RC20300 (web)

อุปสรรคขององค์กรในกระบวนการยุติธรรมกับการจัดการปัญหาการค้ามนุษย์

การค้ามนุษย์เป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติที่สำคัญในระดับสากลและถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง โดยขบวนการค้ามนุษย์ซึ่งเกิดขึ้นและมีความเกี่ยวพันกับหลายประเทศทั่วทุกภูมิภาคของโลก ทำให้มนุษยชนได้รับความเสียหายทั้งร่างกายและจิตใจ ต้องสูญเสียโอกาสและอนาคต รวมถึงเกิดความสูญเสียและเสียหายต่อบุคคลรอบข้าง ชุมชน และสังคม ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งหน่วยงานรัฐในประเทศไทยก็ไม่มีเอกภาพและอำนาจ เพียงพอในการจัดการปัญหาที่ต้องเกี่ยวพันกับหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงาน ทำให้การประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรในกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ยังมีปัญหาอยู่ และทำให้การปฏิบัติงานยังไม่สมบูรณ์เพียงพอ ทำให้การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ โดยเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ดังนี้

นโยบายของรัฐต่อการจัดการปัญหาการค้ามนุษย์นำไปสู่ปัญหาของการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน

จากนโยบายของรัฐที่ต้องการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ให้ลดน้อยลงโดยมีจุดมุ่งหมายให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากการจัดอันดับบัญชีกลุ่มที่ 2 ซึ่งต้องจับตามองของต่างประเทศ (Tier 2 Watch List) ทำให้รัฐมุ่งไปที่การกำจัดอาชญากรรมค้ามนุษย์ให้ได้อย่างรวดเร็ว การเน้นที่สถิติหรือเน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ ทำให้การอำนวยความยุติธรรมไม่อาจดำเนินไปได้อย่างแท้จริง ทั้งยังสร้างความกดดันให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน

การประชุมหารือการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์ เจ้าหน้าที่มักมีความรู้สึกเครียดทุกครั้ง การประชุมดังกล่าวมิใช่การประชุมเพื่อประสานงาน แลกเปลี่ยน หรือปรึกษาหารือเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน แต่เป็นการโยนความผิดให้กันเพื่อปกป้องตนเองมากกว่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมประชุมท่านหนึ่งให้ความเห็นว่า การประชุมแต่ละครั้ง หน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมต่างคนต่างเอาตัวรอด มักโยนความผิดให้หน่วยอื่น และกล่าวว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากหน่วยงานของตน ทำให้บรรยากาศในความร่วมมือไม่เกิดขึ้น และเมื่อมีกฎหมายที่แก้ไขใหม่ให้ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่หนักขึ้น กลับทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่าที่จะเป็นการบูรณาการร่วมกัน แต่ละหน่วยงานพยายามทำให้หน่วยงานของตนมีความโดดเด่นกว่าหน่วยงานอื่นเป็นการทำงานที่มีทัศนคติไม่ตรงกันในการร่วมกันแก้ปัญหา ซึ่งทำให้ผิดวัตถุประสงค์ที่แท้จริง

จากที่กล่าวมา จึงนำไปสู่การไม่แบ่งปันข้อมูล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักหวงข้อมูลของตนเพื่อสร้างผลงานให้แก่หน่วยงานของตนเอง เนื่องจากเป็นเรื่องการแข่งขันระหว่างหน่วยงาน ทำให้ไม่เกิดการประสานงานเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน หน่วยงานราชการในปัจจุบันนี้ อยู่ในสภาวะต่างคนต่างเก็บข้อมูลของตนเองไว้ และไม่ต้องการแบ่งปันข้อมูล ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญที่จะสร้างผลงานในหน่วยงานของตนให้โดดเด่นกว่าหน่วยงานอื่น เพราะต่างก็ต้องการผลงานให้เป็นของหน่วยงานของตนเอง

