RC20315 (ปก)

สภาพปัญหาที่เกิดจากการดำเนินการภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

หากใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่จะได้พักผ่อนหย่อนใจ พร้อมกับชมความสวยงามของธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่คงเป็นที่ที่ขึ้นมาในใจเป็นอันดับต้น ๆ ของคนไทยหลายคน เนื่องจากในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีจุดท่องเที่ยวทางธรรมชาติเป็นที่นิยมของคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกเหวสุวัต หรือน้ำตกเหวนรก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมนันทนาการที่หลากหลาย อาทิ เดินป่า ขี่จักรยานชมวิว ดูนก ดูพฤติกรรมสัตว์ป่าในธรรมชาติ ทำให้ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมและศึกษาหาความรู้เป็นจำนวนมาก

จากสถิตินักท่องเที่ยวย้อนหลังปี พ.ศ. 2554 ถึง พ.ศ. 2557 พบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนเฉลี่ย 955,976 คนต่อปี โดยถ้าเป็นวันหยุดเทศกาลหรือวันหยุดต่อเนื่อง ก็จะยิ่งมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น จนทำให้เกิดปัญหานักท่องเที่ยวหนาแน่นเกิดขีดจำกัดของพื้นที่ เกิดปัญหาจราจรติดขัด พื้นที่ในการรองรับกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ ลานจอดรถ ลานกางเต็นท์ บ้านพัก ห้องสุขา ร้านค้า ร้านอาหารไม่เพียงพอ และเกิดความแออัดหนาแน่น ส่งผลให้เกิดปัญหาต่อสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ทั้งด้านมลภาวะทางเสียง ฝุ่นควัน ขยะ น้ำเสีย ทำให้ทัศนียภาพเสื่อมโทรมและเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของสัตว์ป่า เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้ก็ไม่ได้เพียงแต่เกิดขึ้นมาจากนักท่องเที่ยวเท่านั้น ในบทความที่แล้วเรื่อง “ผลกระทบที่เกิดจากการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” ได้นำเสนอสภาพปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากนักท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้องภายในอุทยานแล้ว ในบทความนี้ จึงจะนำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นภายในอุทยาน โดยจะนำเสนอจากสภาพปัญหาที่เกิดจากการดำเนินการของอุทยานแห่งชาติ ทั้งในระดับนโยบายและในระดับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน

ปัญหาและผลกระทบด้านนโยบายการจัดการ

  • อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ยังไม่มีนโยบายการจัดการอุทยานแห่งชาติที่ชัดเจนและเหมาะสม ยังคงขาดแผนการจัดการ (Management Plan) ที่ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ

จึงทำให้มีการประกาศกำหนดและแก้ไขเขตการจัดการ (zoning) โดยเฉพาะเขตบริการ ซึ่งส่งผลให้เกิดการวางผังบริเวณ (site plan) ไม่เหมาะสม ทำให้การพัฒนาพื้นที่อุทยานแห่งชาติเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ อย่างการพัฒนาพื้นที่บริเวณทุ่งหญ้าในบริเวณด้านข้างสำนักงานอุทยานแห่งชาติ จนถึงบริเวณค่ายพักแรมสุรัสวดี ที่ได้มีการก่อสร้างและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายจนอาจทำให้เสียความเป็นธรรมชาติไปได้

  • มีการออกมาตรการที่ไม่เหมาะสมและขัดต่อหลักการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการแบ่งเขตพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ที่ไม่เหมาะสม

เช่น การแบ่งพื้นที่ลานกางเต็นท์ล้าตะคอง บางส่วนอนุญาตให้ทำการประกอบอาหารได้ แต่ขาดระบบการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ดีพอ ซึ่งส่งผลให้เกิดการทำลายและก่อให้เกิดมลพิษสิ่งแวดล้อม การจัดพื้นที่จอดรถยนต์และพื้นที่กางเต็นท์ที่ยังไม่ชัดเจน มีการจอดรถและกางเต็นท์รุกล้ำเข้าไปทำความเสียหายต่อระบบนิเวศธรรมชาติอยู่เสมอ

  • ปัญหาการสั่งการที่ขาดความรอบคอบทำให้เกิดปัญหาในการนำไปปฏิบัติในระดับพื้นที่

เช่น การออกคำสั่งลดค่าเข้าอุทยานแห่งชาติแบบเร่งด่วน ทำให้ระดับพื้นที่ปรับตัวไม่ทัน ซึ่งในบางเรื่องมีรายละเอียดมาก แต่ส่วนกลางออกคำสั่งโดยไม่คำนึงถึงการนำไปปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ หรือบางครั้งสั่งการคลุมเครือไม่ครอบคลุมและไม่อธิบายเหตุผลให้นักท่องเที่ยวเข้าใจอย่างถ่องแท้

  • ปัญหาการขาดระบบการจัดการขยะและน้ำเสียที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

