ทศพล ทรรศนกุลพันธ์

รักแท้บนไซเบอร์มีจริงไหม เผลอๆ อาจเจอ Romance scam แทน

เมื่อใครๆ ก็อยากมีโปรไฟล์ดีในโลกโซเชียล แต่หารู้ไม่ว่ายิ่งเราเปิดเผยตัวตนให้คนอื่นเห็นมากเท่าไร พวกเขาสามารถนำข้อมูลของเรามาวิเคราะห์ หาจุดอ่อน ไปจนถึงหลอกลวงเราได้

ปัจจุบันแอปพลิเคชั่นต่างๆ เปิดตัวมาเพื่อตอบสนองการมีตัวตนของมนุษย์ เขาจะมีพื้นที่เปล่าๆ เพื่อให้เราสามารถเติมข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ วันเกิด ไลฟ์สไตล์ลงไป เพื่อให้คนอื่นหันมามองที่ตัวเราว่ากำลังทำอะไรอยู่ มาชอบเรา มาเพื่อเป็นเพื่อนกับเรา มาเป็นเครือข่ายกับเรา เรากำลังทิ้งร่องรอยดิจิทัล (Digital footprint) ให้คนอื่นสามารถแกะรอยตัวตนของเราได้ เมื่อใดร่องรอยดิจิทัลไปตรงกับความต้องการของอาชญากร เมื่อนั้นเราอาจกลายเป็นเหยื่อของอาชญากรรมไซเบอร์โดยไม่รู้ตัว

ผศ.ดร.ทศพล ทรรศนกุลพันธ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหัวหน้าศูนย์ศึกษากฎหมายกับเทคโนโลยี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศึกษาวิจัยเรื่อง “ข้อจำกัดของกระบวนการยุติธรรมเพื่อป้องกันและปราบปรามพิศวาสอาชญากรรม (Romance Scam) และแนวทางสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชน”

 ทศพล ทรรศนกุลพันธ์ photo

คำว่าพิศวาสอาชญากรรม “Romance Scam” คือ การที่นักต้มตุ๋น (Scammer) ได้ใช้เทคนิคทางจิตวิทยาผ่านเครื่องมือทางเทคโนโลยีต่างๆ ในการหลอกลวงให้เหยื่อ (Victim) หลงเชื่อจนกระทั่งยินยอมให้ทรัพย์สินที่นักต้มตุ๋นต้องการ

บางคนยังรู้สึกว่าตัวเองไม่โดนหลอก แจ้งความแล้วตำรวจบอกว่าคุณโดนหลอกแล้วก็ยังบอกว่าไม่โดนหลอก เพราะเป็นความลึกซึ้ง ความซับซ้อนของอาชญากรรม

“จากตัวเลขความเสียหาย ถ้าเราไปดูอาชญากรรมไซเบอร์ทั้งหลาย อาชญากรรมแบบ Romance scam หรือแบบพิศวาสอาชญากรรม มีจำนวนผู้เสียหายน้อยที่สุดเลย เมื่อเทียบกับความเสียหายประเภทอื่น คนร้องทุกข์ก็น้อย แต่พอไปดูเจาะว่าแต่ละรายสูญเสียเท่าไร ถือว่าเป็นอาชญากรรมที่สร้างความเสียหายเยอะที่สุด เราเคยเห็นว่า เยอะที่สุดถึงขั้นว่ามีคนเดียวเสียเงิน 33 ล้านบาท มีการโอนเงินให้กับอาชญากร 26 ครั้ง บางคนยังรู้สึกว่าตัวเองไม่โดนหลอก แจ้งความแล้วตำรวจบอกว่าคุณโดนหลอกแล้วก็ยังบอกว่าไม่โดนหลอก เพราะเป็นความลึกซึ้ง ความซับซ้อนของอาชญากรรม ที่ถ้าไม่แก้ คนๆ นั้นอาจจะหมดชีวิตทั้งชีวิต ลามไปถึงครอบครัวเขาด้วย” ผศ.ดร.ทศพล กล่าว