การที่ภาครัฐแต่งตั้งบุคคลขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่คอยถามเชิงรุกในรูปแบบคำถามแบบไล่จี้ คอยหาเหตุผลว่าทำไมจึงปฏิบัติไม่เป็นไปตามเป้า ซึ่งในบางครั้งหน่วยงานหรือองค์กรเหล่านั้นย่อมมีเหตุผลที่ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเป้าหมายได้ โดยที่รัฐอาจไม่เข้าใจเพราะรัฐมุ่งไปที่ปริมาณมากกว่าคุณภาพ การเน้นที่ปริมาณมากกว่าคุณภาพนั้น มิใช่ประสบปัญหาเฉพาะด้านการจับกุมหรือการสั่ง ฟ้องคดีเท่านั้น แต่เป็นปัญหาต่อองค์กรที่ทำหน้าที่ดูแลผู้เสียหายอีกด้วย ยกตัวอย่างของปัญหาด้านนโยบายที่เกิดขึ้นกับสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่เห็นชัดเจน คือ ประเด็นการทำงานของผู้เสียหาย ได้ผ่อนผันให้ผู้เสียหายนั้นอยู่ในประเทศได้เป็นการชั่วคราว สถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จึงต้องเตรียมความพร้อมให้กับผู้เสียหายเพื่อที่จะออกไปทำงาน แต่เมื่อถูกตรวจสอบ หากอัตราการทำงานของผู้เสียหายมีน้อยเมื่อเทียบกับสัดส่วนผู้เสียหายที่มี เจ้าหน้าที่ก็มักจะถูกสอบถามถึงเหตุผลอยู่เสมอ เสมือนว่าเจ้าหน้าที่ทำงานบกพร่อง ทำให้สถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ใช้วิธีแก้ไขปัญหาด้วยการส่งผู้เสียหายไปทำงานประเภทใดก็ได้ที่ไม่ผิดกฎหมาย แม้ค่าแรงจะน้อยก็ตาม ซึ่งผิดวัตถุประสงค์และถือเป็นการเอาเปรียบ ประเด็นเหล่านี้เคยนำปัญหาและข้อติดขัดเพื่อขอปรึกษาหารือจากผู้กำหนดนโยบาย แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ ถูกเพ่งเล็งว่าทำงานไม่มีประสิทธิภาพ

ดังนั้น การกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ควรเป็นการมาประชุมร่วมกันแบบมิใช่การจับผิด ไม่โยนความผิดกันไปมา ควรเน้นที่คุณภาพมากกว่าปริมาณ เพื่อที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะได้ร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่ และเต็มใจที่จะแบ่งปันข้อมูลซึ่งกันและกัน ทำให้การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์มีประสิทธิภาพมากยิ่งกว่าเดิม 

การคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐ

ปัญหาการคอรัปชั่นเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้การประสานความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ประเทศสหรัฐอเมริกามีความสงสัยในพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ของไทยว่ายังมีการคอรัปชั่นอยู่มาก และการที่มีเจ้าหน้าที่บางส่วนที่คอรัปชั่น ทำให้คดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์มักจะไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่เหล่านี้ ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากจะไม่ให้ความร่วมมือแล้ว ยังอาจกระทำการถึงขั้นให้ความช่วยเหลือผู้กระทำผิดอีกด้วย ซึ่งปัญหานี้ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงและทำเป็นกระบวนการ

จากการลงพื้นที่ทำวิจัย การคอรัปชั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง การเรียกรับสินบนมีทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่ในท้องที่และจากหน่วยงานอื่นเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการเรียกรับสินบนจากการค้าบริการทางเพศ ผลการวิจัยพบว่า การทุจริตของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นปัญหาที่พบมากที่สุด โดยพบว่าเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายระดับสูงและนักการเมืองบางคนมีการเรียกรับส่วยจากสถานประกอบการค้าประเวณี นอกจากนี้ ประเด็นเกี่ยวกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล มักพบว่า นักการเมืองในท้องที่และเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายระดับสูงเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง โดยมากพบว่าบุคคลกลุ่มนี้เป็นเจ้าของสถานค้าประเวณี มีการใช้ยศตำแหน่งออกคำสั่งกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลในพื้นที่ให้หลีกเลี่ยงและละเลยการตรวจตราหรือเอาผิดสถานประกอบการค้าประเวณีที่มีผู้มีอิทธิพลมีส่วนได้ส่วนเสีย และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่นอกจากจะต้องเผชิญกับปัญหาผู้มีอิทธิพลแล้ว ยังมีปัญหาด้านงบประมาณในการป้องกันปราบปรามของแต่ละท้องที่มีไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงานอีกด้วย แม้จะมีกฎหมายออกมาลงโทษหนักเพียงใด แต่ตราบใดที่รายได้จากการค้ามนุษย์เป็นสิ่งที่ล่อตาล่อใจ ย่อมทำให้การค้ามนุษย์ไม่อาจหมดไปได้ และการที่จะทำให้กิจการค้ามนุษย์ราบรื่น ย่อมต้องอาศัยเจ้าหน้าที่รัฐในการมีส่วนร่วมให้ความสะดวก

