THUMBNAIL_HYDRO POWER-01

“พลังน้ำขนาดเล็ก” พลังน้ำเพื่อชุมชน

“พลังงานน้ำ” คือ กำลังที่เกิดจากการไหลของน้ำ ซึ่งเป็นพลังที่มีอนุภาพมาก หากสามารถควบคุมพลังน้ำได้ตามแนวทางที่เหมาะสม พลังน้ำอันมหาศาลนั้น ก็สามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติได้

การใช้ประโยชน์จากพลังงานน้ำนั้นมีมาตั้งแต่อดีต ทว่า สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าด้วยพลังน้ำนั้นมีการพัฒนาขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 สำหรับในประเทศไทยเองนั้น มีการใช้พลังงานน้ำในการผลิตไฟฟ้าอย่างจริงจังในปี พ.ศ.2507 โดยการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก

เขื่อนภูมิพล

การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานนั้นมีข้อดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่ปลดปล่อยมลพิษ มีความยืดหยุ่นในกระบวนการผลิตสูง และมีการ Startup โรงไฟฟ้าได้รวดเร็ว การผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนนั้นจึงมักใช้จากพลังน้ำมาเสริมช่วงที่ความต้องการสูง

“พลังน้ำขนาดเล็ก” พลังน้ำเพื่อชุมชน

จากการประเมินศักยภาพพลังน้ำขนาดเล็กเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า พบว่าหลายแห่งมีศักยภาพที่ดีในการผลิตไฟฟ้าและเพียงพอสำหรับใช้ได้ในระดับชุมชน ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำไม่จำเป็นต้องสร้างเขื่อนใหม่

พลังงานน้ำ จัดเป็นพลังงานหมุนเวียนสะอาดที่เหมาะสำหรับนำมาพัฒนาเป็นพลังงานทดแทนในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากภาคใต้มีฝนตกชุก มีเทือกเขาและป่าต้นน้ำที่สำคัญหลายแห่งช่วยดูดซับน้ำไว้ ทำให้มีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์เกือบตลอดทั้งปี ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศของเทือกเขาในพื้นที่ภาคใต้มีความลาดชันสูง เหมาะสำหรับนำพลังงานน้ำมาพัฒนาเป็นพลังงานทดแทนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีศักย์น้ำสูง สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้มาก

ผศ.ดร.พยอม รัตนมณี

ผศ.ดร.พยอม รัตนมณี ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หัวหน้าโครงการวิจัย “การศึกษาศักยภาพและพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำรอบเทือกเขาหลวง” ให้ข้อมูลว่า “ปัจจุบันการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่เป็นไปได้ยาก เนื่องจากมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมีการต่อต้านเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ดังนั้นแนวทางที่เหมาะสมและเป็นไปได้คือ การนำมาพัฒนาเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดเล็ก เนื่องจากมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมาก สามารถนำมาเป็นเป็นพลังงานไฟฟ้าที่ใช้สำหรับชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบเทือกเขา ซึ่งบางหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือมีไฟฟ้าใช้แต่เป็นไฟฟ้าปลายสาย แรงดันต่ำ เกิดปัญหาไฟฟ้าดับบ่อย”

โดยงานวิจัยได้ทำการศึกษาในพื้นที่รอบ “เทือกเขาหลวง” ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของเทือกเขาที่สำคัญของภาคใต้ ครอบคลุมพื้นที่ 12 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช และ 3 อำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญสำหรับหล่อเลี้ยงประชากรบริเวณตอนกลางของพื้นที่ภาคใต้ เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติจำนวน 5 แห่ง

จากการประเมินศักยภาพของพื้นที่รับน้ำโดยรอบพื้นที่เทือกเขาหลวง โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) และแบบจำลองน้ำฝนน้ำท่า (Rainfall-Runoff Model) พบว่ามีพื้นที่รับน้ำขนาด 3 ตารางกิโลเมตรขึ้นไปที่มีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์เกือบตลอดทั้งปี มีศักย์น้ำสูง สามารถนำมาสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กได้ถึง 95 แห่ง กำลังการผลิตรวม 15,550 กิโลวัตต์

พื้นที่ที่มีศักยภาพสำหรับสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก 95 แห่ง รอบเทือกเขาหลวง

