สมชัย จิตสุชน

มาตรฐานรายได้ขั้นต่ำ เห็นทุกความสำคัญของรายจ่าย

ประเทศไทยมีการจัดทำเส้นความยากจน (Poverty line) มาเป็นเวลายาวนานหลายสิบปี โดยเส้นความยากจนเป็นตัวขีดแบ่งระดับรายได้ ใช้เพื่อคำนวณประมาณการจำนวนคนจนในประเทศไทย และเพื่อนำไปสู่การดำเนินนโยบายลดปัญหาความยากจนโดยภาครัฐ การคำนวณเส้นความยากจนมีองค์ประกอบที่ควรคำนึง ได้แก่ ความแตกต่างของพื้นที่ ความแตกต่างระหว่างโครงสร้างครอบครัว รายจ่ายขั้นต่ำที่จะทำให้ได้สารอาหารเพียงพอต่อการดำรงชีพ และรายจ่ายขั้นตำที่ไม่ใช่อาหาร

เส้นความยากจนนั้นเหมาะที่จะใช้ในประเทศที่มีรายได้ขั้นต่ำ แต่ในปัจจุบัน ประเทศไทยขยับฐานะเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูง (High middle income country) เศรษฐกิจมีความซับซ้อนมากกว่าอดีตมาก รูปแบบการบริโภค และความจำเป็นขั้นพื้นฐานแตกต่างจากเดิม ดังนั้น การใช้เส้นความยากจึงไม่ตอบโจทย์บริบทสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป และมีข้อวิจารณ์จากหลายฝ่ายว่า เส้นความยากจนที่ภาครัฐใช้ต่ำเกินไปในพื้นที่เมืองใหญ่

ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง จากมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ศึกษาวิจัยเรื่อง “การศึกษานำร่องเพื่อกำหนดมาตรฐานรายได้ขั้นต่ำของประชากรไทย” เพื่อสร้างตัวชีวิดทางสังคม (Social indicator) ด้วยการใช้แนวทางการกำหนดมาตรฐานรายได้ขั้นต่ำ ซึ่งได้รับการศึกษาวิจัยและพัฒนาโดย Centre for Research in Social Policy (CRSP) มหาวิทยาลัย Loughborough สหราชอาณาจักร มาปรับใช้ในการคํานวณหา มาตรฐานรายได้ขั้นต่ำที่ครัวเรือนในประเทศไทยต้องการ และเพื่อสร้างองค์ความรู้ (Capacity building) เกี่ยวกับการกำหนดมาตรฐานรายได้ขั้นต่ำของประชากรไทย

สมชัย จิตสุชน

มาตรฐานรายได้ขั้นต่ำ วัดกันที่ตรงไหน

“หลักของเส้น MIS ไม่ต่างจากเส้นความยากจนเท่าไร เพียงแต่ในแง่ที่มาที่ไปต่างกัน เส้นความยากจนถูกคิดโดยผู้เชี่ยวชาญ ผู้เชี่ยวชาญอาจจะอย่างผม หรือใครก็ตาม ไปคิดแทนคนจนว่าเขาจะมีรายได้ขั้นต่ำเท่าไร โดยที่ไม่สนใจว่าเขาใช้จ่ายจริงๆ เท่าไร เมื่อมีการทำกันมาจึงได้เส้นที่ค่อนข้างต่ำ ตัว MIS ถึงแม้จะใช้แนวคิดรายได้ขั้นต่ำเช่นกัน แต่ว่าอนุญาตให้ประชาชนคนไทยมาออกความคิดเห็นว่าจริงๆ เขาใช้จ่ายกันอย่าไรกันแน่ในชีวิตความเป็นจริงของเขา” ดร.สมชัย กล่าว

แนวทางการกำหนดมาตรฐานรายได้ขั้นต่ำ (Minimum income standard: MIS) คำนึงถึงความหลากหลายทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และพื้นที่ที่เหมาะสมกับประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูง โดยคำนึงถึงการยอมรับของประชาชนเป็นหลัก ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายด้านสวัสดิการจากภาครัฐ

มีกระบวนการกลั่นกรองจนกระทั่งได้รายได้ขั้นต่ำจริงๆ ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตของเขา

“เราเริ่มจากการนิยามว่าการใช้ชีวิตขั้นต่ำหมายถึงอะไร จะต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง อาหาร การเดินทาง ความเจ็บป่วย ความบันเทิง ตรงนี้คือเข้าไปดูชีวิตจริงๆ ของเขาเป็นอย่างไร และแปลงตรงนี้ออกมาเป็นค่าใช้จ่าย สิ่งที่เราอนุญาตให้เขาเป็นค่าใช้จ่ายจะต้องสมเหตุสมผล ไม่ใช่อยากจะดูหนังอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ซึ่งอันนั้นมากเกินไป ไม่อนุญาต คำว่าอนุญาต ไม่อนุญาต ไม่ใช่เราเป็นคนอนุญาต แต่มาจากกลุ่มตัวแทนประชาชน มาคุยกันว่าอะไรที่เกินจำเป็น อะไรที่จำเป็น คล้ายๆ กับ Consensus คือเป็นฉันทามติของคนที่มาคุยกัน” ดร.สมชัย กล่าว

สมชัย จิตสุชน

จุดเด่นของกระบวนการกลั่นกรองเพื่อคำนวณหามาตรฐานรายได้ขั้นต่ำ คือ วิธีรับฟังความคิดเห็นที่เป็นมติ (Consensus) ของบุคคลที่มีประการณ์ใกล้เคียงกันกับครัวเรือนกรณีศึกษา เน้นการสนทนากลุ่ม ทำให้ผู้เข้าร่วมเกิดการไตร่ตรองและตรวจสอบความคิดจากคนในกลุ่ม โดยได้รับการสนับสนุนข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อให้คำปรึกษาและเติมเต็มข้อมูลที่สำคัญในการอภิปรายกลุ่ม