ดังนั้น รัฐควรตระหนักและหันกลับมาแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ คือ ตัวเจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานของรัฐ และนโยบายของรัฐ ที่จะทำให้เกิดจิตสำนึกในการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ดีพร้อมกับการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ การปูนบำเหน็จความดีความชอบ โดยเฉพาะค่าตอบแทนที่สามารถให้เจ้าหน้าที่ ที่สามารถดำรงตนให้อยู่ได้อย่างมีเกียรติ

ปัญหากระบวนการภายในองค์กร

ปัญหากระบวนการภายในองค์กรเป็นประเด็นเกี่ยวกับการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติซึ่งเกิดตามแนวคิดทางรัฐศาสตร์ เนื่องมาจากการสร้างนโยบายเพื่อนำไปปฏิบัตินั้นมักมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง การนำนโยบายไปปฏิบัติจะแยกออกจากการออกแบบนโยบายไม่ได้ ปัญหาของการนำนโยบายไปปฏิบัติเกิดขึ้นเพราะมีการกำหนดขั้นตอนซับซ้อนและไม่ให้ความสนใจต่อการสร้างกลไกขององค์กรมารองรับการปฏิบัติ รวมทั้งไม่สนใจว่านโยบายนั้นมีทฤษฏี สาเหตุ และผลรองรับเพียงพอหรือไม่ การแก้ไขดังกล่าว ปัจจัยสำคัญคือ ผู้นำ หากผู้นำทำงานไม่ต่อเนื่อง นโยบายย่อมไม่สำเร็จ และปัจจัยอีกประการหนึ่งคือ ต้องกำหนดวิธีทำงานให้ง่าย ไม่ซับซ้อน ยุ่งยาก ซึ่งจากการที่องค์กรในกระบวนการยุติธรรมมีการออกนโยบายต่าง ๆ เพื่อให้บุคลากรในองค์กรปฏิบัตินั้น ผู้นำควรต้องคำนึงถึงศักยภาพของบุคลากร รวมถึงงบประมาณ อีกทั้งขั้นตอนการทำงานไม่ควรให้เกิดความซ้ำซ้อน เพราะแทนที่จะทำให้การดำเนินงานรวดเร็วขึ้น กลับกลายเป็นชักช้า ทำให้ไม่ทันต่อการแก้ปัญหา

ประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์

ประสิทธิภาพในการประสานงาน การทำงานร่วมกับองค์กรอื่นยังมีปัญหาในประเด็นของความไว้วางใจ เพราะการที่หน่วยงานอื่นเข้าไปตรวจพบหรือจับกุมคดีค้ามนุษย์ในพื้นที่ ย่อมสร้างความไม่พอใจให้กับ องค์กรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ทำให้เกิดความระแวดระวัง ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ที่สำคัญการค้ามนุษย์โดยเฉพาะตามต่างจังหวัด เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องควรต้องให้ความใส่ใจกับสิ่งที่น่าสงสัยในบางสถานการณ์ดูน่าสงสัยแต่เจ้าหน้าที่กลับไม่สงสัย เพราะเจ้าหน้าที่รู้สึกว่าไม่น่าสงสัย เมื่อไม่มีการร้องเรียน จึงไม่อาจนำไปสู่การจับกุม

ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน มักมีปัญหามากในขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งที่พบมากคือ ประสิทธิภาพในการทำสำนวนและการสอบสวน การจับกุม การดำเนินคดีที่ล่าช้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรมที่สามารถบ่งบอกได้ว่าการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ และปัญหาด้านประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานนั้น เป็นไปได้ที่จะเกิดจากความไม่เข้าใจกัน ขาดการประสานงานหรือการพูดคุยร่วมกันของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทำให้ไม่อาจรับรู้ปัญหาซึ่งกันและกันได้ ความร่วมมือที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญและจะทำให้งานราบรื่นไปด้วยดี

การแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการร่วมมือและถ่วงดุลกัน

จากประเด็นปัญหาความร่วมมือขององค์กรในกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ดังกล่าวข้างต้น ยังมิใช่คำตอบสำหรับความสำเร็จในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์เสียทั้งหมด ความร่วมมือหรือการประสานงานระหว่างองค์กรเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อการปฏิบัติงานร่วมกันเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จของงานและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็จริง แต่ทว่าการบริหารงานภายในองค์กรและการถ่วงดุลอำนาจระหว่างองค์กรก็มีส่วนสำคัญต่อการผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลดีด้วยเช่นกัน

ปัจจัยที่ทำให้ความร่วมมือประสบความสำเร็จได้ จึงต้องมีการประสานในประเด็นการทำความเข้าใจและยอมรับเป้าหมายร่วมกัน การกำหนดวิธีการวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางแก้ไข รวมทั้งวางแผนปฏิบัติและอำนวยความสะดวกในทรัพยากรร่วมกัน การจัดระบบประสานงานที่มีประสิทธิภาพ การที่ผู้บริหารระดับสูงควรส่งเสริมการสร้างบรรยากาศในการประสานงานและการทำงานร่วมกันทั้งสองฝ่าย การพัฒนาภายใต้ความร่วมมือ การยอมรับในความอิสระของแต่ละองค์กร ในการกำหนดกิจกรรมในส่วนความรับผิดชอบของตน และส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมใหม่ โดยยึดเป้าหมายการทำงานมากกว่าวิธีการ นอกจากประเด็นการบริหารงานภายในองค์กรที่นำไปสู่การประสานความร่วมมือที่ดีแล้วนั้น ยังมีประเด็นเรื่องของการถ่วงดุลอำนาจระหว่างกัน หากรัฐมุ่งที่การประสานงานหรือความร่วมมือระหว่างองค์กรเพียงอย่างเดียว โดยไม่ให้ความสำคัญกับการถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน อาจทำให้เกิดการใช้อำนาจที่มิชอบ

การถ่วงดุลที่ว่าต้องทำให้สมดุลกันนั้น อาจไม่จำเป็นต้องเท่ากันพอดีก็ได้ แต่ให้เน้นไปที่การสร้างสภาพสมดุล เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษถูกสร้างขึ้นมาโดยนัยว่าเป็นการถ่วงดุลอำนาจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เน้นการสืบสวนสอบสวน ดำเนินคดีที่เกี่ยวเนื่องกับเครือข่ายอาชญากรรมเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศที่มีมูลค่าสูง หน่วยงานนี้สามารถร่วมมือกันแบบถ่วงดุลอำนาจ ซึ่งกันและกัน เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรมได้

คณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติมีขีดความสามารถในการที่จะเป็นองค์กรที่เข้ามาเป็นองค์กรกลางที่คอยประสานความร่วมมือระหว่าง องค์กรในกระบวนการยุติธรรมได้เป็นอย่างดี นอกจากเป็นตัวเชื่อมการประสานงานแล้ว ยังช่วยในการปรับปรุงพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้เหมาะสมกับพลวัตในสังคม และเท่าทันความเปลี่ยนแปลงในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอีกด้วย

ดังนั้น การจัดการกับปัญหาการค้ามนุษย์ให้ได้ผลและมีประสิทธิภาพนั้นนอกจากต้องอาศัยความร่วมมือขององค์กรในกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์แล้ว องค์กรเหล่านี้ยังต้องมีระบบการบริหารจัดการที่ดีและมีการถ่วงดุลซึ่งกันและกันอีกด้วย และควรมีองค์กรที่เป็นกลางเข้ามาเป็นตัวเชื่อมความร่วมมือและตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจให้อยู่ภายในขอบเขต เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ 

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “ปัญหา อุปสรรค ด้านความร่วมมือขององค์กรในกระบวนการยุติธรรม กับการจัดการปัญหาการค้ามนุษย์”

หัวหน้าโครงการ : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยะพร ตันณีกุล และคณะ
สนับสนุนโดย : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

เรียบเรียง : กิตติชัย กงไกรสร
กราฟิก : ณปภัช เสโนฤทธิ์
ตรวจภาษาและความถูกต้อง : กัณณพิชญ์ชา แก้ววิลัย
00:00
00:00
Empty Playlist