policy-to-strengthen-population-security

ความต้องการแรงงานและนโยบายแรงงานของผู้ย้ายถิ่นฐานมาไทยในอนาคต

ในปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการแรงงานที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาประกอบอาชีพที่เกิดขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เป็นแรงงานกึ่งฝีมือและแรงงานมีฝีมือ เพื่อตอบสนองเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว “นโยบายแรงงานของผู้ย้ายถิ่นฐาน” จึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเร่งพัฒนาเพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งอนาคต เพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าสู่สังคมสูงวัยและประชากรวัยแรงงานของไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ทฤษฎีเปลี่ยนผ่านทางประชากร (Theory of Demographic Transition) ที่ใช้ข้อมูลจากประสบการณ์การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรในประเทศตะวันตกมาสร้างเป็นกฎทั่วไปของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรในประเทศต่าง ๆ โดยกล่าวว่า ประชากรที่ใดก็ตามจะเปลี่ยนแปลงไปตามขั้นตอนหลัก 4 ขั้นตอน คือ

  • ประชากรเพิ่มในอัตราต่ำ เพราะอัตราการเกิดและตายใกล้เคียงกัน
  • ประชากรเพิ่มในอัตราสูง เพราะอัตราการตายลดลงในขณะที่อัตราการเกิดยังอยู่สูง
  • ประชากรเพิ่มในอัตราสูงมาก เพราะอัตราการตายลดลงต่ำมากในขณะที่อัตราการเกิดยังสูงอยู่
  • ประชากรเพิ่มในอัตราต่ำอีกครั้งเช่นเดียวกับขั้นตอนแรก เพราะอัตราเกิดลดลงมาอยู่ในระดับเดียวกับอัตราการตาย

จากทฤษฎีดังกล่าวพบว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยอยู่ในช่วงขั้นตอนที่ 4 คือ ทั้งอัตราการเกิดและอัตราการตายอยู่ในระดับต่ำ อันเนื่องมาจากภาวะเจริญพันธุ์ของประชากรไทยที่ลดลงอย่างมาก จำนวนการเกิดที่เคยมากถึง 1 ล้านคนต่อปี ในช่วงปี พ.ศ. 2506 – 2526 ได้ลดต่ำลงเรื่อย ๆ จนเหลือต่ำกว่า 7 แสนคน ในปี พ.ศ. 2559 นอกจากนี้คนไทยยังมีอายุยืนยาวขึ้น โดยอายุคาดเฉลี่ยของประชากรไทยได้เพิ่มสูงขึ้นถึง 75 ปี ในปี พ.ศ. 2559 จากอายุคาดเฉลี่ยเมื่อปี พ.ศ. 2509 อยู่ที่ 60 ปี ทำให้อัตราการเพิ่มของจำนวนประชากรค่อนข้างคงที่

ในขณะเดียวกันที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2564 เมื่อประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ก่อให้เกิดปัญหาประชากรวัยแรงงานเริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ อันเนื่องมาจากการลดลงของภาวะเจริญพันธุ์ โดยจำนวนแรงงานอายุ 15 – 59 ปี ของประเทศไทยจะลดลงจาก 43 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2560 เหลือเพียง 36 ล้านคนในปี พ.ศ. 2580

จากปัญหาการเข้าสู่ขั้นตอนที่ 4 ของการเปลี่ยนแปลงประชากร ทำให้ประชากรวัยแรงงานของไทยมีจำนวนลดลงอย่างมาก อีกทั้งการมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ การเกิดหรือขยายอุตสาหกรรมใหม่ ๆ มากขึ้นในทุกพื้นที่ ทำให้เกิดความต้องการแรงงานเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะแรงงานที่มีฝีมือในหลากหลายด้านกลายเป็นที่ต้องการของตลาด การแข่งขันแย่งชิงแรงงานมีทักษะเกิดขึ้น การดึงดูดแรงงานข้ามชาติเพื่อตอบสนองความต้องการแรงงานที่ประชากรไทยมีไม่เพียงพอกลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจและมีความสำคัญ โดยโครงการวิจัยเรื่อง “นโยบายเพื่อสร้างเสริมความมั่นคงทางประชากรของประเทศไทย” ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับนโยบายดึงดูดแรงงานที่มีทักษะข้ามชาติ เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับแนวนโยบายแรงงานย้ายถิ่นของประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และผลกระทบของนโยบายดึงดูดแรงงานในมิติต่าง ๆ ไว้ดังนี้