ทำให้เกิดขยะตกค้าง โดนสัตว์ป่าคุ้ยกระจาย และมีน้ำเสียพบกระจายตามบ้านพักและลานกางเต็นท์เสมอ อีกทั้งยังมีปัญหาการจัดการและควบคุมเรื่องการรองรับที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร โดยในช่วงฤดูหนาวมักมีนักท่องเที่ยวมากเกินขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ ทำให้เกิดการรุกล้ำเข้าไปจอดรถและกางเต็นท์

ปัญหาและผลกระทบด้านการบริหารจัดการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ

นอกจากปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากนโยบายการจัดการแล้ว ในส่วนของการบริหารและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ก็มีปัญหาและมีผลกระทบ อย่างเช่น

  • ในส่วนบริการและต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและสำนักงาน รวมทั้งอุปกรณ์การรักษาความปลอดภัยที่ยังไม่เพียงพอ และ/หรือ ไม่พร้อมให้บริการ

บางแห่งไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำส่วนบริการ ส่วนประชาสัมพันธ์ ส่วนรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่กู้ภัย และเวรยามรักษาการณ์ รวมถึงพื้นที่ที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ หรือมีอยู่แต่ไม่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ บางคนยังขาดวินัยและขาดความรับผิดชอบในหน้าที่ หรือบางครั้งไปปฏิบัติงานอื่นหรืองานส่วนตัว เช่น การขายของที่ระลึก และการขายของใช้ เป็นต้น

  • การอนุญาตให้เอกชนเข้ามาเปิดบริการร้านค้าชั่วคราวในช่วงเทศกาลที่ยังขาดการควบคุมและการจัดการที่ไม่ดีพอ

โดยจะพบได้ในบริเวณจุดท่องเที่ยวโดยรอบอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรือแม้กระทั้งอุทยานแห่งชาติอื่น ๆ อาทิ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติออบหลวง อุทยานแห่งชาติดอนผ้าห่มปก ที่ยังขาดการควบคุมและการบริหารจัดการที่ยังไม่ดีพอ ทั้งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข ทำให้พบขยะตกค้าง การทิ้งน้ำเสีย และทัศนอุจาดเกิดขึ้น

  • ปัญหาเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแต่งกายไม่พร้อมให้บริการโดยเฉพาะตามหน่วยพิทักษ์ฯ โดยรอบ เจ้าหน้าที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสม ขาดวินัยและขาดความรับผิดชอบในหน้าที่ ไม่ทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดี

อาทิ เจ้าหน้าที่ใช้รถยนต์ที่ก่อให้เกิดควันดำ การขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่เป็นระเบียบ ส่งเสียงดัง ดื่มสุรา และเมาสุรา ส่วนใหญ่จะพบบริเวณสถานที่กางเต็นท์ และตามหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดต่อเนื่องและวันหยุดนักขัตฤกษ์ อีกทั้งปัญหาการนำสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงในอุทยานแห่งชาติ อาทิ แมว สุนัข ไก่ นก ปลา จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่า บริเวณตอนกลางของพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จะพบเจ้าหน้าที่เลี้ยงแมวและสุนัข ส่วนตามหน่วยพิทักษ์โดยรอบจะพบการเลี้ยงแมว สุนัข นก และไก่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบว่าเจ้าหน้าที่บางคนยังชีพในป่า ด้วยการหาปลา เก็บเห็ด หน่อไม้เป็นอาหาร

  • เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติบางคนยังขาดความรู้ความเข้าใจและการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ดี ทำให้เกิดการให้ข้อมูลแบบสองมาตรฐาน เจ้าหน้าที่บางคนไม่สามารถสื่อความหมายหรือความสำคัญของพื้นที่อุทยานฯ ได้ชัดเจน ขาดการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารที่ดีระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้รับบริการ

โดยเฉพาะกับชาวต่างประเทศที่เข้ามาท่องเที่ยว เช่น กรณีที่นักท่องเที่ยวประสบปัญหาจากกิจกรรมการท่องเที่ยว เช่น การพบช้างป่า การล่องแก่ง การให้อาหารสัตว์ป่า และอื่น ๆ เจ้าหน้าที่บางคนตัดสินใจแก้ไขปัญหาหรือแนะนำการปฏิบัติให้นักท่องเที่ยวไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสมและไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการอบรมให้ความรู้ และเสริมเทคนิคการสื่อความหมายที่ดี ตลอดจนการฝึกฝนให้เป็นหน้าที่ที่มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารให้ดีขึ้น ซึ่งในเรื่องการสื่อสารของเจ้าหน้าที่แล้ว ยังพบปัญหาการให้บริการข้อมูล และคำแนะนำที่มีการให้ข้อมูลไม่สอดคล้องกันในแต่ละคนซึ่งขึ้นกับประสบการณ์ ทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้เสมอ เช่น การบอกเส้นทาง การแนะนำจุดที่น่าสนใจ รวมถึงการให้บริการความรู้ทางวิชาการ