งานวิจัยนี้มีขึ้นเพื่อศึกษาสภาพปัญหา รูปแบบ และวิธีการของพิศวาสอาชญากรรมทั้งที่เป็นการล่อลวงภายในประเทศและการล่อลวงข้ามชาติ เพื่อพัฒนากฎหมายและมาตรการเฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อป้องกันและปราบปรามพิศวาสอาชญากรรม และเพื่อสร้างแนวทางเพิ่มความตระหนักให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายพิศวาสอาชญากรรมให้รู้เท่าทันพิศวาสอาชญากรรม

เหยื่อแบบไหนอาชญากรวิ่งเข้าใส่

เมื่อผู้คนจำนวนมากหันเข้าสู่โลกออนไลน์ ทดแทนการออกไปมีปฏิสัมพันธ์กันแบบ face-to-face เพื่อพวกเขาสามารถระบายหรือพูดคุยกับคนที่ไม่รู้จักตัวตนจริงๆ ของพวกเขาได้อย่างสบายใจ จุดนี้กลายเป็นช่องโหว่ให้อาชญากรสามารถล้วงความลับได้ โดยเฉพาะบนเครือข่ายที่เป็นการสร้างชุมชนในโลกออนไลน์ที่ให้ใส่ข้อมูลส่วนตัวเพื่อให้คนอื่นมาสนใจแบบมองมาที่ฉัน (Look at Me) อันเป็นการสร้างความเสี่ยงให้กับผู้ใช้ จากการศึกษาวิจัย ผศ.ดร.ทศพล เล่าว่าเหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่สามารถแบ่งออกเป็นเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณได้

“ในเชิงคุณภาพลักษณะแรกเลยแสดงออกว่าตนเองโสดหรือเปลี่ยวเหงา มองหาเพื่อน ยิ่งบอกว่ามองหาคู่รัก ยิ่งอันตรายมาก หรือแสดงออกว่าเป็นคนอ่อนโยน จิตใจอ่อนไหว ขี้สงสาร คำว่าขี้สงสารเป็นอีกคำที่อาชญากรมองหา ผลเชิงปริมาณ เราพบว่ากลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุดที่กลุ่มอาชญากรเน้นจู่โจมคือ กลุ่มสุภาพสตรี อายุเกิน 40 ปีขึ้นไป อาจจะมีคู่หรือไม่มีคู่ก็ได้ หรือเคยเป็นม่าย หย่าร้าง โสด มีลักษณะความเหงา ความโดดเดี่ยว สองคือมีฐานะการดี มั่นคง โชว์การกิน การเที่ยว การใช้ของ แล้วส่วนที่สามถ้าเขาจะหลอกให้ลึก จะมีเรื่องการใช้ภาษาเข้ามาเกี่ยวข้อง” ผศ.ดร.ทศพล กล่าว

กลยุทธ์อาชญากร สร้างพิศวาสอาชญากรรม

กลยุทธ์ที่อาชญากรใช้หลอกลวงทางอินเตอร์เน็ตมีหลากหลายรูปแบบ อย่างเช่น การหลอกเหยื่อว่าจะส่งของมาให้ การชวนให้เหยื่อทำธุรกิจร่วมกัน พฤติกรรมการหลอกลวงของสแกมเมอร์มีพัฒนาการตามรูปแบบวิธีการสื่อสาร โดยกระบวนการล่อลวงนี้สามารถแบ่งได้เป็นขั้นตอนหลัก 6 ขั้นตอน

