modernization-in-myanmar-cover

เมียนมาร์เปลี่ยนไป อะไรเปลี่ยนแปลง

พฤติกรรมการเลือกบริโภคอาหารของแต่ละบุคคลนั้น ไม่ได้แสดงถึงรสนิยมเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นผลมาจากสภาพสังคม เศรษฐกิจ และโลกาภิวัฒน์ ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ส่งผลต่อแหล่งและประเภทของอาหารที่มีอยู่ในสังคม งานวิจัยชิ้นนี้ต้องการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของแบบแผนการบริโภคอาหารของชาวเมียนมาร์ โดยผลการศึกษาพบว่า ผลจากการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมและการขยายตัวของความเป็นเมือง ส่งผลให้แบบแผนการบริโภคอาหารของชาวเมียนมาร์มีการเปลี่ยนแปลงไป ทั้งในด้านของแหล่งและประเภทของอาหาร คุณภาพของวัตถุดิบ การลงของพื้นที่เกษตรกรรม ฯลฯ ตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เช่น การส่งเสริมการเกษตรเพื่อการส่งออก ส่งผลให้ปริมาณอาหารในท้องถิ่นลดลง ราคาอาหารเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของชาวเมียนมาร์

การศึกษาการเปลี่ยนแปลงแบบแผนการบริโภคอาหาร

งานวิจัยเรื่อง “ความเชื่อพื้นบ้าน แบบแผนการบริโภคอาหารและสุขภาพพม่า ในบริบทการพัฒนาเศรษฐกิจและความทันสมัย” เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีการวิเคราะห์ข้อมูลเอกสารและเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ชาวเมียนมาร์จำนวน 36 คน ในประเด็นต่าง ๆ เช่น การเลือกซื้อ การเตรียม การปรุง พฤติกรรมการบริโภคอาหารในปัจจุบัน และการเปลี่ยนแปลงในแต่ละประเด็น นอกจากนี้ ผู้วิจัยยังได้ทำการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการร้านน้ำชา ร้านขายอาหารท้องถิ่น และสังเกตการณ์ตลาดท้องถิ่นที่ชาวเมียนมาร์ซื้ออาหารและเครื่องปรุงรส ในการประกอบอาหาร รวมทั้งสัมภาษณ์ผู้ประกอบการกับแรงงานในฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อ และสวนผลไม้ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม และการเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต แหล่งและประเภทอาหาร โดยทำการเก็บข้อมูลที่เมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมายาวนานในด้านวัฒนธรรม เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ และยังเป็นเมืองที่รัฐบาลทหารพม่าได้ทำการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม ตั้งแต่ปี ค.ศ.1990

การเปิดเสรีทางการค้า การลงทุน

ประเทศเมียนมาร์มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วเมื่อการปกครองแบบประชาธิปไตยเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ.2011 ระบบเศรษฐกิจเน้นตลาดเสรี และมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เกิดการพัฒนา การขยายตัวของอุตสาหกรรมและภาคบริการในเมืองมัณฑะเลย์เป็นอย่างมาก ผลจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ ทำให้เกิดการขยายตัวทางการค้าและธุรกิจการบริการในประเทศเพิ่มมากขึ้น เช่น การขยายตัวของธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก่อให้เกิดความหลากหลายของอาหาร ทั้งในด้านของประเภทของอาหาร และการจำหน่ายอาหาร

อีกทั้งการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งได้รับการส่งเสริมมาตั้งแต่ยุคอาณานิคม ได้ทวีความรวดเร็วยิ่งขึ้นเมื่อมีนโยบายที่เน้นความสำคัญของตลาดมากยิ่งขึ้น โดยภาพสะท้อนที่เห็นได้ชัดคือ ในอดีตชาวบ้านในชุมชนจะปลูกข้าวและทำการเกษตรเพื่อการบริโภคได้เองตลอดทั้งปี แต่ในปัจจุบันนั้นชาวบ้านในหมู่บ้านจำเป็นต้องซื้อผักสด เนื้อสัตว์ และข้าว จากพ่อค้าที่นำมาจำหน่ายในท้องตลาด