ความต้องการทักษะแรงงานของผู้ย้ายถิ่นฐาน

ปัจจุบันภาครัฐได้มีการกำหนดกรอบยุทธศาสตร์ชาติในด้านความสามารถในการแข่งขัน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนากลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อยกระดับการผลิตทั้งในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต และเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง โดยมีตัวชี้วัดอันหนึ่งคือ การเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ของประเทศ ทั้งในปัจจัยการผลิตและแรงงาน ตลอดจนการสร้างผู้ประกอบการยุคใหม่ให้ได้มากที่สุด ซึ่งจากปัญหาการลดลงของประชากรวัยแรงงานในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง การนำเข้าแรงงานข้ามชาติจึงมีความจำเป็นอย่างมาก ทั้งแรงงานกึ่งฝีมือ แรงงานมีฝีมือ และแรงงานระดับสูง โดยรัฐบาลได้มีการกำหนดกรอบยุทธศาสตร์ภายใต้นโยบายอุตสาหกรรม 4.0 ขึ้น โดยคาดประมาณว่าในระยะเวลา 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ประเทศไทยต้องการกำลังแรงงานที่มีทักษะและศักยภาพในด้านต่าง ๆ สูงถึง 2,305,000 คน โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้

  • กลุ่มดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตออฟติงส์ ใช้เทคโนโลยีสมองกลฝังตัว (Digital & IOT – Embedded Technology) จำนวน 900,000 คน
  • กลุ่มสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ใช้ความรู้ด้านการบริการเพิ่มมูลค่า (Creative & Culture – High Value Services) จำนวน 720,000 คน
  • กลุ่มเครื่องมืออัจฉริยะและหุ่นยนต์ ใช้เทคโนโลยีเมคาทรอนิกส์ (Smart Devices & Robotics – Mechatronics) จำนวน 375,000 คน
  • กลุ่มเกษตรและอาหาร ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ (Food & Agriculture – Biotech) จำนวน 240,000 คน
  • กลุ่มสุขภาพ ใช้เทคโนโลยีชีวการแพทย์ (Health & Wellness – Biomedical) จำนวน 70,000 คน
ปัญหาและแนวทางการพัฒนานโยบายแรงงานข้ามชาติของผู้ย้ายถิ่นฐานมาไทย

สำหรับนโยบายดึงดูดแรงงานข้ามชาติของประเทศไทย ในเรื่องการออกใบอนุญาตทำงาน และเรื่องการอนุญาตให้เข้ามา (visa policy) ได้มีการปรับเปลี่ยนเรื่องวีซ่า เช่น การออก smart visa ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 โดยให้วีซ่า 4 ปี และไม่ต้องต่อใบอนุญาตทำงานในลักษณะต่าง ๆ เพื่อเพิ่มผลิตภาพของประเทศทั้งในด้านปัจจัยการผลิตและแรงงาน ตลอดจนการสร้างผู้ประกอบการยุคใหม่ให้ได้มากที่สุด และมีเงื่อนไขให้แรงงานทักษะต่างชาตินั้นถ่ายทอดทักษะแก่แรงงานไทยเพื่อนำไปต่อยอดพัฒนาและเกิดประโยชน์สูงสุด แต่เนื่องจากเป็นการดำเนินการที่ค่อนข้างใหม่และมีเงื่อนไขที่ค่อนข้างมากเช่น มีการตั้งกรรมการเข้ากำหนดคุณสมบัติว่าคนที่จะเข้ามาเป็นกลุ่มคนไหนบ้าง ทำให้การออก smart visa อาจใช้ระยะเวลานาน

