RC20237-1.1

การเรียนภาษาอังกฤษท่ามกลางสามจังหวัดสามชายแดนใต้

เมื่อกล่าวถึงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ หลายคนคงมองเห็นภาพถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ในขณะเดียวกันยังคงมีประชากรหลายคนที่อาศัยอยู่ใน 3 จังหวัดนี้ และต้องดำเนินชีวิตตามปกติทั่วไป เช่นเดียวกับเรื่องของการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่เยาวชนหรือผู้ที่เป็นอนาคตของชาติจะต้องได้รับ เพื่อให้ประเทศมีการพัฒนา เติบโตขึ้นต่อไปได้ นอกเหนือจากวิถีชีวิตความเป็นอยู่ทั่วไปของประชาชนในสามจังหวัดชายแดนใต้แล้ว ปัญหาทางด้านการศึกษาอาจเป็นปัญหาที่ถูกมองข้ามไปและคนส่วนใหญ่ไม่ได้คำนึงถึงมากนัก คำถามที่น่าสนใจตามมาคือ “เยาวชนที่อาศัยอยู่ในสามจังหวัดชายแดนใต้นี้ สามารถได้รับการเรียนการสอนเหมือนกับจังหวัดอื่นทั่วไปหรือไม่ มีปัญหาอะไรที่พวกเขาน่าจะต้องเจอและเป็นอุปสรรคกับการเรียนรู้บ้าง?”

ตามโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทย ทุกสถานศึกษาจำเป็นต้องมีการจัดการให้ความรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ซึ่งเป็นรายวิชาทั่วไปที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานพื้นฐานอาชีพและเทคโนโลยี และกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ แม้ว่าทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้จะมีความสำคัญ แต่กลุ่มสุดท้าย คือ ภาษาต่างประเทศ เป็นกลุ่มที่ต้องควรให้ความสำคัญอย่างมากในประเทศไทย เนื่องจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลหรือภาษากลางที่ใช้สื่อสารกันทั่วทุกมุมโลก เช่นเดียวกันกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จะมีการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารเป็นหลัก คนในประเทศซึ่งเปรียบเสมือนกำลังแรงงานและเป็นทรัพยากรที่สำคัญของประเทศจึงควรให้ความสำคัญและพัฒนาความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาให้ประเทศมีความก้าวหน้า ก้าวทันตามประเทศอื่น อีกทั้งยังสามารถนำไปสู่การพัฒนาด้านอื่น ๆ ได้ โดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศ เพราะจำเป็นต้องมีการติดต่อสื่อสารกับต่างประเทศ เพื่อให้ประเทศสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้

อย่างไรก็ตามจากผลการทดสอบภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ พบว่า ในภาพรวมประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยที่ค่อนข้างต่ำ ประเทศไทยจึงหันมาให้ความสนใจต่อการพัฒนาภาษาอังกฤษของเยาวชน พยายามพัฒนาโครงสร้างหลักสูตรการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อแก้ไขปัญหาของความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษที่ค่อนข้างต่ำของคนไทย เช่นเดียวกับในการจัดการศึกษาของพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ที่พยายามจะพัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้น จากยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2555 – 2557 โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ มีหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สำคัญ คือ การส่งเสริมการศึกษา ศาสนา ภาษา ศิลปะ พหุวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพื่อพัฒนาศักยภาพประชาชนทั้งภาษาไทย อาหรับ มลายู และภาษาอังกฤษ การพัฒนาที่วางแผนไว้ยังไม่ทันได้เริ่ม และปัญหามากมายเกี่ยวกับการศึกษาในพื้นที่ยังไม่ทันได้รับการแก้ไข แต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบก่อน จึงทำให้การแก้ปัญหาต้องสะดุดลง