สัดส่วนประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองจากประชากรทั้งหมด

การพัฒนาอุตสาหกรรม การขยายตัวของภาคการลงทุนและภาคบริการ นำไปสู่การย้ายถิ่นเข้าเมืองของประชากรในชนบท เพื่อแสวงหารายได้ การศึกษา และคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น โดยการย้ายถิ่นเข้าเมืองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากข้อมูลในปี ค.ศ.1980 สัดส่วนประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองอยู่ที่ 24 % ของจำนวนประชากรทั้งหมด และได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 24.6 % ในปี ค.ศ.1990 และเพิ่มขึ้นมาเป็น 27.2 และ 32.2 % ในปี 2000 และ 2012 ตามลำดับ

การขยายตัวของเมืองนั้นทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของจำนวนโรงแรมและการขยายตัวของภาคบริการ ซึ่งส่งผลต่อการลดลงของพื้นที่ในการเพาะปลูก แหล่งอาหาร การเข้าถึงอาหาร และทำให้แบบแผนการบริโภคอาหารของชาวเมียนมาร์มีการเปลี่ยนแปลงไป

การลดลงของพื้นที่เกษตรกรรม

นอกจากการขยายตัวของเมืองจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพื้นที่เกษตรกรรมแล้ว ความหนาแน่นของประชากรก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ความหนาแน่นของประชากรที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้ภาครัฐต้องย้ายสถานที่ราชการไปสู่พื้นที่รอบนอก พื้นที่เกษตรกรรมจำนวนมากถูกปรับให้เป็นสถานที่ราชการ ประกอบกับการขยายตัวของเมืองยังส่งผลให้มีผู้คนอพยพเข้ามาอยู่ในพื้นที่มากขึ้น เพื่อความสะดวกในการเดินทางเข้าไปค้าขายหรือทำงาน ราคาของที่ดินปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก พื้นที่เกษตรกรรมค่อยๆ ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่าการขยายตัวของเมืองและการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมเกษตรส่งผลต่อการลดลงของพื้นที่การเกษตร และแหล่งอาหารของคนในชุมชน

การอพยพของผู้คนที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ทำให้เกิดความแออัดมากขึ้น ส่งผลต่อแหล่งผลิตอาหาร ราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลต่อเกษตรกร ชาวบ้านในชุมชนเริ่มขายที่ดินของตนเอง และย้ายตัวเองออกไปอยู่ยังพื้นที่ห่างไกลออกไป จากในอดีตคนในหมู่บ้านนี้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่ในปัจจุบันนั้นผู้คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านประกอบอาชีพรับจ้างในเมือง

การลงทุนจากต่างชาติกับการสูญเสียแหล่งอาหาร

การลงทุนของต่างชาติ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการถือครองที่ดินของครัวเรือนที่ลดลง และการสูญเสียแหล่งอาหารที่มีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้เช่น การปลูกมะม่วงและแตงโมโดยนักลงทุนจากประเทศจีน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิตเป็นการผลิตขนาดใหญ่ มีการนำปุ๋ยและสารเคมีเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต พื้นที่เพาะปลูกจากเดิมที่เป็นของครอบครัวกลายเป็นพื้นที่เช่า

การเพาะปลูกมะม่วงและแตงโม จากเดิมที่ผลผลิตเคยถูกส่งขายในตลาดท้องถิ่นและภายในประเทศ กลายมาเป็นการเพาะปลูกเพื่อการส่งออก จากการสัมภาษณ์พบว่าสวนมะม่วงราวร้อยละ 45 ของเมืองมัณฑะเลย์ เป็นพื้นที่เช่าโดยผู้ประกอบการชาวจีน และผลผลิตมะม่วงจำนวนครึ่งหนึ่งถูกส่งเป็นสินค้าส่งออก ในทำนองเดียวกันผู้ประกอบการชาวจีนยังได้ร่วมทุนในการเพาะปลูกแตงโมในพื้นที่ทางตอนใต้ของมัณฑะเลย์อีกด้วย แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ ผลผลิตมะม่วงและแตงโมที่ได้มาตรฐานจะถูกส่งออกเป็นสินค้าส่งออกไปยังประเทศจีน ส่วนผลผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานจะนำออกวางจำหน่ายในตลาดภายในประเทศ

