problem-and-treat-in-criminal-justice-for-prosecution-of-trafficking-in-persons

ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินคดีอาญาการค้ามนุษย์

“การค้ามนุษย์” นับว่าเป็นปัญหาสำคัญทั้งต่อสังคมไทยและสังคมโลกมาอย่างยาวนาน เนื่องจากการค้ามนุษย์ถือได้ว่าเป็นการกระทำที่นอกจากจะเป็นการละเมิดสิทธิความเป็นมนุษย์ (Human Rights) แล้ว ยังเป็นการบั่นทอนทั้งเสรีภาพและศักดิ์ศรี (Values of Freedom) ขั้นพื้นฐานของการเป็นมนุษย์ (Basic Human Dignity) ด้วย ซึ่งการค้ามนุษย์นี้เป็นผลมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาคที่ไม่เท่าเทียมกัน ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายถิ่นเพื่อเข้ามาแสวงหาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทั่วภูมิภาคทั่วโลก โดยองค์กรแรงงานระหว่างประเทศได้ประเมิน ‘การใช้ชีวิตเยี่ยงทาสสมัยใหม่’ พบว่ามีอยู่ประมาณ 20-70 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งการค้ามนุษย์นี้ทำรายได้มหาศาลกว่า 150 พันล้านดอลลาร์/ปี โดยพบว่าการค้ามนุษย์เพื่อการค้าประเวณีมีรายได้ประมาณ 90 พันล้านดอลลาร์/ปี

ในส่วนของประเทศไทยที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่าหลายประเทศในบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง และ เชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศ CLMV อันได้แก่ประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม จึงทำให้สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศไทย เพื่อทำงานที่คนไทยไม่อยากทำ ได้แก่ กรรมกรแบกหาม ประมง ซึ่งมีขบวนการนำพา หรือหลอกใช้แรงงานทั้งจากประเทศต้นทาง ทางผ่าน และปลายทาง จำนวนมากขึ้น ทั้งด้วยความสมัครใจและถูกหลอกลวงเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ทั้งในและต่างประเทศ

สถานการณ์การค้ามนุษย์ในไทย

ในปี พ.ศ. 2543 สหรัฐอเมริกาได้ออกกฎหมายว่าด้วยการปกป้องเหยื่อการค้ามนุษย์ (Trafficking Victims Protection Act of 2000 หรือ TVPA) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ต้องการปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้ามนุษย์เพื่อการบริการทางเพศ การเอาคนมาเป็นทาส หรือการกระทำอื่น ๆ ที่มีลักษณะเดียวกัน ผ่านกระบวนการป้องกัน (Prevention) กระบวนการคุ้มครองเหยื่อช่วยเหลือจากการค้ามนุษย์ (Protection) กระบวนการดำเนินคดี (Prosecution) และการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลงโทษผู้ค้ามนุษย์ โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้จัดทำรายงานสถานการณ์ในประเทศต่าง ๆ จำนวน 188 ประเทศ เพื่อเป็นเครื่องมือติดตามประเทศต่าง ๆ ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ภายในประเทศของตนและต่างประเทศ

จากรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2553-2560 พบว่าในปี พ.ศ. 2560 สหรัฐอเมริกายังคงให้ประเทศไทยอยู่ในระดับเทียร์สอง ที่ต้องจับตามอง (Watch List) เช่นเดียวกับปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา หลังจากอยู่ที่ระดับเทียร์สามเป็นเวลาสองปีติดกันก่อนหน้านี้ โดยในรายงานระบุว่าการดำเนินงานของประเทศไทยยังไม่สะท้อนและไม่สอดคล้องต่อความพยายามอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่ทางการไทยได้สร้างขึ้นในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบ การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดและเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต หรือร่วมกระทำความผิด การป้องกันผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อ การคุ้มครองเหยื่อและพยาน และการสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ

ดังนั้น เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องดังกล่าว รองศาสตราจารย์ พันตำรวจเอก ดร. กิตติ์ธนทัต เลอวงศ์รัตน์ จึงได้ทำการศึกษา “ปัญหาอุปสรรคการดำเนินคดีอาญาการค้ามนุษย์” เพื่อเป็นการหาจุดอ่อนและปัญหาของการบังคับใช้กฎหมายรวมถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการหามาตรการที่เหมาะสม เพื่อให้ประเทศไทยได้รับการรับรองให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น

การดำเนินคดีอาญาการค้ามนุษย์

ในขั้นตอนการดำเนินคดีอาญาการค้ามนุษย์นั้นมีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานทั้งหมดสี่ส่วน ดังนี้