นอกจากนี้การกำหนดยุทธศาสตร์ภายใต้นโยบายอุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานที่มีศักยภาพเข้ามาทำงาน ไม่สอดคล้องกับพื้นฐานความต้องการแรงงานดังกล่าวที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน อันเนื่องมาจากอุตสาหกรรมในประเทศยังไปไม่ถึงเทคโนโลยีที่ต้องการแรงงานดังกล่าว อีกทั้งกฎหมายที่จะออกมารองรับนโยบายยุทธศาสตร์ประเทศไทยต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะใช้บังคับ ทำให้การลงทุนไม่เกิดขึ้นจริง ภาคเอกชนต้องรอกฎหมาย เนื่องจากเกรงว่าถ้าไม่มีกฎหมายจะเกิดปัญหาขึ้นในเรื่องการดึงดูดแรงงานข้ามชาติให้เข้ามายังประเทศไทย และทำให้แรงงานมีทักษะข้ามชาติขาดแรงจูงใจที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทย เมื่อเทียบกับข้อเสนอในด้าน สวัสดิการ ฐานเงินเดือน ฯลฯ ของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานมีทักษะแบบเดียวกัน เช่น จีน สิงคโปร์ ฯลฯ

เพื่อเป็นการดึงดูดแรงงานข้ามชาติและเพิ่มความต้องการทักษะแรงงานเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ภายใต้นโยบายอุตสาหกรรม 4.0 ภาครัฐควรมีการปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ และนโยบายของหน่วยงานต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว สร้างการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อขยายความต้องการแรงงานก่อสร้างและการผลิตในอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น และหลังจากการลงทุนในการขยายโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวเสร็จแล้ว ความต้องการแรงงานมีทักษะในอุตสาหกรรมนั้น ๆ จะเพิ่มสูงขึ้นตาม ทั้งแรงงานชาวไทยและชาวต่างชาติ ตามการลงทุนจากต่างประเทศที่จะเข้ามาเพิ่มขึ้น โดยจะก่อให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ แห่งอนาคต (New S-Curve) ตาม 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้กล่าวไว้แล้ว นอกจากนี้การพัฒนานโยบายการย้ายถิ่นเพื่อเข้ามาทำงานในประเทศไทย ถือว่ามีความสำคัญยิ่งในช่วงระยะเวลานี้ ซึ่งจะช่วยตอบสนองการนำเข้าแรงงานข้ามชาติเพื่อทดแทนประชากรวัยแรงงานสำหรับสังคมไทย ซึ่งมีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นแต่ประชากรวัยแรงงานกลับลดลง

นโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรมีการเน้นที่จะทำให้สามารถดึงดูดแรงงานข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้หลักการดึงดูดแรงงานข้ามชาติของประเทศสิงคโปร์หรือ Singapore Model โดยเน้นคติว่า Heart, Hope & Home ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า เพื่อให้ได้มาซึ่งความต้องการย้ายถิ่นของแรงงานมีทักษะข้ามชาติ รัฐต้องคำนึงถึงการให้สัญชาติ หรือการให้สิทธิอาศัยอยู่ภายในประเทศได้ในระยะยาว รวมทั้งครอบครัวของแรงงานนั้นด้วย

ด้วยเหตุนี้ประเทศไทยจึงควรมีแผนในระยะยาวเพื่อให้แรงงานข้ามชาติสามารถอยู่ร่วมกันกับประชากรชาวไทยได้ เช่น ระบบการนำเข้าประชากรควรทำโดยวิธีประชาธิปไตยและเป็นหลักการที่กระจายอำนาจให้ประชากรที่เข้ามากระจายอยู่ในทุกจังหวัดไม่เพียงแต่เฉพาะส่วนกลางเท่านั้น การสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ท้องถิ่น และภาคเอกชน เพื่อให้ประชากรที่เข้ามาอย่างหลากหลายอยู่ร่วมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์

จากการที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยส่งผลให้เกิดการขาดแคลนประชากรวัยแรงงาน สวนทางกับความต้องการแรงงานตามกรอบยุทธศาสตร์ ที่ต้องการกำลังแรงงานในอนาคตเพื่อตอบโต้ภาวะสังคมสูงวัยและตอบสนองยุทธศาสตร์ดังกล่าว “นโยบายดึงดูดแรงงานข้ามชาติ” จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เช่น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อสร้างความต้องการและดึงดูดแรงงานให้เข้ามายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น และการให้สิทธิอยู่อาศัยภายในประเทศได้ในระยะยาวแก่แรงงานข้ามชาติและครอบครัว เป็นต้น

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “นโยบายเพื่อสร้างเสริมความมั่นคงทางประชากรของประเทศไทย”

หัวหน้าโครงการ : รศรินทร์ เกรย์
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง & กราฟิก อุกฤษณ์ กฤตยโสภณ
00:00
00:00
Empty Playlist