นอกจากการขยายการลงทุนของจีนในการเพาะปลูกมะม่วงและแตงโมแล้ว การลงทุนจากต่างชาติในบางลักษณะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์อาหารในตลาดท้องถิ่น และส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคของชาวเมียนมาร์ เช่น การลงทุนของบริษัท CP Myanmar Livestock Co. Ltd (CPML) จากประเทศไทย ซึ่งได้เข้าไปลงทุนทำธุรกิจไก่เนื้อและก่อตั้งโรงฟักลูกไก่ในเมียนมาร์ ในปัจจุบันนั้น CPML ครองตลาดไก่เนื้อของประเทศเมียนมาร์ราว 50 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากไก่ที่ผลิตจาก CPML มีขนาดใหญ่กว่าไก่พื้นเมือง อีกทั้งไก่ที่ผลิตจาก CPML ยังมีราคาถูกต่ำกว่า ส่งผลให้ชาวเมียนมาร์หันมาบริโภคไก่เนื้อของ CPML เพิ่มมากขั้น

แบบแผนการประกอบอาชีพกับพฤติกรรมการบริโภค

การเปลี่ยนแปลงแบบแผนการประกอบอาชีพและการบริโภค เป็นสิ่งที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของสังคมเมืองซึ่งให้ความสำคัญกับเวลาและความสะดวก เห็นได้จากการที่ชาวเมียนมาร์หันมาบริโภคอาหารปรุงสำเร็จจากนอกบ้าน รวมทั้งอาหารแบบพร้อมเสิร์ฟ (Fast food) เพิ่มมากขึ้น ชาวเมียนมาร์ที่อาศัยอยู่ในเมืองและพื้นที่รอบนอก มักบริโภคอาหารเช้าที่ร้านน้ำชา หรือร้านขายอาหารเคลื่อนที่ ผู้ให้สัมภาษณ์ได้กล่าวกับผู้วิจัยว่า ปัจจุบันพวกเขาทานอาหารเช้าที่ร้านน้ำชา ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตและรูปแบบการทำงานของพวกเขา อีกทั้งอาหารเช้าที่ร้านน้ำชามีราคาถูก เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้สูงอายุนิยมที่จะบริโภคชาและของทอดที่ลูกหลานซื้อมาให้จากร้านน้ำชาแทบทุกวัน สิ่งต่างๆ เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงแบบแผนการบริโภคของชาวเมียนมาร์

นอกจากนี้จากการขยายตัวของเมือง ยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงภาชนะในการประกอบอาหาร เครื่องปรุงที่วางจำหน่ายในท้องตลาด ชนิดและเนื้อสัตว์ รวมถึงอุปกรณ์ในการประกอบอาหารสมัยใหม่ เช่น หม้อหุงข้าวไฟฟ้า กระทะไฟฟ้า และกระติกน้ำร้อน มีการนำมาใช้มากขึ้น เนื่องจากการมีไฟฟ้าเข้าสู่ชุมชน และกระแสไฟฟ้ามีความเสถียรมากขึ้น

“ร้านน้ำชา” พื้นที่แห่งการผสมผสานทางวัฒนธรรม

“ร้านน้ำชา” ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ที่ชาวเมียนมาร์ใช้ในการบริโภคอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นพื้นที่ของการปฏิสัมพันธ์กันทั้งในทางสังคมและเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็น การเจรจา แลกเปลี่ยน ซื้อขายสินค้า ฯลฯ ร้านน้ำชาเป็นพื้นที่ของการสร้างและพัฒนาเครือข่ายเพื่อการดำเนินการทางสังคมและเศรษฐกิจ นอกจากนั้นอาหารต่างๆที่จำหน่ายในร้านน้ำชายังเป็นการผสมผสานทางวัฒนธรรมในสังคมเมียนมาร์ ที่มีรากฐานทางประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอิทธิพลของอาหารอินเดียและจีน

