RC20340-1.2

แนวทางพัฒนาการตลาดสินค้าและบริการการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ท้องถิ่นของประเทศไทย

การจัดการวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นสินค้าเชิงประสบการณ์ ด้วยการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงความเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม สัมผัสถึงความเป็นท้องถิ่นด้วยการลงมือปฏิบัติ การเรียนรู้ หรือการผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ การได้เห็น การได้ยิน การรับรส การได้กลิ่น การได้สัมผัสทั้งทางกายและใจ เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ท้องถิ่น (Local Experience) อย่างแท้จริง

สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยบทบาทของคนในท้องถิ่น รวมทั้งหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในพื้นที่ ซึ่งล้วนมีความเข้าใจในบริบทของพื้นที่เป็นอย่างดี  ดังนั้น โครงการวิจัยเรื่อง “การพัฒนาแนวทางการตลาดที่เหมาะสมสำหรับสินค้าการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ท้องถิ่น (Local Experience) ของประเทศไทย ภายใต้โครงการ The LINK”  จึงเกิดขึ้นเพื่อศึกษาและพัฒนาแนวทางการนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวให้ตรงกับความต้องการของตลาดเป้าหมาย โดยคาดหวังว่าจะนำไปสู่การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากยุโรปและอเมริกาในอนาคต

การพัฒนาแนวทางการตลาดสินค้าและบริการการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ท้องถิ่น

การพัฒนาแนวทางการตลาดสินค้าและบริการการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ท้องถิ่น (Local Experience Tourism) ของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย 12 แนวทางที่สำคัญ ได้แก่

(1) การวางแผนการดำเนินงานให้เป็นระบบและบูรณาการการทำงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการ และชุมชนท้องถิ่น

(2) สร้างความรู้ความเข้าใจการท่องเที่ยวในรูปแบบ Local Experience ร่วมกัน ทั้งชุมชน บริษัททัวร์ หน่วยงานพัฒนาและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีความรู้ และแนวทางการบริหารจัดการไปในทิศทางเดียวกัน

(3) เตรียมความพร้อมพัฒนาศักยภาพผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และจัดระบบการทำงานร่วมกัน โดยการหาคนกลางเพื่อเชื่อมแนวความคิดระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต่างประเทศ กับ ททท. ในประเทศ และท้องถิ่นเพื่อจัดการให้ไปในทิศทางเดียวกัน

(4) การทำความเข้าใจทิศทางการการตลาด ได้แก่ การท่องเที่ยวในยุคของการมีส่วนร่วมโลกาภิวัฒน์ที่ขัดแย้งและสังคมสร้างสรรค์

(5) การทำความเข้าใจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป ได้แก่ การร่วมมือสร้างชุมชนนิยม การสร้างบุคลิกลักษณะเฉพาะ

(6) การจัดการตลาดด้านผลิตภัณฑ์ สินค้าประสบการณ์ท้องถิ่นเน้นระดับกิจกรรมท้องถิ่นที่แตกต่างกันมากกว่าการนำเสนอตัวแหล่งท่องเที่ยว

(7) การจัดการตลาดด้านราคา การกำหนดราคาการให้บริการเหมาะสมกับระดับการให้บริการ เน้นคุณค่าต่อความรู้สึก ความคุ้มค่าได้สัมผัสความเป็นท้องถิ่น

(8) การจัดการตลาดด้านช่องทางการจัดจำหน่าย การนำเสนอบริการให้แก่นักท่องเที่ยวรับรู้ถึงคุณค่าและคุณประโยชน์ของบริการในการเข้าถึงประสบการณ์ท้องถิ่น

(9) การจัดการตลาดด้านการส่งเสริม ดึงกลุ่มสื่อมวลชนและบล๊อคเกอร์มาร่วมโครงการและลงสำรวจแหล่งท่องเที่ยวเพื่อใช้ช่องทางการสื่อสารประชาสัมพันธ์ Social Network

(10) การจัดการตลาดด้านบุคคล การคัดเลือก การฝึกอบรม การจูงใจ ผู้ให้บริการมี ความสามารถ มีทัศนคติที่ดีสามารถตอบสนองต่อนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าถึงประสบการณ์ท้องถิ่น

(11) การจัดการตลาดด้านกายภาพและการนำเสนอ การนำเสนอกิจกรรมให้กับนักท่องเที่ยว สัมผัสถึงความเป็นท้องถิ่นเชิงลึกผ่านกลไกการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการท่องเที่ยว

(12) การจัดการตลาดด้านกระบวนการ สร้างกระบวนการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวที่มี คุณภาพ โดยเริ่มตั้งแต่การหาข้อมูล การสื่อความหมาย การจัดโปรแกรม การเดินทาง และการบอกต่อ

ข้อเสนอแนะสำหรับหน่วยงานภาครัฐ 

(1) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) (อพท.) ควรเน้นการทำสื่อประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงนักท่องเที่ยว กลุ่มเป้าหมายในแต่ละพื้นที่ได้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายนั้นได้ทราบข้อมูลกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เหมาะสมต่อตนเองและรับรู้ถึงจุดหมายปลายทางของการเดินทางท่องเที่ยวที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

(2) หน่วยงานภาครัฐที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานพัฒนาการท่องเที่ยวโดยตรง อาทิ กระทรวงคมนาคมขนส่ง กระทรวงมหาดไทย ควรใช้ข้อมูลในส่วนนี้ในการพิจารณาปรับปรุงแก้ไข สาธารณูปโภค เพื่อตอบสนองนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

