Thumbnail_Greenhouse-01

ก๊าซเรือนกระจก

ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases) คือ กลุ่มก๊าซในชั้นบรรยากาศโลกที่สามารถกักเก็บและดูดกลืนคลื่นความร้อนหรือรังสีอินฟราเรด (Infrared) ที่ส่งผ่านลงมายังพื้นผิวโลกจากดวงอาทิตย์ได้ดี ก่อนทำการปลดปล่อยพลังงานดังกล่าวออกมาในรูปของความร้อน ซึ่งทำให้โลกเกิด “ภาวะเรือนกระจก” ที่สามารถช่วยรักษาสมดุลของอุณหภูมิพื้นผิวดาวเคราะห์ไว้ได้ โดยไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศอย่างฉับพลันในช่วงระหว่างกลางวันและกลางคืน ส่งผลให้โลกมีอุณหภูมิที่อบอุ่นและเหมาะสมต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต

ก๊าซเรือนกระจกประกอบด้วย ก๊าซโอนโซน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)  ก๊าซมีเทน (CH4) ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCs) เป็นต้น เปรียบเสมือนหลังคาโลก แต่เมื่อชั้นบรรยากาศของโลกมีก๊าซเรือนกระจกที่เป็นก๊าซเสียมากเกิน รวมตัวอยู่ในชั้นบรรยากาศโลก มีผลให้ความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่ส่องมาโลกสะท้อนกลับไปได้ไม่หมด จึงเป็นเหตุทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น

ก๊าซเรือนกระจกสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ปัจจุบันนี้ กิจกรรมของมนุษย์คือที่มาของการเพิ่มขึ้นก๊าซเรือนกระจกอย่างรวดเร็ว

คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ระบุว่า “หากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องในอัตราการปล่อย ณ ปัจจุบัน ภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นจากน้ำมือมนุษย์จะพุ่งขึ้นเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียสภายในปี พ.ศ. 2583”

กิจกรรมของมนุษย์คือที่มาของการเพิ่มขึ้นก๊าซเรือนกระจกอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันนี้ มนุษย์เป็นตัวการหลักในการสร้างและปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปลดปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศโลกสูงสุดถึงร้อยละ 75 และเป็นตัวการที่ทำให้เกิดการสะสมพลังงานความร้อนในชั้นบรรยากาศมากที่สุด จากการเผาไม้เชื้อเพลิงฟอซซิลต่างๆ เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ รวมถึงการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งมีส่วนต่อการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 1 ใน 3 ของคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากกิจกรรมมนุษย์ทั้งหมด

มีเทนร้อยละ 60 ในชั้นบรรยากาศเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การกำจัดขยะด้วยวิธีการฝังกลบ การเผาไม้เชื้อเพลิง ในการทำเกษตรกรรม โดยเฉพาะฟาร์มปศุสัตว์ทั้งหลาย ส่วนภาคอุตสาหกรรม ภาคพลังงาน ภาคเกษตรกรรมและปศุสัตว์ รวมถึงการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและเชื้อเพลิงต่างๆ ก็เป็นกิจกรรมหลักของมนุษย์ที่ก่อให้เกิดการปลดปล่อยไนตรัสออกไซด์ที่มีประสิทธิภาพในการสร้างภาวะเรือนกระจกได้ดีกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 260 เท่า สู่ชั้นบรรยากาศโลก

การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจึงเป็นอีกหนึ่ง “ความหวังและทางรอด” ของการแก้ปัญหาโลกร้อน

เมื่อโลกกำลังประสบปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางด้านภูมิอากาศ ทำให้หน่วยงานต่างๆ สร้างข้อกำหนดร่วมกันเพื่อลดภาวะโลกร้อน หนึ่งในนั้นคือการตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 80% ภายในปี 2050 ประเทศที่เข้าร่วมหมุดหมายนี้ เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ไทย เวียดนาม เป็นต้น

เมือง หนึ่งในปัจจัยปล่อยก๊าซเรือนกระจก

 

รศ.ดร. เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล

เมื่อก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นมาไม่หยุดแบบนี้ จึงมีแนวคิดสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society)  มาแก้ปัญหา โดยมีเป้าหมายเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มาจากโรงงานหรือภาคอุตสาหรรม การตระหนักถึงคุณภาพชีวิตที่ดำรงอยู่ในสภาพแวดล้อมคาร์บอนต่ำ และการวางผังเมืองให้สอดคล้องกับสมดุลของระบบนิเวศ