  • การปลอมโปรไฟล์ทั้งเพศชาย เพศหญิง และเพศทางเลือกด้วยการขโมยรูปภาพบุคคลอื่นที่มีลักษณะบุคลิกภาพดี หน้าตาดี และดูภูมิฐานจากเว็บไซด์เครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆ
  • การเลือกใช้ช่องทางในการล่อเป้าหมาย ผ่านโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มอย่าง Facebook และ Instagram และแอปพลิเคชั่นหาคู่ เช่น Tinder, Skout, Thai date VIP
  • การเลือกเป้าหมาย (เหยื่อ) เหมือนที่กล่าวมาแล้วว่ามองหาคนขี้เหงา มีศักยภาพทางการเงิน โดยสิ่งเหล่านี้จะถูกประเมินผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียที่เหยื่อโพสต์ข้อมูลต่างๆ ลงไป
  • การสร้างบทบาทเพื่อเข้าถึงเป้าหมาย ผ่านอาชีพที่น่าเชื่อถือ เช่น ทหาร วิศวกร อีกทั้งยังแสดงบทบาททางอุดมคติในเชิงชู้สาว เพื่อให้ดูเป็น “คนรักในอุดมคติ” ด้วยการป้อนคำหวาน ทำให้รู้สึกเป็นคนสำคัญ เอาใจใส่ เพือ่สานสัมพันธ์ไปเรื่อยๆ จนกว่าเหยื่อจะตกหลุมพราง
  • การสร้างสถานการณ์ ให้เกิดความสงสาร ความเห็นใจ และมีความหวังที่จะได้พบเจอกันเพื่อร้องขอเงินจากเหยื่อ ด้วยการสร้างปัญหาเร่งด่วนที่ต้องใช้เงิน ชวนให้ลงทุนในบริษัท หรือกิจการที่ทำอยู่ หรือการส่งของมาให้แล้วติดอยู่กรมศุลกากรต้องจ่ายเงินเพื่อนำออกมา เทคนิคการร้องขอเงินหรือผลประโยชน์จากอาชญากรจะมีอยู่ 2 เทคนิด ได้แก่ เทคนิคแรก Foot in the door technique (FITD) โดยักหลอกลวงจะหลองลวงผลประโยชน์จากจำนวนน้อยๆ และเมื่อได้ก็จะของมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะอีกแบบ Door in the face technique (DITF) นักหลอกลวงจะเรียกร้องผลประโยชน์จำนวนมาก หากไม่ได้ก็จะลดจำนวนลงจนเหยื่อสามารถโอนให้ได้ และจะใช้จำนวนนี้เป็นฐานเพื่อขอในครั้งต่อๆ ไป
  • การบรรลุภารกิจทางการเงิน นักหลอกลวงรักจะมี 3 ช่องทางที่จะหลอกเอาเงินจากเหยื่อ คือ โอนเข้าบัญชีธนาคารในประเทศไทย โอนไปต่างประเทศ และสุดท้ายมอบเงินให้ด้วยตนเอง แต่ก็จะมีเทคนิคต่างๆ ที่เหยื่อจะไม่ได้พบกับนักหลอกลวงโดยตรง

จุดจบของการหลอกลวงจะเกิดขึ้นเมื่อเหยื่อรู้สึก “หมดเงินและหมดรัก” บางคนเอาบ้าน ทิ่ดินไปจำนอง กู้หนี้ ยืมสินเพื่อเอาเงินไปโอนให้นักหลอกลวงรัก พอหมดเงินแล้วจริงๆ นักหลอกลวงรักก็จะค่อยถอยออกไป ขณะที่ถ้าหมดรัก ความรักซาลง เหยื่อก็เริ่มจะคิดได้ เขาจะเริ่มคิดว่าเขาควรแจ้งความไหม เริ่มปรึกษาคนรอบข้างกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“พอเราไปทำงานชุดนี้พบว่าเป็นปัญหาสังคมเลย คือทำให้ครอบครัวแตกแยก เพื่อนฝูงทิ้งหมด คือสุดท้ายเหยื่อจะโดดเดี่ยวมากเลย เพราะไปปรึกษาปัญหาแบบนี้ พอปรึกษาใครสักคนจะเริ่มด้วยโอ้ย อธิบายแล้วว่าโดนหลอกแต่ก็ไม่เชื่อ คล้ายๆ เพื่อนเราที่มีแฟนไม่ดี เราพยายามอธิบายแต่เขาไม่รับฟัง สุดท้ายเขาก็โดดเดี่ยว ยิ่งโดดเดี่ยวคนเดียวยิ่งเปราะบางมากขึ้น แล้วความโหดร้ายน่ากลัวขององค์กรอาชญากรรมแบบนี้ ถ้าคนเก่าหลอกเสร็จแล้ว คนใหม่ก็จะมาเพราะเขามีลิสต์อยู่ อีกคนมาดูดเงินใหม่หรือหลอกอะไรใหม่อีก” ผศ.ดร.ทศพล กล่าว

