นมาสร้างเป็นอัตลักษณ์ของผ้าทอพื้นเมืองภาคใต้
  • ด้านคุณค่าจากการใช้งาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จากผ้าทอพื้นเมืองภาคใต้ในด้านการใช้งานควรคำนึงถึงคุณภาพและด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งในด้านวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีความทนทานในการใช้งาน และง่ายในการดูแลรักษาทำความสะอาด นอกจากนี้ควรพัฒนาให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ใช้สอยได้หลากหลาย เป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ตามวัตถุประสงค์การใช้งานของผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งานที่หลากหลาย เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้สินค้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สร้างความพึงพอใจทั้งทางกายและใจ ก็จะถือว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีประโยชน์ใช้สอยที่ดี และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่พัฒนาต้องออกแบบให้สามารถเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีลักษณะเฉพาะ เพื่อความสะดวกในการทำการโฆษณาและการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่แท้จริง
  • คุณค่าด้านผลิตภัณฑ์  การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จากผ้าทอพื้นเมืองภาคใต้ในด้านการใช้งาน หลักในการพัฒนาควรคำนึงถึงความสวยงาม ลวดลายและสีสัน โดยออกแบบให้ทันสมัย มีความประณีตในการตกแต่งและตัดเย็บ นอกจากนี้ ควรออกแบบให้มีขนาดที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ที่แตกต่างกันไป

         นอกจากนั้นในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ได้นำเสนอข้อเสนอแนะแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเสนอว่าหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษาควรมีส่วนร่วมในการพัฒนาผ้าทอพื้นบ้าน โดยเฉพาะการพัฒนาด้านทรัพยากรมนุษย์ โดยการเปิดหลักสูตรสิ่งทอ หลักสูตรวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับปรุงการออกแบบสินค้าให้มีรูปแบบที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองต่อกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เพิ่มรูปแบบการทอให้น่าสนใจยิ่งขึ้น เช่น สีของเส้นด้าย ประเภทของเส้นด้าย เป็นต้น ทั้งนี้หน่วยงานภาครัฐควรมีนโยบายที่มีความชัดเจนและต่อเนื่องในการส่งเสริมและสนับสนุนประชาสัมพันธ์ การตลาดและการจัดจำหน่าย โดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบต่าง ๆ ให้กับวิสาหกิจชุมชนผ้าทอพื้นบ้านภาคใต้

อาจกล่าวได้ว่า การนำเสนอคุณค่าทั้ง 3 ด้านดังที่กล่าวไปข้างต้น ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและที่จำเป็นอย่างยิ่ง คือการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือจากทรัพยากรท้องถิ่นซึ่งมีอยู่เดิมแล้ว โดยนำมาต่อยอดพัฒนาสินค้าเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของท้องถิ่นนั้น ทั้งนี้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรร่วมด้วยช่วยกันเพื่อให้ผ้าทอของไทยสามารถพัฒนาต่อไปในอนาคต

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “การเพิ่มศักยภาพวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามแนวทางเศรษฐกิจดิจิตัล: กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชนผ้าทอพื้นบ้านภาคใต้”

หัวหน้าโครงการ : สุภาภรณ์ ชัยอารยะเลิศ

สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง ภัณฑิลา ธนบูรณ์นิพัทธ์
กราฟิก ตวงทอง จงเจริญ
ตรวจภาษาและความถูกต้อง ศศิธร อ่อนละมูล
00:00
00:00
Empty Playlist