“โครงการวิเคราะห์ก๊าซเรือนกระจกและพัฒนาแนวทางการปรับตัวสู่เมืองคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน”  งานวิจัยที่มีกระบวนการเก็บข้อมูลก๊าซเรือนกระจกระดับเมืองแบบออนไลน์ และหาแนวทางปรับตัวสู่เมืองคาร์บอนต่ำอย่างเหมาะสม โดยเน้นสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องภาวะโลกร้อนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เข้าถึงประชาชนเพื่อให้เกิดความตระหนักของการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนให้เกิดเมืองคาร์บอนต่ำ

รศ.ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า “ผมเชื่อว่าเมืองเป็นปัจจัยหนึ่งซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของก๊าซเรือนกระจก ในเมืองมีกิจกรรมเยอะมาก ตั้งแต่เรื่องของการใช้พลังงาน ปัญหาขยะ ปัญหาน้ำเสีย เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจว่าแหล่งกำเนิดของก๊าซเรือนกระจกเกิดจากอะไร เมืองมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง ก็จะนำไปสู่แนวทางลดก๊าซเรือนกระจก หรือว่าลดปัญหาเรื่องของโลกร้อนได้”

งานวิจัยเก็บข้อมูลและรวบรวมฐานข้อมูลออนไลน์ จาก 2 พื้นที่ ได้แก่ เทศบาลตำบลด่านซ้าย จ.เลย และเทศบาลเมืองยโสธร จ.ยโสธร โดยพัฒนาการจัดการระบบข้อมูลให้สามารถใช้งานได้สะดวกและง่ายขึ้น สามารถกรอกข้อมูลได้ง่าย ไม่ซับซ้อน เพื่อให้สามารถแสดงผลการดําเนินการต่อสาธารณะได้และสามารถนําข้อมูลจากฐานข้อมูลไปสู่แนวทางการประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ในด้านการปรับตัว (Adaptation) ของคนในเมือง เพื่อหาแนวทางการปรับตัวที่เป็นวิธีปฏิบัติที่เหมาะสม (Best Practice) สู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ซึ่งข้อมูลที่ทำการเก็บ เรียกว่า “บัญชีรายการก๊าซเรือนกระจก” เพื่อให้คนเมืองทราบว่าแหล่งที่ให้กำเนิดก๊าซเรือนกระจกนั้นมากจากกิจกรรมประเภทใด

ผลจากการศึกษา พบว่าปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเทศบาลตําบลด่านซ้าย จังหวัดเลย และเทศบาลเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร มากกว่าร้อยละ 80 เกิดจากการใช้เชื้อเพลิงในครัวเรือนที่พักอาศัย การใช้พลังงานในภาคธุรกิจการค้าและหน่วยงานต่างๆ การขนส่งทางถนนภายในเขตเมือง การจัดการของเสียที่เกิดขึ้นในเมืองโดยวิธีฝังกลบและชีวภาพ การจัดการน้ำเสียและการปล่อยทิ้ง การจัดการปศุสัตว์ รวมถึงการจัดการที่ดิน

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเทศบาลตําบลด่านซ้าย จังหวัดเลย
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเทศบาลเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร

ความสำคัญของการดำเนินงานด้านนี้ คือ ความเข้มแข็งของเทศบาลที่เป็นศูนย์กลางการเก็บข้อมูล รวมถึงวิธีการจัดเก็บข้อมูลให้เป็นปัจจุบันที่สุด ซึ่งถือเป็นหัวใจที่สำคัญในการที่จะทำให้เมืองนั้นมีข้อมูลที่สะท้อนกับความเป็นจริงและนำไปใช้ในการคัดเลือกมาตรการการลดการปล่อยก๊าซของเมืองได้อย่างเหมาะสม ส่วนตัวบุคลากร “นายกเทศมนตรี” คือ บุคคลสำคัญควรกำหนดนโยบายอย่างชัดเจนเพื่อให้ผู้บริหารเจ้าหน้าที่ทุกระดับถือเป็นนโยบายสำคัญที่ต้องดำเนินการ ซึ่งข้อมูลที่ได้แต่ละภาคส่วนจะถูกนำมากำหนดเป้าหมายเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยมาตรการต่างๆที่เหมาะสมกับบริบทของเมือง