ผลกระทบที่ตามมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบของพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ คือ การเรียนการสอนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทำให้ต้องหยุดเรียนบ่อยครั้ง เนื่องจากเวลาเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในแต่ละครั้ง โรงเรียนหรือสถานศึกษาหลายแห่งในพื้นที่จำเป็นต้องหยุดการสอน เพราะเกรงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยกับทั้งตัวผู้สอนและนักเรียน กิจกรรมการเรียนการสอนจึงต้องหยุดชะงัก และเป็นไปอย่างไม่ต่อเนื่อง ดังเช่น โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาของเทศบาลที่ประสบปัญหาเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยจากเหตุการณ์ความรุนแรง ทำให้ต้องปิดโรงเรียนเสมอ ครูจึงมีเวลาสอนไม่เพียงพอตามโครงสร้างแผนการเรียนการสอนที่ได้วางเอาไว้ รวมถึงไม่มีมาตรการรองรับสำหรับการหยุดเรียนของโรงเรียน ทำให้นักเรียนมีเวลาเรียนน้อยลง จึงไม่สามารถเรียนตามทันบทเรียนที่วางไว้ได้ และไม่ได้รับความรู้เพียงพออย่างที่ควรจะเป็น

การเรียนภาษาอังกฤษควรมีความต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เรียนมีความเข้าใจอย่างมีประสิทธิภาพ และมีความสามารถอย่างน้อยเพื่อการสื่อสารได้ สถานบันศึกษาส่วนใหญ่ไม่มีบทเรียนให้นักเรียนสามารถนำไปเรียนรู้ด้วยตนเองที่บ้าน ไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณอย่างเพียงพอในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษ และมีจำนวนอาจารย์ผู้สอนภาษาอังกฤษที่ไม่เพียงพอ หรือหากมีมักจะไม่ได้ประสิทธิภาพมากนัก อันเนื่องมาจากครูผู้สอนที่มีความรู้ความสามารถไม่อยากเข้ามาอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย จึงทำให้โรงเรียนต้องรับครูที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับภาษาอังกฤษมาสอนแทน โดยครูดังกล่าวส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนจบทางด้านภาษาโดยตรง แต่เป็นครูที่เรียนจบในสาขาอื่น ซึ่งมีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ อีกทั้งการพยายามรับครูต่างชาติ หรือเจ้าของภาษาเข้ามาสอนนักเรียนในพื้นที่ เป็นไปได้ยากเนื่องจากเหตุการณ์ความรุนแรงอาจส่งผลกระทบต่อชาวต่างชาติได้

นอกจากประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่แล้ว วัฒนธรรมในสามจังหวัดชายแดนใต้เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ส่งผลต่อการพัฒนาความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ทำให้นักเรียนในพื้นที่มีพัฒนาการที่ค่อนข้างช้า และมีความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษไม่เทียบเท่ากับพื้นที่อื่น เป็นที่ทราบกันดีว่าบริบทของพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ มีการใช้ภาษามลายูเป็นภาษาท้องถิ่น และมีภาษาอาหรับเป็นภาษาที่ใช้ในการศึกษาคัมภีร์อัลกุรอาน เนื่องจากในพื้นที่นี้จะนับถือศาสนาอิสลามเป็นหลัก สถานศึกษาจึงให้ความสำคัญกับการศึกษาในภาษามลายู และภาษาอาหรับ มากกว่าภาษาอังกฤษ เพราะมีความใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของผู้เรียนมากกว่า รวมถึงผู้ปกครองส่วนใหญ่มีทัศนคติที่ว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาของคนต่างศาสนา ไม่ใช่ของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม จึงไม่จำเป็นต้องให้ลูกหลานเรียนรู้มากนัก แต่อย่างไรก็ตามโรงเรียนเอกชนในพื้นที่จะสอนศาสนาอิสลาม โดยจัดให้เรียนทั้งภาษาอังกฤษ อาหรับ และมลายู การเรียนหลายภาษาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นักเรียนเรียนรู้ได้ช้า เนื่องจากต้องพยายามทำความเข้าใจ เพื่อให้ตนมีความสามารถแบบพหุภาษา จนกลายเป็นการพยายามเรียนแบบท่องจำ ซึ่งทำให้ขาดความมั่นใจ และไม่สามารถนำไปใช้ในการสื่อสาร หรือใช้ในชีวิตจริงได้มากนัก