  • ปัญหาบริเวณด่านตรวจขาดการเข้มงวดตรวจตรา

เนื่องจากยังคงพบนักท่องเที่ยว หรือผู้ประกอบการแอบลักลอบการนำทรัพยากรออกไป และมีการนำสิ่งของและสัตว์ป่ามาทิ้งหรือปล่อยอยู่เสมอ อีกทั้งยังพบว่ามีการปลูกต้นไม้ต่างถิ่น ไม้ประดับต่างถิ่น พืชต่างถิ่นรุกราน ทั้งในเขตบริการและสำนักงาน หรือบางครั้งตามเส้นทางเดินป่าจะพบไม้ต่างถิ่นขึ้นอยู่ทั่วไป เช่น มะขามหวาน มะม่วง ผกากรอง

  • เจ้าหน้าที่ขาดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน ขาดการสนับสนุนสวัสดิการ ส่งผลถึงการให้บริการด้านการท่องเที่ยวไม่ดีเท่าที่ควร

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังขาดคู่มือการปฏิบัติงาน การประชุมซักซ้อมและการฝึกอบรมทบทวนเพื่อเพิ่มทักษะการปฏิบัติงานตลอดจนการประเมินสมรรถนะเจ้าหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งที่ขาดหายไปสำหรับเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้เจ้าหน้าที่บางคนฝ่าฝืนคำสั่งหรือข้อห้ามเสียเอง เช่น การห้ามนำภาชนะที่ทำด้วยโฟมเข้ามา การห้ามขายสุรา การก่อกองไฟในป่าธรรมชาติ เป็นต้น

จะแก้ปัญหาที่เกิดจากการดำเนินการภายในอุทยานเหล่านี้อย่างไร?

จากข้อมูลปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทั้งหมด ที่ได้นำเสนอไปข้างต้น ได้นำข้อมูลมาจาก แผนงานวิจัย “การศึกษาปรับปรุงและบังคับใช้กฎระเบียบ และมาตรการพิเศษเพื่อสนับสนุน ให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” โดยคณะผู้วิจัยได้ทำการศึกษาสำรวจสภาพพื้นที่ภาคสนาม และรวบรวมข้อมูลในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อีกทั้งยังมีการจัดประชุมระดมความคิดเห็นทีมงานวิจัย ร่วมกับนักวิชาการจากสำนักอุทยานแห่งชาติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งในแผนงานวิจัยนี้ ได้กำหนดแผนกลยุทธ์และแนวนโยบายการบริหารจัดการ 5 แผนกลยุทธ์ เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้อย่างยั่งยืนและได้มาตรฐานไว้แล้ว โดยในบทความนี้จะขอยกตัวอย่างแนวทางการปรับปรุงกฎระเบียบและการบังคับใช้มาเพียงบางส่วน ดังนี้

  • การพัฒนากลยุทธ์ในการเพิ่มพูนศักยภาพและประสิทธิภาพของพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ดูแลแหล่งท่องเที่ยว และองค์ความรู้
  • การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย
  • การสร้างขวัญกำลังใจและสวัสดิการที่ดีขึ้น
  • การสร้างความร่วมมือมากกว่าการบังคับใช้แต่กฎหมาย
  • การกระตุ้นให้เกิดแนวร่วมช่วยดูแล โดยใช้แนวคิดนักท่องเที่ยวช่วยเป็นหูเป็นตาแทนเจ้าหน้าที่
  • การทบทวนปรับปรุงให้มีความชัดเจน มีเนื้อหาที่กระชับเข้าใจง่ายในระเบียบมาตรการ และพัฒนาคู่มือการปฏิบัติงานของทั้งเจ้าหน้าที่ให้ดีขึ้น

แนวทางข้างต้นนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งสำหรับการปรับปรุงกฎระเบียบและการบังคับใช้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอุทยานเขาใหญ่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับในอุทยานไม่ได้เกิดขึ้นจากเพียงฝั่งนักท่องเที่ยว หรือฝั่งเจ้าหน้าที่เท่านั้น หากแต่เป็นหน้าที่ของทุกคนที่มีส่วนร่วมกันรับผิดชอบ ในการช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีสืบไป

อ้างอิงข้อมูลจาก

รายงานวิจัยเรื่อง “การศึกษาปรับปรุงและบังคับใช้กฎระเบียบและมาตรการพิเศษเพื่อสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่”

ผู้วิจัย : นายชลธร  ชำนาญคิด และคณะ
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง ธนภัทร ทองสอน
กราฟิก ภาสินี ศิริปิ่น
พิสูจน์อักษรและตรวจทาน กัณณพิชญ์ชา แก้ววิลัย
00:00
00:00
Empty Playlist