แนวทางพัฒนากฎหมายและมาตรการเพื่อป้องกันและปราบปรามพิศวาสอาชญากรรม

ทฤษฎีที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น คือ 3 เหลี่ยมอาชญากรรม ถ้าเหยื่ออ่อนไหว เปราะบาง สองถ้าอาชาญากรมีองค์ความรู้ มีทักษะ ความสามารถ สามเขาบอกว่าแม้มี 2 อัน แต่ถ้ารัฐเข้มแข็งปัญหานี้จะไม่เกิดหรือเกิดน้อยลง

“งานวิจัยของเราจะทำให้เห็นว่ารับไทยควรปรับการใช้ทรัพยากร งบประมาณที่ไปทุ่มกับความผิดเดียว ให้ใช้กับความผิดอื่นที่มีประชาชนผู้สูญเสียเยอะ มีความเสียหายเยอะ และกระทบต่อสังคมเยอะ และท้ายที่สุดจะไปตอบยุทธศาสตร์ระดับชาติไทยที่อยากให้คนมาใช้ไซเบอร์เยอะๆ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่มาขับเคลื่อนอย่างไรเนื่องจากคนที่เสี่ยงยังตกเป็นเหยื่อยู่เลย” ผศ.ดร.ทศพล กล่าว

ทศพล ทรรศนกุลพันธ์ photo

การพัฒนามาตรการต่างๆ ภายในประเทศให้รองรับปัญหาให้ดียิ่งขึ้น เช่น การสร้างภูมิคุ้มกันในเชิงการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้แก่ประชาชน และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงข้อมูล บุคลากรที่ทำงานเรื่องนี้ควรมีความหลากหลายเพื่อให้ผู้เสียหายกล้าเข้ามาร้องเรียน การออกแบบวิธีการร้องทุกข์ที่ไม่ต้องเปิดเผยตัวตนของเหยื่อ เป็นต้น

“ที่พูดกันเยอะคือต้องมีความร่วมมือระหว่างรัฐกับเอกชนที่เข้มแข็งมากขึ้น ถามว่าทำไม เอกชนจะอยากมาทำงานแบบนี้ร่วมกับรัฐ เพราะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ซึ่งตลาดที่มีวุฒิภาวะสูงผู้ประกอบการจะเน้นเรื่องนี้ เพราะคนที่เป็นลูกค้าพรีเมี่ยมเข้าจะไม่เข้ามาใช้พื้นที่เพราะรู้สึกว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง” ผศ.ดร.ทศพล กล่าว

การพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศ ให้มีศูนย์ประสานงานข้อมูลและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้รวดเร็ว มีการเฝ้าระวังร่วมกันสำหรับบุคคลต้องสงสัย และได้ผลลัพธ์ที่แท้จริง

สุดท้ายคือการเพิ่มความตระหนักให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงให้เท่าทันพิศวาสอาชญากรรม โดยงานวิจัยนี้ ผศ.ดร.ทศพล ได้เผยแพร่งานออกมาเป็นคู่มือสำหรับประชาชน และบุคคลที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับพิศวาสอาชญากรรมเพื่อเป็นแนวทางในการสำรวจว่าสื่งที่กำลังเผชิญนั้นคือการกำลังตกเป็นเหยื่อหรือไม่ และหากตกเป็นเหยื่อแล้วควรจะปฏิบัติตัวเช่นไร จะแจ้งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างไร นอกจากนี้ ผศ.ดร.ทศพล เล่าว่าทีมวิจัยพยายามเผยแพร่ในสื่อช่องทางต่างๆ เพื่อให้งานวิจัยที่ทำเกิดผลลัพธ์ และช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อก่อนได้

ทิ้งท้ายไว้ กับความหมายของพิศวาสอาชญากรรมแบบโดนใจ หลอกให้ผูกพันแต่มือเขานั้นล้วงเข้ามาในกระเป๋าคุณแล้ว

สุดท้ายแล้ว รักแท้ต้องการเวลา และรักแท้มีค่าอย่าให้เขามาหลอกเอาเงินเราไป

โครงการข้อจำกัดกระบวนการยุติธรรมเพื่อป้องกันและปราบปรามพิศวาสอาชญากรรมและแนวทางสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน
ผศ.ดร.ทศพล ทรรศนกุลพันธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สนับสนุนการวิจัยโดย สกสว.

00:00
00:00
Empty Playlist