จากปัญหาการเรียนภาษาอังกฤษของสามจังหวัดชายแดนใต้ที่กล่าวไป แนวทางที่ควรจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ภาษาอังกฤษในพื้นที่นี้ คือ การเพิ่มมาตรการรองรับเมื่อจำเป็นต้องหยุดเรียนชั่วคราว ดังเช่น เพิ่มการเรียนออนไลน์ หรือบทเรียนที่นักเรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ เพิ่มกิจกรรมนอกห้องเรียนที่สามารถพัฒนาความรู้ด้านภาษาให้มากขึ้น โดยเรียนรู้จากสิ่งรอบตัว เริ่มจากคำศัพท์ง่าย ๆ และให้ความสำคัญกับการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารได้ อีกทั้งควรมีการปรับโครงสร้างแผนการเรียน โดยจัดปฏิทินการศึกษาที่อิงตามบริบททางสังคม เนื่องจากพื้นที่เป็นพหุวัฒนธรรม จึงทำให้มีวันหยุดราชการ วัดหยุดสำคัญที่เกี่ยวข้องตามศาสนาต่าง ๆ รวมทั้งวันหยุดที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด การจัดการเรียนการสอนชดเชยนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ดังนั้นการวางแผนการสอนให้ครอบคลุมเนื้อหาและวันหยุดทั้งหมด จึงเป็นสิ่งที่ควรนำมาพัฒนาต่อ อีกทั้งควรมีการพัฒนาเนื้อหา โดยเพิ่มเนื้อหาท้องถิ่นเข้าไป สอดแทรกเนื้อหาทางด้านศาสนาที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตนตามวิถีอิสลาม วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ทั้งภาษาอังกฤษจากเรื่องใกล้ตัว ที่เกี่ยวข้องกับตนเองได้ นอกจากนั้นควรมีการจัดสอบก่อนการเปิดภาคเรียน เพื่อทดสอบระดับความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ และจัดกลุ่มนักเรียนที่มีความสามารถเท่ากันอยู่ในระดับเดียวกัน และจัดสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษกับครูผู้สอนอยู่เสมอ หรือสนับสนุนงบประมาณเพื่อส่งเสริมให้ครูผู้สอนมีความสามารถที่มากขึ้น หากครูที่มีความสามารถไม่ต้องการเข้ามาในพื้นที่ เนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย การพัฒนาผู้สอนปัจจุบันอาจเป็นการแก้ปัญหาที่เหมาะสม

นอกเหนือจากปัญหาของการเรียนภาษาอังกฤษทั่วไปที่อาจพบเจอได้ในหลาย ๆ พื้นที่ แต่ปัญหาของพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นสิ่งที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่มาจากการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง และความหลากหลายทางศาสนาวัฒนธรรม อันส่งผลให้การเรียนการสอนภาษาอังกฤษมีการพัฒนาได้อย่างช้า และไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นการแก้ปัญหาอันเนื่องมาจากบริบทพื้นที่นั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก แต่การพยายามหาแนวทางในการพัฒนาเพื่อตอบสนองพัฒนาการทางการศึกษา และยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้เทียบเท่ากับพื้นที่อื่นอาจเป็นสิ่งที่สามารถทำได้และประสบความสำเร็จได้มากกว่า หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจึงควรร่วมมือกันเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาทางด้านการศึกษาของพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เยาวชนอนาคตของชาติมีความรู้ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษตามทันกับพื้นที่อื่น และประเทศอื่น

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “โครงการการพัฒนาการเรียนรู้ภาษาอังกฤษในสามจังหวัดชายแดนใต้”

หัวหน้าโครงการ : ผศ. ดร.ธงพล พรหมสาขา ณ สกลนคร

สนับสนุนโดย : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

เรียบเรียง พัทธ์ธีรา สมบูรณ์สิน
กราฟิก ชนกนันท์ สราภิรมย์
พิสูจน์อักษรและตรวจทาน จินตนา ธรรมวงษ์
00:00
00:00
Empty Playlist