RC20255-1.1

“สื่อ” กับความรุนแรง

หลายคนคงเคยได้ยินสำนวนเปรียบเทียบที่ว่า “ดาบสองคม” สื่อในปัจจุบันอาจนำสำนวนนี้มาใช้ได้เนื่องจาก สื่อในตอนนี้เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าถึงและติดตามได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ซึ่งจริง ๆ แล้วประโยชน์ของสื่อนั้นก็มีหลากหลาย แต่อีกนัยหนึ่งมันก็ซ่อนคมที่อาจเป็นอันตรายต่อสังคมและเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้กับเด็กและเยาวชนที่ยังไม่สามารถแยกแยะใช้วิจารณญาณได้ดีเท่ากับผู้ใหญ่ อันอาจนำมาสู่ประเด็นเรื่องการใช้ความรุนแรง

โดยเฉพาะสื่อในปัจจุบันที่มักมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความรุนแรง อาชญากรรม ความขัดแย้ง และเรื่องราวทางเพศอยู่เสมอ ๆ จนเป็นที่น่ากังวลว่าอาจทำให้ผู้ชมมีความรู้สึกว่า โลกนี้เต็มไปด้วยความรุนแรง ความขัดแย้ง การดิ้นรนต่อสู้ ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะหากเนื้อหาในสื่อแสดงให้เห็นถึงตัวละครเอกในเรื่องที่มีอำนาจ มีชัยชนะเหนือผู้อื่นได้ด้วยการใช้พละกำลังหรือความรุนแรง ซึ่งเด็กและเยาวชนที่ยังมีประสบการณ์ชีวิตน้อยอาจถูกบ่มเพาะโดยไม่รู้ตัว และสุดท้ายจะคล้อยตามและเชื่อต่อสิ่งที่สื่อนำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมประเด็นเรื่องสื่อกับเยาวชนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรตระหนัก สาเหตุสำคัญเลยก็คือ สื่อถือเป็นตัวกระตุ้นและเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนบางคนมีพฤติกรรมชอบใช้ความรุนแรงในการดำเนินชีวิต ทั้งนี้ในประเด็นเรื่องสาเหตุของการใช้ความรุนแรงนั้นถือเป็นเรื่องที่ยากต่อการอธิบายพอสมควร เนื่องจาก ความรุนแรงเป็นปรากฏการณ์ที่มีความซับซ้อน และมีรากฐานมาจากหลายองค์ประกอบรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยทางชีวภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลกับพฤติกรรม ส่วนบุคคลที่จะกระทำความรุนแรงหรือตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง เช่น ความผิดปกติทางจิตและบุคลิกภาพ ได้แก่ การมีปัญหาทางจิต ผู้ที่มีอาการทางจิตที่มีอารมณ์ก้าวร้าว การมีบุคลิกภาพก้าวร้าว ขาดการควบคุมตนเองจะกระทำรุนแรงเมื่อโกรธ ผิดหวังหรือสิ้นหวัง การใช้สารเสพติด ผู้ใช้สารเสพติดรวมทั้งสุรา ที่ทำให้ผู้เสพมีความรู้สึกตัวลดลง สูญเสียความสามารถในการตัดสินใจ การยับยั้งควบคุมตนเองไม่ได้ จึงนำไปสู่การใช้ความรุนแรงได้ เป็นต้น

นอกจากนี้ ปัจจัยทางสภาพแวดล้อมและสังคมเองก็ถือเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลและเป็นสาเหตุของพฤติกรรมความรุนแรงได้ด้วยเช่นกัน กล่าวคือ การที่บุคคลมีประสบการณ์ความรุนแรง เช่น การที่บุคคลได้พบเห็นเหตุการณ์ความรุนแรงหรือรับรู้ เรื่องราวข่าวสารเกี่ยวกับความรุนแรงผ่านสื่อต่าง ๆ หรืออาจเป็นการรับรู้จากการเคยมีส่วนร่วม คือ การที่บุคคลได้เข้าร่วมในเหตุการณ์ความรุนแรงในฐานะผู้กระทำความรุนแรงหรือผู้ที่ถูกกระทำความรุนแรง จากประสบการณ์ทั้งสองหรืออย่างใดอย่างหนึ่ง อาจทำให้บุคคลดังกล่าวเกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับความรุนแรงโดยการเลียนแบบได้

สถานการณ์และผลกระทบจากการบริโภคข่าวสารความรุนแรง

การใช้ความรุนแรงถือเป็นสถานการณ์ที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงขึ้นตามลำดับ เห็นได้จากรายงานขององค์การอนามัยโลก ที่ระบุว่า ในแต่ละปีนั้นจะมีประชากรโลกจำนวนมากกว่า 1.3 ล้านคน เสียชีวิตจากการใช้ความรุนแรง หรือคิดเป็นร้อยละ 2.5 ของอัตราการเสียชีวิตในทุกรูปแบบเลยทีเดียว