นอกจากนี้ งานวิจัยได้สร้างกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องของภาวะโลกร้อนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปสู่ประชาชน ด้วยวิธีการสร้างความรู้ความเข้าใจกับผู้นำชุมชนและตัวแทนภาคส่วนต่างๆ เพื่อเกิดการส่งต่อให้กับคนในชุมชน เนื่องจากการให้ความรู้และสร้างความตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนจะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้เมืองเป็นเมืองคาร์บอนต่ำได้อย่างแท้จริง

โดยผลจากโครงการวิจัยนี้ได้สร้างกระบวนการปรับตัวจากเมืองต้นแบบทั้งสองตามบริบทของแต่ละที่ โดยมีมาตรการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเมือง ซึ่งเกิดจากการที่ประชาชนได้เสนอแนวคิดที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตประจำวัน เพื่อให้ประชาชนเกิดความตระหนักและเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตนเองโดยตรง โดยเทศบาลด่านซ้าย ทำการการต่อยอดแนวคิดของประชาชนในโครงการปั่นจักรยานปลูกต้นไม้รอบเมืองด่านซ้าย ส่วนเทศบาลเมืองยโสธรทำการการต่อยอดแนวคิดของประชาชนในโครงการปลูกมะละกอเพื่อลดการนำเข้า ซึ่งทั้ง 2 โครงการเป็นส่วนหนึ่งในการลดการใช้พลังงานในภาคการขนส่งทางถนนของเมือง ซึ่งจะมีการขยายผลเพื่อเกิดเป็นมาตรการอื่นๆ ต่อไปในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเมืองต้นแบบทั้งสอง

การวางผังเส้นทางจักรยานชุมชนด่ายซ้าย
แบบจําลองเส้นทางขนส่งมะละกอเพื่อเทศบาลเมืองยโสธรเพื่อลดการนำเข้า

ก๊าซเรือนกระจกลดได้จริง แต่ต้องมีเป้าหมายร่วมกัน

“งานวิจัยไม่สามารถทำแล้วจบภายในปีเดียวได้ต้องอาศัยข้อมูลที่มีความถูกต้อง โปร่งใส ต่อเนื่อง ตรงประเด็น เกี่ยวข้อง ทำไปตลอด เราจึงสร้าง platform ขึ้นมาในระบบของเว็บไซต์ เราใช้แผนที่ GIS ของเมืองและมีการแบ่งเป็นชั้นต่างๆ เพราะฉะนั้นเราบอกเขาว่าเรากำลังสร้างเมือง” รศ.ดร.เศรษฐ์ กล่าว

จากการเก็บข้อมูลแล้วพยากรณ์ข้อมูลก๊าซเรือนกระจก พบว่า หากเทศบาลเมืองยโสธรไม่มีการดำเนินการใดๆ ภายในปี พ.ศ. 2573 ก๊าซเรือนกระจกจะเพิ่มขึ้น 50% ขณะที่เทศบาลตำบลด่านซ้ายจะเพิ่มปริมาณขึ้น 65% แต่หากมองอีกมุมหนึ่งด้วยการตั้งเป้าหมายว่าจะลดก๊าซเรือนกระจก 20% ทั้งสองเทศบาลควรกำหนดนโยบาย เทคโนโลยี และมาตรการภาคปฏิบัติ รวมถึงการทำความเข้าใจภาคประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย

รศ.ดร.เศรษฐ์ ให้ความเห็นว่า “เรื่องของก๊าซเรือนกระจกเป็นบันไดขั้นที่หนึ่ง เป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด ทุกเมืองจะต้องทำ ถ้าบันไดขั้นที่หนึ่งไม่ถูกทำความเข้าใจ หรือไปต่อไม่ได้ ในขั้นต่อไปจะเป็นเรื่องยากมากๆ เขาจะเข้าใจว่าทำไมต้องมีบัญชีรายการ ทำไมต้องมีฐานข้อมูล ทำไมต้องมีการบูรณาการข้อมูล ทำไมต้องมีการทำข้อมูลซ้ำๆ เพราะว่านั่นคือการทำให้เราเข้าใจเมืองมากยิ่งขึ้น อันนี้คือหัวใจของโครงการนี้ที่จะทำให้เรานำไปสู่ช่องทางอื่นๆ มากยิ่งขึ้น”

 

เรียบเรียงและอ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย

“โครงการวิเคราะห์ก๊าซเรือนกระจกและพัฒนาแนวทางการปรับตัวสู่เมืองคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน”

หัวหน้าโครงการ

รศ.ดร. เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สนับสนุนการวิจัยโดย

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

 

00:00
00:00
Empty Playlist