(3) หน่วยงานภาครัฐทั้งในส่วนกลางและในระดับพื้นที่ ควรทำงานให้เป็นระบบ มีความรู้ความเข้าใจ ตระหนักถึงความสำคัญและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชนแบบขาดความเข้าใจอย่างแท้จริง

(4) ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันให้มากขึ้น ไม่ควรเป็นการทำงานแบบแย่งชิงพื้นที่และขาดการประสานงานกัน เพราะการทำงานในลักษณะดังกล่าวเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อคนในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวว่า ชุมชนต้องการหรือไม่อย่างไร จะพัฒนาไปในทิศทางใด มีความพร้อมมากน้อยเพียงใด และจำเป็นหรือไม่ที่จะส่งเสริมให้ในหลายพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ที่ได้คุณภาพ

(5) หน่วยงานภาครัฐควรเข้ามามีบทบาทช่วยเสริมศักยภาพให้กับชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวมีความพร้อมมากขึ้น เช่น การสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการตลาด การพัฒนาทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษ และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น ความสะอาดของห้องน้ำสาธารณะ และการบริหารจัดการเรื่องระบบขนส่งสาธารณะให้มีความคล่องตัว เป็นต้น

ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการ 

(1) ผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยว ควรให้ความสำคัญในการให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง ถูกต้อง เชื่อถือได้และการเป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยว รวมถึงข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เลือกใช้การค้นหาข้อมูลผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตต่าง ๆ เว็บไซต์ของบริษัทนำเที่ยวในพื้นที่เป้าหมายและราคาที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยว

(2) การจัดการที่พัก จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายนั้นมีความต้องการที่จะพักในรูปแบบของรีสอร์ทขนาดเล็กที่มีผู้เข้าพักน้อย มีเอกลักษณ์ของตนเอง หรือมีกลิ่นอายความเป็นท้องถิ่นเจือปนอยู่ โดยเน้นเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายเองมีความเต็มใจจ่ายเพื่อที่พักและกิจกรรมการท่องเที่ยวในราคาสูงที่สมเหตุสมผล

(3) ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นบริษัททัวร์ ที่พัก ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และการขนส่งสาธารณะ มีบทบาทสำคัญในการให้ข้อมูล แนะนำแหล่งท่องเที่ยว และเชื่อมโยงระหว่างคนพื้นที่และนักท่องเที่ยวให้ได้รับประสบการณ์ท่องเที่ยวท้องถิ่นที่มีคุณค่าน่าประทับใจ

(4) การเตรียมความพร้อมให้กับบุคลการที่ส่วนเกี่ยวข้องกับการให้บริการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการในพื้นที่จำเป็นต้องพัฒนาคุณภาพการให้บริการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมีทักษะสื่อสารภาษาต่างประเทศได้ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและส่งต่อนักท่องเที่ยวระหว่างกัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลายและพักอยู่ในพื้นที่นานมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ที่คนในพื้นที่จะได้รับจากการท่องเที่ยวร่วมกัน เกิดการกระจายรายได้เพิ่มมากขึ้น การท่องเที่ยวไม่กระจุกตัวอยู่ในบางพื้นที่เท่านั้น

ข้อเสนอแนะสำหรับชุมชนท้องถิ่น

(1) บทบาทของชุมชนท้องถิ่นต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย ควรแสดงออกในฐานะเจ้าบ้านที่ดีเป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับความเป็นชุมชนของตนเอง ไม่จำเป็นต้องปรับตัวหรือเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อรองรับตามความต้องการของนักท่องเที่ยว แต่ควรมีกระบวนการในการสร้างการยอมรับที่จะเข้าร่วมกิจกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย

(2) การออกแบบสินค้าและบริการที่แสดงออกถึงความเป็นชุมชนของตนคือสิ่งสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว และสร้างคุณค่าในผลิตภัณฑ์ การส่งเสริมกลุ่มอาชีพ การรื้อฟื้นและใช้ประโยชน์จากวัฒนธรรมของตน การส่งเสริมประเพณี ภูมิปัญญา และการมีส่วนร่วมของชุมชนจะทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง ที่จะสามารถรองรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยวได้

(3) ผู้นำชุมชนด้านการท่องเที่ยว ควรตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว และภูมิปัญญาท้องถิ่นว่า สิ่งเหล่านี้มีปัจจัยสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ท้องถิ่นเกิดขึ้นในชุมชนได้

(4) การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน การผลักดันให้เกิดการท่องเที่ยวขึ้นในชุมชน โดยคนในชุมชนส่วนใหญ่ต้องได้รับประโยชน์ และยังคงรักษาอัตลักษณ์ของตนเองเอาไว้ การท่องเที่ยวที่อาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในชุมชน เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมทั้งร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมลงมือทำ ร่วมรับประโยชน์ และร่วมกันประเมินผล เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นภายในชุมชน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้เพิ่มมากขึ้น

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “การพัฒนาแนวทางการตลาดที่เหมาะสมสำหรับสินค้าการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ท้องถิ่น (Local Experience) ของประเทศไทย ภายใต้โครงการ The LINK”

หัวหน้าโครงการ : ผศ. ดร.จิตศักดิ์ พุฒจร
สนับสนุนโดย : เครือข่ายบริหารองค์กรงานวิจัยแห่งชาติ (ศอบช.)

เรียบเรียง คณพศ ภูวบริรักษ์
กราฟิก ณปภัช เสโนฤทธิ์
พิสูจน์อักษรและตรวจทาน วริศรา ศรีสวาท
00:00
00:00
Empty Playlist