ในส่วนของประเทศไทยเองก็มีแนวโน้มทิศทางการใช้ความรุนแรงเช่นเดียวกัน เห็นได้จากข้อมูลเกี่ยวกับคดีของเด็กและเยาวชนในปี 2556 จำแนกตามฐานความผิด ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งหากพิจารณาแล้วเราก็จะพบการใช้ความรุนแรงโดยเด็กและเยาวชนเป็นจำนวนมาก

ความรุนแรงในเด็กและเยาวชนนั้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เกิดการบาดเจ็บและทุพพลภาพ นอกจากนี้ยังทำให้เสียโอกาสในการดำเนินชีวิต ทำให้เกิดปัญหาทางจิต-สังคมอื่น ๆ ตามมา ผลกระทบดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งกับเยาวชนที่เป็นผู้กระทำและเป็นผู้ถูกกระทำ ขณะเดียวกันยังสร้างให้เกิดผลกระทบในมิติอื่น ๆ เช่น ทางด้านเศรษฐกิจในเรื่องค่ารักษาพยาบาล การสูญเสียโอกาสทางการศึกษา การประกอบอาชีพ การสูญเสียทรัพย์สิน ความสูญเสียทางสังคม ความไม่ปลอดภัยของสังคม การสูญเสียความสามารถในการผลิต ด้วยเหตุนี้ปัญหาความรุนแรงของเยาวชนจึงเป็นปัญหาที่ต้องมีการแก้ไขและป้องกันอย่างเร่งด่วน

และสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งเลยที่นำมาซึ่งพฤติกรรมการใช้ความรุนแรง นั่นก็คือ “สื่อ” ดังที่กล่าวไปข้างต้น ซึ่งจากการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหาที่นำเสนอผ่านสื่อกับความสัมพันธ์กับพฤติกรรมความก้าวร้าวของเด็กและเยาวชน จากโครงการวิจัยเรื่อง “ศึกษาพฤติกรรมการบริโภคข้อมูลข่าวสารการใช้ความรุนแรงผ่านสื่อดิจิทัลของเด็กและวัยรุ่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีต่อแนวคิดการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา” นั้นผลการศึกษาพบว่า ความรุนแรงในสื่อต่าง ๆ แม้จะไม่ได้มีส่วนเพิ่มหรือลดความเป็นไปได้ในการแสดงพฤติกรรมรุนแรงของผู้รับสารอย่างเด่นชัด แต่ก็มีผลในการเสริมสร้างความก้าวร้าว รุนแรง โดยเป็นแรงเสริมต่อการใช้ความก้าวร้าวรุนแรงที่มีอยู่แล้วของผู้รับสาร

โดยเฉพาะสำหรับเด็ก เนื้อหาที่นำเสนอผ่านสื่อ เป็นเหมือนสถานการณ์จำลองที่เด็กสามารถเรียนรู้ได้จากการสังเกต หากเนื้อหาเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ก็จะส่งผลต่อการนำไปสู่การปฏิบัติที่เหมาะสมในสังคม แต่หากเป็นเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม สิ่งเหล่านั้นก็จะถูกนำไปสู่การปฏิบัติในสังคมด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เนื่องจากทักษะการคิดของเยาวชนที่ยังไม่ได้ถูกพัฒนาอย่างเต็มที่ จึงไม่สามารถตีความเนื้อหาได้ดีเท่ากับผู้ใหญ่

ทั้งนี้ผลกระทบที่ตามมาจากการบริโภคข่าวสารความรุนแรงนั้นมีมากมาย แต่อาจแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน คือ ผลกระทบต่อตัวเด็กและวัยรุ่น ผลกระทบต่อครอบครัว ผลกระทบต่อชุมชน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ สำหรับผลกระทบต่อตัวเด็กและวัยรุ่น ผลการศึกษาพบว่า ส่วนมากเกิดจากการที่ผู้ปกครองบางคนได้ใช้อุปกรณ์สื่อดิจิทัลในการเล่นกับลูก ทั้งการโทรศัพท์พูดคุยกัน ถ่ายรูปบันทึกวีดิโอร่วมกัน หรือการเปิดดูยูทูปต่าง ๆ ให้ลูกดู ซึ่งอาจทำให้ลูกติด และในช่วงนี้เองมีโอกาสเป็นไปได้ที่เด็กและวัยรุ่นจะได้รับข่าวสารความรุนแรงจากสื่อดิจิทัล ซึ่งอาจเกิดการเลียนแบบพฤติกรรมและนำมาเป็นแบบแผนในการปฏิบัติ โดยที่เด็กและวัยรุ่นเองก็อาจจะไม่รู้ตัว เด็กและวัยรุ่นอาจขาดการควบคุมอารมณ์ มีอารมณ์ฉุนเฉียวได้ง่าย ดังที่ผู้ปกครองท่านหนึ่งให้สัมภาษณ์ไว้ว่า