  • ส่วนพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) โดยจะเริ่มตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ การตรวจสอบข้อเท็จจริง การเตรียมการเข้าช่วยเหลือ การตรวจค้น การให้ความช่วยเหลือ การจับกุม การคัดแยกเหยื่อ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ได้แก่ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา หรือมูลนิธิต่าง ๆ รวมถึงขั้นตอนในการจับกุมพร้อมทั้งทำบันทึกการจับกุมเพื่อทำการสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด นอกจากนี้ยังรวมถึงการช่วยเหลือและคุ้มครองผู้เสียหายหรือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์อย่างเหมาะสม ในเรื่องของอาหาร ที่พัก การรักษาพยาบาล การบำบัดฟื้นฟูจิตใจและร่างกาย เป็นต้น
  • ส่วนพนักงานอัยการ จะเริ่มตั้งแต่การตรวจสอบและการพิจารณาสำนวนคดีที่ได้รับมา โดยอำนาจการสอบสวนจะมีขึ้นได้ต่อเมื่อปรากฏว่ามีความผิดอาญาเกิดขึ้นแล้ว โดยพนักงานอัยการนั้นจะเป็นผู้มีความเห็นสั่งฟ้องและสั่งไม่ฟ้อง
  • ส่วนของศาล เมื่อเกิดการสั่งฟ้องขึ้น จะส่งให้ศาลพิจารณาคดีระบบไต่สวน โดยมีระยะเวลาในการไต่สวนและพิพากษาคดีให้แล้วเสร็จภายในหกเดือน นับตั้งแต่วันที่ตรวจพยานหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือเกี่ยวกับคดีการค้ามนุษย์ระหว่างหน่วยงานอื่น ๆ ด้วย
  • ส่วนราชทัณฑ์ เริ่มจากการรับตัวผู้ต้องขังไว้ในเรือนจำตามหมายศาล จำแนกลักษณะผู้ต้องขังโดยการศึกษาประวัติผู้ต้องขังเป็นรายบุคคล ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ได้ทำความรู้จักผู้ต้องขังแต่ละคน เพื่อกำหนดแนวทางในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังให้มีความเหมาะสมในแต่ละประเภทคดีไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการควบคุมดูแลและการอบรมแก้ไข หรือการพัฒนาพฤตินิสัย เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถที่จะกลับตัวเป็นคนดีและสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ

ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินคดีอาญาการค้ามนุษย์

จากผลการศึกษาปัญหาและอุปสรรคของการบังคับใช้กฎหมายและการปฏิบัติของกระบวนการยุติธรรมในการดำเนินคดีอาญาการค้ามนุษย์ ในหน่วยงานทั้งสี่ส่วน พบว่า

  • ปัญาอุปรรคของตำรวจ เนื่องจากคดีค้ามนุษย์มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ ทำให้มีปัญหาในด้านการตีความ และมีบางมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่และปัญหาการคัดกรองเหยื่อ รวมถึงการที่บุคลากรมีการโยกย้าย จึงทำให้ขาดความต่อเนื่องและขาดความชำนาญ
  • ปัญาอุปรรคของอัยการ พบว่ากฎหมายในบางมาตรานั้นไม่มีความสอดคล้องกับการปฏิบัติ ทำให้เกิดปัญหาในการสืบพยานหลายคนล่วงหน้าที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นไม่มีโอกาสได้คัดค้าน และนอกจากนี้ กฎหมายบางมาตราก็ยังมีความคลุมเครืออยู่
  • ปัญหาอุปรรคของศาล ปัญหาสำคัญที่พบคือ การขาด ‘ล่าม’ ทางการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในภาษาที่สาม หรือภาษาของชนกลุ่มน้อย เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่เกิดความเข้าใจและสามารถที่จะดำเนินงานได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม
  • ปัญหาอุปสรรคของราชทัณฑ์ พบว่าจำนวนพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สอดคล้องกับผู้ต้องขัง ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการควบคุม ดูแล แก้ไขหรือการพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังได้ไม่ทั่วถึง นอกจากนี้ ปัญหาในเรื่องของเรือนจำที่มีสภาพเก่า ชำรุด คับแคบ และมีความแออัด ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญในระบบกระบวนการยุติธรรมของไทย
มาตรการที่เหมาะสมในการยกระดับการบริหารจัดการกระบวนการยุติธรรมของไทย

ในชั้นตำรวจ มาตรการในการจับกุม จำเป็นต้องมีฐานข้อมูลหมายจับและข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีค้ามนุษย์ มาตรการในการคัดแยกเหยื่อต้องได้รับความร่วมมือจากผู้เสียหาย ทีมสหวิชาชีพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมาตรการในการเยียวยาช่วยเหลือ โดยการแจ้งสิทธิให้แก่ผู้เสียหายพร้อมให้การดูแลคุ้มครองอย่างเหมาะสม มาตรการในการสอบสวนดำเนินคดีต้องได้รับความร่วมมือในหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมในการดำเนินคดีค้ามนุษย์อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และยุติธรรม

มาตรการในการพิจารณาของอัยการ ควรมีการพิจารณา ตรวจสำนวนส่งให้ศาลอย่างรวดเร็วภายในเวลาที่กำหนด โดยเน้นการคุ้มครองผู้เสียหายหรือเหยื่อและสิทธิมนุษยชนในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน มาตรการในการพิจารณาคดีของศาล โดยใช้ระบบไต่สวนในการพิจารณาคดีเพื่อให้การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการพิจารณาพิพากษาคดีอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

มาตรการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ควรปรับปรุงโครงสร้างให้มีความเหมาะสมในการควบคุมดูแล นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะที่สำคัญคือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความร่วมมือทุกภาคส่วนในการดำเนินคดีค้ามนุษย์ โดยมีแผนปฏิบัติที่สอดคล้องกับนโยบายในทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดีค้ามนุษย์

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “ปัญหาอุปสรรคในกระบวนการยุติธรรมการดำเนินคดีอาญาการค้ามนุษย์”

หัวหน้าโครงการ : กิตติ์ธนทัต เลอวงศ์รัตน์
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง & กราฟิก ณภัชนิศา วัฒนาเขมาภิรัต
00:00
00:00
Empty Playlist