“พลังน้ำขนาดเล็ก” สร้างไฟฟ้าให้ชุมชน ช่วยชาติประหยัดนำเข้าพลังงาน

ทีมวิจัยได้พัฒนาแนวคิด “กลไกการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กเพื่อชุมชนแบบยั่งยืน” ซึ่งจะขยายผลสู่ชุมชนโดยรอบเทือกเขาหลวง ภายใต้แนวคิดนี้ชุมชนที่อยู่โดยรอบป่าเทือกเขาหลวงจะต้องเป็นแกนกลางในการร่วมมือกันรักษาป่าต้นน้ำกับอุทยานฯ อย่างเข้มแข็ง เพื่อให้มีป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์ ให้น้ำท่าที่ดี สามารถนำมาผลิตไฟฟ้าขายได้ เงินที่ได้จากการขายไฟฟ้าบริหารจัดการโดยวิสาหกิจชุมชน และกำไรส่วนหนึ่งจะต้องแบ่งไปใช้ในกองทุนเพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟูป่าต้นน้ำต่อไป ซึ่งหากนำแนวคิดนี้ไปขยายผลในทางปฏิบัติได้สำเร็จ สามารถแก้ปัญหาในลุ่มน้ำรอบเทือกเขาหลวงได้ทั้งปัญหาป่าไม้ถูกทำลาย ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ แผ่นดินถล่ม น้ำท่วม ภัยแล้ง การขาดแคลนพลังงาน และปัญหาสภาวะโลกร้อน

การขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดเล็กของชุมชนโดยรอบเทือกเขาหลวง ภายใต้แนวคิดดังกล่าว ทีมวิจัยได้ถ่ายทอดแนวคิดผ่านการประชุมภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ชุมชน ผู้นำชุมชน/องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยรอบเทือกเขาหลวง รวมทั้งส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และได้มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การสำรวจศึกษา สำรวจความเหมาะสมของแหล่งน้ำเพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก”

ทีมวิจัยได้เสนอแนวคิด “กองทุนสนับสนุนโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชน” โดยแหล่งทุนมาจาก 3 แหล่งหลักๆ ได้แก่ ทุนของรัฐบาลจากกระทรวงต่าง ๆ ทุนจากบริษัทเอกชน ผ่านกองทุนรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility : CSR) และ กองทุนของชุมชนเอง เพื่อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของร่วมกัน และภายใต้โครงการวิจัยนี้ทีมวิจัยได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพไฟฟ้าพลังน้ำสูง มีความพร้อมในเรื่องความเข้มแข็งของชุมชน และมีความพร้อมของผู้บริหาร เพื่อจัดทำเป็นโรงไฟฟ้าชุมชนต้นแบบ ที่ จ.นครศรีธรรมราช

นอกเหนือจากพื้นที่ทางภาคใต้แล้ว จากการประเมินศักยภาพพลังน้ำขนาดเล็กเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า พบว่าหลายแห่งมีศักยภาพที่ดีในการผลิตไฟฟ้าและเพียงพอสำหรับใช้ได้ในระดับชุมชน ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำไม่จำเป็นต้องสร้างเขื่อนใหม่

แม้จะมีข้อเสียที่ผลิตไฟฟ้าได้ปริมาณน้อย แต่ข้อดีคือ เราไม่สูญเสียเงินออกนอกประเทศในการนำเข้าไฟฟ้าจากต่างประเทศ การนำเข้าน้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติที่เราขาดอำนาจต่อรองราคา ซึ่งเป็นสาเหตุให้ประเทศขาดดุลการค้า รัฐจึงควรสนับสนุนให้มีการลงทุน โดยหามาตรการหรือนโยบายที่จูงใจเอกชนให้เข้าร่วมลงทุน หรือรัฐอาจเป็นผู้ลงทุนและจัดการให้ความรู้กับคนในชุมชน แทนการจัดคนไปดูที่อาจไม่คุ้มค่า และดูแลไม่ทั่วถึง โดยให้คนในชุมชนได้เข้าไปเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ที่จะได้รับจากโรงไฟฟ้า ให้สามารถบริหารจัดการไฟฟ้าได้

 

เรียบเรียงและอ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย

“การศึกษาศักยภาพและพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำรอบเทือกเขาหลวง”

หัวหน้าโครงการ

ผศ.ดร.พยอม รัตนมณี

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

สนับสนุนการวิจัยโดย

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

 

00:00
00:00
Empty Playlist