“สงสัยเพราะลูกใช้โทรศัพท์มือถือมากไปหรือเปล่า เวลาห้ามอะไรไป บางทีมีอาการโมโห บางครั้งเวลาไม่ถูกใจก็อาละวาดขว้างปาสิ่งของ”

ต่อมาด้านผลกระทบต่อครอบครัว ครอบครัวอาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากพฤติกรรมของเด็กและวัยรุ่นในการติดตามข่าวสารความรุนแรง ดังที่ผู้ปกครองหลายท่านสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงและมีความกังวลต่อพฤติกรรมของเด็กและวัยรุ่นที่เปลี่ยนไป แต่ส่วนใหญ่ไม่มีแนวทางในการป้องกันปัญหาและขาดที่ปรึกษาในการแก้ไขปัญหาเด็กและวัยรุ่นที่เกิดขึ้น โดยในบางครอบครัวปัญหานี้กลายมาเป็นจุดที่ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน ดังที่เยาวชนคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ไว้ว่า

“พ่อแม่มักคิดก่อนเสมอว่าเราต้องทำอะไรผิดมาแน่ ๆ เริ่มต้นการพูดคุยก็
เหมือนกับหาว่าเราทำอะไรผิด ดังนั้นคุยไปก็เท่านั้น เขาไม่ฟังเราอยู่แล้ว”

ซึ่งจากจุดเริ่มต้นของความไม่เข้าใจกันระหว่างผู้ปกครองกับเด็กและวัยรุ่น อาจนำไปสู่ปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่น ปัญหายาเสพติดที่เกิดจากความรู้สึกขาดความอบอุ่น ขาดความรักจากคนในครอบครัวของเด็กและวัยรุ่น ทำให้การชักชวนไปสู่วงจรยาเสพติดได้ง่ายขึ้น โดยการชักชวนของกลุ่มเพื่อน เพราะเด็กและวัยรุ่นต้องการพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเขา เมื่อไม่มีในบ้านก็ต้องออกไปค้นหาจากนอกบ้านและนำไปสู่ปัญหาเด็กและวัยรุ่นในหลากหลายมิติ เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาชู้สาว เป็นต้น

และสุดท้ายผลกระทบต่อชุมชน ความเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรมของเด็กและวัยรุ่นที่อาจจะเกิดความนิยมในการใช้ความรุนแรง ซึ่งเกิดจากการเลียนแบบข่าวสารที่เด็กและวัยรุ่นติดตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของชุมชน เช่น พฤติกรรมความรุนแรงทางด้านวาจา ทางเพศ เช่น การมีสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง การทะเลาะตบตี การด่าทอ ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่สร้างผลกระทบต่อเนื่องให้กับสังคมในอีกหลายมิติ เช่น ปัญหาการเป็นพ่อแม่วัยใส การดูแลครอบครัว ปัญหาด้านเศรษฐกิจ เป็นต้น

จากที่กล่าวมาข้างต้น เราอาจพูดได้อย่างเต็มปากว่า สื่อนั้นมีผลต่อพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงของเด็กและเยาวชนจริง ดังนั้นสิ่งที่ผู้ปกครองทุกคนต้องตระหนักคือ เราจะทำอย่างไรให้เด็กเสพสื่ออย่างเท่าทัน ดูตัวอย่างที่ไม่ดีเอาไว้เป็นอุทาหรณ์หรือเอาไว้เตือนใจไม่ให้กระทำตาม และนำตัวอย่างที่ดีมาเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต

โดยแนวทางในการสร้างภูมิคุ้มกันการบริโภคสื่อให้กับเด็กและวัยรุ่นก็มีด้วยกันหลายวิธี แต่ทางหนึ่งเลยที่สำคัญคือ ผู้ปกครองควรมีความเข้าใจเรื่องสื่อกับเด็กสมัยนี้ว่าเป็นสิ่งที่หากยิ่งห้ามเด็กก็จะยิ่งต่อต้าน และคอยทำหน้าที่เป็นผู้คอยชี้แนะให้ข้อแนะนำให้กับเด็ก ชี้ให้เห็นตัวอย่างที่ดีและไม่ดีให้เด็กดู พร้อมให้ข้อคิดและให้เวลากับเด็กหรือวัยรุ่นในการตอบสนองต่อข้อเสนอแนะต่าง ๆ ในเวลาที่เหมาะสม

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “ศึกษาพฤติกรรมการบริโภคข้อมูลข่าวสารการใช้ความรุนแรงผ่านสื่อดิจิทัลของเด็กและวัยรุ่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีต่อแนวคิดการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา”

หัวหน้าโครงการ : จารุวัจน์ สองเมือง

สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง ภัณฑิลา ธนบูรณ์นิพัทธ์
กราฟิก ตวงทอง จงเจริญ
พิสูจน์อักษรและตรวจทาน จินตนา ธรรมวงษ์
00:00
00:00
Empty Playlist