PM-2.5-Health--01

หน้ากากกันภัยร้ายจากฝุ่น PM 2.5

ฝุ่น PM 2.5 (มีขนาดอนุภาคเล็กกว่า 2.5 ไมครอน) มีความอันตรายต่อร่างกายสูง เพราะมีขนาดเล็กมากพอที่จะหายใจเข้าไปสู่ปอด และซึมผ่านผนังปอดเข้าสู่กระแสเลือด ดังนั้นแล้วผลที่เกิดขึ้นกับร่างกายจึงมีทั้งแบบ ‘เฉียบพลัน’ (เห็นผลใน 1 – 2 วัน) ซึ่งส่วนมากจะเกิดกับระบบทางเดินหายใจ คือ ไอ เจ็บคอ หายใจแล้วมีเสียงฟืดฟาด เลือดกำเดาไหล ซึ่งหากเลือดไหลลงคอก็จะทำให้เสมหะมีเลือดเจือปน หากเข้าตาก็จะทำให้เคืองตา ตาแดง และหากโดนผิวหนังก็จะทำให้เกิดผื่นคัน เป็นตุ่มได้ ส่วนผลแบบ ‘เรื้อรัง’ (ค่อย ๆ สะสม แล้วแสดงผลในระยะยาว) คือ เส้นเลือดหัวใจตีบตันทำให้หัวใจวาย หัวใจเต้นผิดปกติ, เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองตีบ ทำให้เกิดภาวะอัมพาตหรือเสียชีวิต, การเป็นมะเร็งปอดเพราะฝุ่นขนาดเล็กจะมีสารก่อมะเร็ง Polycyclic Aromatic Hydrocarbon (PAH), อีกระบบคือเข้ารกไปทำอันตรายเด็กในท้อง ทำให้เด็กคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักน้อย ติดเชื้อง่าย ทุพโภชนาการ และเป็นโรคออทิสซึม ซึ่งผลกระทบเหล่านี้มีการยืนยันที่ตรงกันจากงานวิจัยทั่วโลก

วิธีการป้องกันตนเองจากฝุ่น PM 2.5 สามารถทำได้โดยการสวมใส่หน้ากากที่ได้มาตรฐาน หรืออุปกรณ์ชนิดต่าง ๆ ที่สามารถทดแทนกันได้ในคุณภาพที่ลดหย่อนลงมา โดย ศ.ดร.อุษณีย์ วินิจเขตคำนวณ และ ดร.ขนิษฐา พันธุรี อาจารย์ภาควิชาเคมีคลินิก คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักวิจัย สกว. โครงการการพัฒนาชุดความรู้ด้านประสิทธิภาพของหน้ากากป้องกันฝุ่นขนาดเล็ก ได้นำเสนอทางเลือกและประสิทธิภาพในการใช้หน้ากากแต่ละชนิดไว้ดังนี้

ชนิดของหน้ากาก เปอร์เซ็นต์ที่ลดลงของ PM2.5
Indoor Outdoor
Mask 9002A 94.72 86.49
Mask 8210, N95 96.66 90.82
Mask DURA (หน้ากากอนามัยทั่วไป) 41.21 48.08
Mask DURA + ทิชชู่ 2 ชั้น 96.83 90.80
Mask DURA + ผ้าเช็ดหน้า 43.24 49.60
หน้ากากผ้า (Local Made) 25.83 21.28
ผ้าเช็ดหน้า 50.63 52.91

จากตารางจะพบว่าหน้ากากมาตรฐาน 9002A และ N95 สามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้เป็นอย่างดี สามารถลดระดับฝุ่น PM 2.5 ลงได้มากกว่า 80% ในขณะที่หน้ากากอนามัยทั่วไปสามารถลดลงไปได้ 40 – 60 % โดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นได้โดยใช้กระดาษทิชชู่ประกบลงไปในหน้ากากชนิดนี้ ซึ่งผลการทดลองนี้มีความสอดคล้องกับรายงานจากประเทศอื่น ๆ

แต่กระนั้นการใส่หน้ากากอาจไม่สามารถป้องกันภัยร้ายจากฝุ่น PM 2.5 ได้ หากผู้ใช้สวมใส่หน้ากากได้ไม่ถูกวิธี ซึ่งขั้นตอนในการสวมใส่หน้ากากที่ถูกต้อง ดร.ว่าน วิริยา อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้อธิบายไว้ ดังนี้

infographic pm 2.5

วิธีการสวมใส่หน้ากาก

1) ยืดสายรัดกะประมาณให้พอดีศีรษะ ไม่รัดแน่นเกินไป
2) ใช้มือจับหน้ากากด้านนอก (อย่าสัมผัสด้านในของหน้ากากเด็ดขาด เพราะอาจมีสิ่งปนเปื้อนไปติดได้) นำสายคล้อยไว้ด้านหลังมือ จากนั้นประกบหน้ากากด้านในให้แนบกับจมูกและใบหน้า
3) นำสายรัดเส้นล่างคล้องรัดไปบริเวณท้ายทอย จากนั้นให้นำสายเส้นที่สองคล้องรัดไปบริเวณเหนือหู
4) จัดหน้ากากให้กระชับใบหน้า กดเส้นลวดให้แนบชิดจมูกและใบหน้า จากนั้นทำการทดสอบโดยการนำมือป้องไว้บริเวณขอบหน้ากากที่กดลงบนใบหน้าทั้ง 2 ด้าน แล้วลองหายใจออก จะต้องไม่มีลมลอดออกมาจากทางช่องต่าง ๆ ยกเว้นตรงส่วนกลางที่ทะลุตัวหน้ากากออกมาเท่านั้น

อ้างอิงข้อมูลจาก

“โครงการการพัฒนาชุดความรู้ด้านประสิทธิภาพของหน้ากากป้องกันฝุ่นขนาดเล็ก”
หัวหน้าโครงการ :
ศ.ดร.อุษณีย์ วินิจเขตคำนวณ และ ดร.ขนิษฐา พันธุรี อาจารย์ภาควิชาเคมีคลินิก คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

“วิธีการสวมใส่หน้ากากที่ถูกต้อง”
นักวิจัย
: ดร.ว่าน วิริยา อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

 

00:00
00:00
Empty Playlist