F1510F2A-CBB6-4F5E-8A17-FF65975B80B2

นาโนซิลเวอร์ขยะมีพิษที่ต้องกำจัด

ปัจจุบันนาโนเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้น เช่น เสื้อผ้าที่ถือว่าเป็นสิ่งของที่มีความจำเป็นต่อมนุษย์  จากการสำรวจคาดว่าธุรกิจอุตสาหกรรมด้านนาโนเหล่านี้ก็จะขยายโตขึ้นในปี 2020 มากถึง 75.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ  แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีการจำกัดอย่างเป็นระบบถูกต้อง และในทางกฎหมายที่จะมาควบคุมในด้านการส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมก็ยังไม่มีความชัดเจนทั้งในด้านการผลิตและการใช้งานจะเห็นได้จากที่ภาคอุตสาหกรรมต่างก็นำเทคโนโลยีนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์เพียงเท่านั้น โดยไม่ได้นึกถึงปัญหาที่จะตามมา

ผลิตภัณฑ์ประเภทเสื้อผ้า สิ่งทอต่างๆ มักนิยมใช้สารอนุภาคนาโนในการยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย แต่ในขณะเดียวกันสารอนุภาคโนนาโนซิลเวอร์เหล่านี้สามารถปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อมได้ในระหว่างการใช้งาน ร่วมถึงขั้นตอนการกำจัดของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ซึ่งการวิจัย ควบคู่กับผลิตภัณฑ์นาโนซิลเวอร์ตามท้องตลาด โยการซักผ้าทั้ง 3 ชนิด คือ ผ้าฝ้าย ผ้าโพลีเอสเทอร์ และผ้าที่มีส่วนผสมทั้งผ้าฝ้ายและผ้าโพลีเอสเทอร์  ผลการทดลองพบว่า ผลิตภัณฑ์ทางการค้าที่ซื้อมาจากท้องตลาดมีปริมาณซิลเวอร์ทั้งหมดอยู่ในช่วง1 – 44 µg/g ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นระดับความเข้มข้นที่ค่อนข้างต่ำมาก และเมื่อนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ มาทดสอบประสิทธิภาพการต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย พบว่าจากผลิตภัณฑ์ที่เลือกมาทั้งหมด 8 ผลิตภัณฑ์ มีเพียง 1 ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ ผลิตภัณฑ์ทางการค้าในรูปของอนุภาคนาโนซิลเวอร์ตั้งแต่การซักครั้งแรกและหลังจากจำลองการใช้งานโดยการซักไป 20 รอบ พบว่าปริมาณของซิลเวอร์ที่หายไปจากผ้าที่ซักด้วยน้ำประปาอยู่ที่ 48 – 72% และพบว่า 84 – 94% ของซิลเวอร์หายไประหว่างการซักกับผงซักฟอกที่มีสารสกัดอย่างแรง ผลิตภัณฑ์ทางการค้าที่เป็นผ้าทำความสะอาดในครัวเรือนมีการปล่อยซิลเวอร์ออกมามากกว่า 92% ของปริมาณเริ่มต้นที่มีในผลิตภัณฑ์ในช่วงของการใช้งาน สำหรับในผ้าเคลือบอนุภาคนาโนซิลเวอร์ที่สังเคราะห์ขึ้นเมื่อผ่านการซักไป 20 รอบ ผ้าที่ทำจากโพลีเอสเทอร์ (เส้นใยสังเคราะห์) มีการปลดปล่อยปริมาณซิลเวอร์ในน้ำนำซักผ้ามากกว่าผ้าชนิดอื่น สำหรับผ้าทีซี (ผ้าที่มีส่วนผสมระหว่างผ้าฝ้ายจากธรรมชาติและเส้นใยสังเคราะห์) มีการปลดปล่อยซิลเวอร์น้อยกว่าผ้าชนิดอื่น แสดงให้เห็นว่าผ้าที่มีส่วนผสมของธรรมชาติและการสังเคราะห์มีการยึดติดของอนุภาคนาโนซิลเวอร์ดีกว่าผ้าชนิดอื่น

ผลการทดลองยังพบว่าซิลเวอร์ที่ปลดปล่อยออกมาจะถูกพบในรูปไอออนอยู่เพียง0.1 – 12% แสดงว่าซิลเวอร์ส่วนใหญ่ถูกปลดปล่อยออกมาในรูปของอนุภาคขนาดเล็กมากกว่าในรูปแบบของไอออน จากนั้นได้นำผ้าและผลิตภัณฑ์ที่จำลองการใช้งานด้วยการซักไปทดสอบสารพิษที่มีโอกาสชะละลายออกมาในขั้นตอนของการกำจัด ผลการทดลองพบว่า ผ้าที่ซักกับผงซักฟอกแบบที่ไม่มีสารสกัดอย่างแรง ยังมีการปลดปล่อยของอนุภาคนาโนซิลเวอร์ออกมาในน้ำนำสกัดถึง 83% เมื่อเปรียบเทียบกับผ้าที่ซักกับผงซักฟอกชนิดที่มีสารสกัดอย่างแรง ที่มีการปลดปล่อยซิลเวอร์เพียง 21% ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากอนุภาคนาโนซิลเวอร์บางส่วนได้หลุดรอดออกไปในช่วงระหว่างการใช้งานค่อนข้างมากแล้วสำหรับผ้าที่ซักกับผงซักฟอกที่มีสารสกัดอย่างแรง ผลของงานวิจัยชิ้นนี้ ทำให้มีความเข้าใจมากขึ้นถึงกลไกและรูปแบบของอนุภาคนาโนซิลเวอร์ ที่ถูกปลดปล่อยออกมาในสิ่งแวดล้อมจากผลิตภัณฑ์ทางการค้าที่เราใช้กันในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ในช่วงของการใช้งานและการกำจัด

โดยสรุปได้ว่าในช่วงของการใช้งานผลิตภัณฑ์จะมีการปลดปล่อยอนุภาคนาโนซิลเวอร์ออกมาจากผลิตภัณฑ์ในปริมาณมากกว่าในช่วงของการกำจัดผลิตภัณฑ์นั้นในหลุมฝังกลบ อย่างไรก็ตามแม้ผลิตภัณฑ์จะมีสัดส่วนการปลดปล่อยอนุภาคนาโนซิลเวอร์ในขั้นตอนการกำจัดน้อยกว่าช่วงของการใช้งาน แต่ความเป็นพิษร้ายแรงของอนุภาคนาโนซิลเวอร์ที่ถูกปลดปล่อยออกมานั้นก็ยังเป็นอันตรายต่อแบคทีเรียทั้งชนิดที่ดีและไม่ดีในสิ่งแวดล้อม รวมถึงสัตว์น้ำขนาดเล็กและสัตว์หน้าดินที่มีโอกาสจะรับอนุภาคนาโนซิลเวอร์เหล่านี้เข้าไปสะสมในร่างกายให้เกิดความผิดปกติได้ ฉะนั้นภาครัฐก็ควรจะมีส่วนในการวางแผนการจัดการขยะที่เกิดจากนาโนซิลเวอร์ที่จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นในอนาคต และผู้ผลิตเองก็ควรนึกถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะผลิตสินค้าอย่างไรให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

อ้างอิงข้อมูลจาก

หนังสือประชาคมวิจัย ฉบับที่ 136 ปีที่ 23 เดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม 2560

หัวข้อ  “นาโนซิลเวอร์และการกำจัด” โดย อาจารย์ปวีณา ลิมปิทีปราการ วิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธษรณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

00:00
00:00
Empty Playlist