ตัวอย่างของการผสมผสานของวัฒนธรรมอาหาร เห็นได้จากการทำให้อาหารที่เคยเป็นอาหารจีนกลายเป็นอาหารท้องถิ่นเมียนมาร์ โดยการดัดแปลงให้เข้ากับรสนิยมแบบเมียนมาร์ เช่น เปา-ซี่-จ่อ มีลักษณะเป็นแป้งทอดลักษณะกลม ด้านในมีใส้มะพร้าวอ่อนหั่นละเอียดเป็นฝอยคลุกกับน้ำตาลทรายขาว

การโฆษณา

การโฆษณาสินค้าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค ปัจจุบันการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่ครอบคลุมมากขึ้น ส่งผลให้ชาวเมียนมาร์สามารถรับรู้ข่าวสารได้รวดเร็ว ส่งผลต่อพฤติกรรมในการเลือกบริโภค เช่น การเลือกบริโภคอาหารหรือร้านอาหารบางชนิด ซึ่งเป็นอาหารที่แสดงถึงความทันสมัย เช่น ร้านโดนัท ร้านเคเอฟซี ฯลฯ กลายเป็นที่นิยมของชาวเมียนมาร์ ซึ่งเกิดจากอิทธิพลของสื่อโฆษณาที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างเห็นได้ชัด การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคจากการโฆษณาส่งผลต่อแบบแผนการบริโภคโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นเป็นอย่างมาก

สุขภาพ

จากการเปิดเสรีทางการค้า ส่งผลให้มีการนำเข้าอาหาร อาหารว่าง และเครื่องปรุงรสเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก สินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารนำเข้าบางส่วนเป็นสินค้าที่มีผลเสียต่อสุขภาพ ซึ่งโดยส่วนมากจะมีราคาถูกและวางจำหน่ายอย่างแพร่หลายในร้านค้าในชุมชน อีกทั้งความนิยมในการบริโภคอาหารปรุงสำเร็จนอกบ้านนั้นมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สิ่งต่างๆเหล่านี้ส่งผลต่อความเสี่ยงที่จะเกิดการเจ็บป่วยที่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคอาหาร เช่น ภาวะอุจจาระร่วงเป็นพิษ เนื่องจากการบริโภคอาหารที่ไม่สะอาด และการเกิดโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ฯลฯ

จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่าผลการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม การขยายตัวของความเป็นเมือง และการลงทุนในการผลิตอาหาร ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวเมียนมาร์ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป แหล่งอาหาร คุณภาพและราคาของผลผลิตที่จำหน่ายในท้องถิ่น ฯลฯ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวคืออธิปไตยทางด้านอาหาร ซึ่งเป็นผลจากการขยายการลงทุนจากต่างประเทศ นอกจากนี้การเพิ่มขึ้นของความนิยมต่ออาหารสำเร็จรูปต่างๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเจ็บป่วยจากการบริโภคอาหารที่ไม่ได้คุณภาพ

จะเห็นได้ว่าการตระหนักถึงผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบเป็นเรื่องสำคัญ การให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศอื่นๆ การส่งเสริมความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่ชาวเมียนมาร์ควรให้ความสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงทางด้านสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงในแบบแผนการบริโภคอาหาร

  • ที่มา: โครงการวิจัยเรื่อง “ความเชื่อพื้นบ้าน แบบแผนการบริโภคอาหารและสุขภาพพม่า ในบริบทการพัฒนาเศรษฐกิจและความทันสมัย” โดย ผศ.ดร.เทพินทร์ พัชรานุรักษ์ (2557) สนับสนุนทุนวิจัยโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
  • เรียบเรียงข้อมูลโดย: ทีมงาน Research Café
00:00
00:00
Empty Playlist