ค่าใช้จ่ายของครัวเรือนตามมาตรฐานการครองชีพขั้นพื้นฐาน

จากการศึกษา พบว่าประเภทของค่าใช้จ่ายแบ่งออกได้เป็น 10 หมวด ได้แก่ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องนุ่งห่ม ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล การดูแลรักษาสุขภาพ การดูแลเด็ก กิจกรรมการมีส่วนร่วมทางสังคมและวัฒนธรรม การเดินทาง การสื่อสาร และค่าใช้จ่ายในการประกันความเสี่ยง

คอนเซ็ปต์ของ MIS คือเป็นรายจ่ายที่ทำให้คนในสังคมไม่รู้สึกแบ่งแยก หรือรู้สึกถูกกีดกันออกไป คุณเข้าสังคมได้

“MIS เวลาที่เราบอกว่าขั้นต่ำ ขึ้นกับประเภทของครัวเรือนด้วย อยู่คนเดียวก็แบบหนึ่ง อยู่สองคนก็แบบหนึ่ง อยู่สามคนแบบหนึ่ง อยู่รุ่นเดียวแบบหนึ่ง หรือ 2 รุ่น มีพ่อแม่แล้วมีลูก ก็แบบหนึ่ง สองรุ่นแบบกับตายาย พ่อแม่ที่อายุมากแล้ว หรือพ่อแม่หนุ่มสาวแล้วก็มีเด็กเล็ก พวกนี้ใช้จ่ายไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน สังคมก็ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น เวลาทำ MIS ต้องมีการระบุชัดเจนว่าเป็นครัวเรือนแบบไหน” ดร.สมชัย กล่าว

มาตรฐานรายได้ขั้นต่ำของครัวเรือนแต่ละแบบจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการมีสมาชิกในครัวเรือน 2 รุ่น หรือ 3 รุ่น จำนวนสมาชิกในครอบครัว จำนวนผู้สูงอายุ และจำนวนเด็กเล็กด้วย เหล่านี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายต่อหัวสูงขึ้น

MIS กับการใช้งานในนโยบายรัฐสวัสดิการ

ความเหมาะสมในการนำมาตรฐานรายได้ขั้นต่ำมาใช้ในทางปฏิบัติสำหรับประเทศไทย แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ

แบบแรก คือใช้มาตรฐานรายได้ขั้นต่ำเป็นมาตรวัดจำนวนครัวเรือนที่มีการดำรงชีวิตต่ำกว่าความจำเป็นขั้นพื้นฐาน เป็นการใช้งานคล้ายเส้นความยากจน โดยการขีดเส้นแบ่งแล้วหาจำนวนครัวเรือนที่อยู่ใต้เส้นแบ่งนั้น

แบบที่สอง คือการใช้งานเชิงนโยบาย นำมาประกอบการคำนวณและพิจารณาเพื่อกำหนดนโยบายลดช่องโหว่ความเหลื่อมล้ำในสังคม ให้ประชากรไทยได้รับการอุดหนุนถูกจุด

สมชัย จิตสุชน

“ในแง่ประโยชน์หนึ่งของ MIS คือว่าสามารถนำมาใช้กำหนดรายได้ขั้นต่ำได้ ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะใช้ตัวไหน เพราะถ้าเอาให้พ้นแค่เส้นความยกจนก็อีกตัวเลขหนึ่ง แต่ถ้ารัฐบาลอยากให้ประชาชนรู้สึกว่าที่เขาได้นั้นเพียงพอ ยังเข้าสู่สังคมได้ ก็ใช้ตัวเลขอีกตัวหนึ่ง ซึ่งผมว่าทางการเมือง ถ้าใช้ตัวเลข MIS รัฐบาลจะได้เสียงเยอะมาก เพราะว่าคือสิ่งที่ประชาชนอยากได้จริงๆ นักการเมืองที่ชาญฉลาดเขาจะใช้ตัวเลข MIS เพียงแต่ว่าข้อเสียคือใช้เงินเยอะกว่า” ดร.สมชัย กล่าว

มาตรฐานรายได้ขั้นต่ำ MIS มาจากแนวคิดที่ว่ารายได้ของประชาชนต้องทำให้เขารู้สึกว่าตนเองสามารถเข้าสังคมได้ ไม่ด้อยค่ากว่าใคร ถ้าภาครัฐสามารถขยับมาตรฐานรายได้ขั้นต่ำขึ้นมาได้ ประชาชนจะรู้สึกพอใจ มีความสุขขึ้น และสังคมจะดีขึ้นเยอะ

ไม่แน่ว่า ถ้ารัฐบาลเอาตัวมาตรฐานรายได้ขั้นต่ำ (Minimum income standard) ไปใช้ประกอบการกำหนดรายได้ขั้นต่ำของประชาชน รัฐบาลน่าจะได้เสียงจากประชาชนค่อนข้างมาก ส่วนประชาชนแน่นอนว่ารู้สึกว่าเป็นสุข เและชื่นชมกับสิ่งที่รัฐบาลทำ ส่วนภาคเอกชนนั้นเตรียมปาดเหงื่อได้เลย

การศึกษานำร่องเพื่อกำหนดมาตรฐานรายได้ขั้นต่ำของประชากรไทย
ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

สนับสนุนการวิจัยโดย สกสว.

00:00
00:00
Empty Playlist