greenhouse-gas-analysis-and-adaptation-for-sustainable-low-carbon-city

สู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ – หลักคิดและแนวทางในการขับเคลื่อน

“ภาวะโลกร้อน” คำนี้คงเป็นคำที่หลายคนได้ยินจนคุ้นหู ปัจจุบันไม่มีประเทศใดในโลกที่ไม่ได้รับรู้ถึงผลกระทบอันรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หนึ่งในสาเหตุหลักของมันคือ ภาวะโลกร้อน การแก้ไขเรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นวาระระดับโลกที่ทุกประเทศต้องร่วมมือกันรักษ์โลกให้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ประเทศต่าง ๆ ได้มีการออกมาตรการหรือนโยบายออกมาเพื่อลดภาวะโลกร้อนหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ การพัฒนา “เมืองคาร์บอนต่ำ” มันคืออะไร มีแนวทางผลักดันอย่างไร มาหาคำตอบกันได้ในบทความนี้

จุดกำเนิดของแนวคิด “เมืองคาร์บอนต่ำ”

ศตวรรษที่ 21 ประเด็นของความมั่นคงด้านพลังงานและภาวะโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์ได้สร้างความกังวลแก่ประชาชนในวงกว้าง ผลการวิจัยของสถาบันอุตุนิยมวิทยา พบว่า อุณหภูมิที่พื้นผิวเฉลี่ยทั่วโลกได้เพิ่มขึ้นประมาณ 0.70 องศาเซลเซียส ภายในหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 1.10 องศาเซลเซียส ถึง 6.40 องศาเซลเซียส ในช่วงท้ายของศตวรรษที่ 21 ทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่าในสภาพภูมิอากาศนั้นร้อนขึ้นอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติขึ้นมามากมาย จนเป็นสาเหตุให้เกิดการอพยพของประชากรขนาดใหญ่และเป็นภัยคุกคามทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศต่าง ๆ

ความกังวลเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนดังกล่าวได้นำไปสู่การจัดตั้งองค์กรระดับนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรื่องภาวะโลกร้อนขึ้นหลายองค์กร เช่น คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ที่ถือเป็นองค์กรระหว่างประเทศชั้นนำ ที่ทำหน้าที่คอยประเมินการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ซึ่งต่อมาได้มีผลการศึกษายืนยันว่าตัวการสำคัญที่เป็นปัจจัยเร่งให้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น คือ มนุษย์ โดยสัดส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั้น กว่าร้อยละ 70 มาจากการใช้พลังงานภายในเขตเมืองเมื่อเทียบกับปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด จากข้อมูลตรงนี้อาจกล่าวได้ว่า การเจริญเติบโตที่รวดเร็วของ “เมือง” นั้นทำให้ความต้องการใช้ทรัพยากรเพื่อตอบสนองต่อความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันของประชากรเมืองก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ทั่วโลกต่างแสวงหาแนวทางในการจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ภาวะโลกร้อนยังนำไปสู่การเกิดขึ้นของข้อตกลงแคนคูน (Cancun Agreement) ที่กระตุ้นให้ประเทศกำลังพัฒนาจัดทำยุทธศาสตร์หรือแผนการพัฒนาสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ในบริบทของการพัฒนาที่ยั่งยืน จากยุทธศาสตร์นี้ได้ทำให้เกิดแนวคิดในการจัดการระดับพื้นที่ (Area-Based Management) หรือที่เรียกว่า “เมืองคาร์บอนต่ำ” (Low-Carbon City) ในหลายประเทศ กล่าวคือ เป็นการจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเมืองใดเมืองหนึ่งจากฐานเดิมที่ไม่เคยมีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาก่อน กลายเป็นเมืองที่มีเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีมาตรการที่นำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ซึ่งการขับเคลื่อนแนวคิดเกี่ยวกับเมืองคาร์บอนต่ำนั้นได้รับความสนใจจากหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา เช่น ประเทศที่พัฒนาแล้วตั้งเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหัวของประชากรลงให้ได้ ร้อยละ 70 – 80 ภายในปี ค.ศ. 2050 ส่วนประเทศกำลังพัฒนาต่าง ๆ มีเป้าหมายที่จะปล่อยมลพิษให้คงที่หรือไม่มากไปกว่าปริมาณที่ปล่อยอยู่ในปัจจุบัน

การผลักดันเมืองคาร์บอนต่ำของไทยกับแนวทางสู่ความสำเร็จ

สำหรับประเทศไทย ในปัจจุบันก็มีการส่งเสริมให้มีการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับเมือง หากแต่การประยุกต์ใช้ให้เกิดแนวทางการปฏิบัติจริงสำหรับกิจกรรมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรมนั้นยังมีส่วนน้อย รวมไปถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องภาวะโลกร้อนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ภาคประชาชนเกิดความตระหนักและความรู้สึกอยากเข้ามาร่วมขับเคลื่อนให้เกิดเมืองคาร์บอนต่ำนั้นยังไม่แพร่หลายมากนัก อีกทั้งเมืองต้นแบบ เช่น เทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลนครเชียงใหม่ เทศบาลนครนครราชสีมา และเทศบาลนครเกาะสมุย ก็ยังมีแนวทางการดำเนินงานที่ยังไม่ชัดเจนในการขับเคลือนแนวคิดสู่การปฏิบัติ เนื่องจากการดำเนินการต่าง ๆ ส่วนใหญ่ยังขาดการเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ

ด้วยเหตุนี้ความสำคัญในการสร้างเมืองต้นแบบเพื่อให้เกิดการดำเนินการอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมจึงถือเป็นประเด็นงานวิจัยที่สำคัญที่นักวิจัยควรเร่งดำเนินการ เพื่อนำองค์ความรู้ต่าง ๆ มาถ่ายทอดให้เป็นแนวทางการปฏิบัติอย่างง่ายให้กับประชาชน อีกทั้งเพื่อให้ประชาชนในเขตพื้นที่เมืองเกิดความตระหนักถึงความสำคัญในการดำเนินกิจกรรมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเมือง จากความสำคัญข้างต้นจึงนำมาสู่โครงการวิจัย เรื่อง “การวิเคราะห์ก๊าซเรือนกระจกและพัฒนาแนวทางการปรับตัวสู่เมืองคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน” ที่ได้ทำการศึกษาและเสนอแนะแนววิธีการปฏิบัติที่เหมาะสม (Best Practice) สู่การพัฒนาเป็นเมืองคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

การใช้เทคโนโลยีในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เทคโนโลยีการใช้พลังงานทดแทน เทคโนโลยีการใช้ประโยชน์จากก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนเทคโนโลยีการประหยัดพลังงานในสาขาต่าง ๆ โดยคาดหวังว่าการใช้เทคโนโลยีสะอาดและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะเป็นการกระตุ้นและเป็นการขับเคลื่อนเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ อย่างไรก็ตาม แม้เรื่องเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ แต่ปัจจัยหลักที่จะผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดผลสำเร็จอย่างแท้จริงคือ “คน” ที่ควรจะต้องปลูกฝังให้มีความเข้าใจ และตระหนักในเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อยสามประการ ดังนี้

ประการแรก ตระหนักว่าควรลดการปล่อยคาร์บอนให้น้อยที่สุดในทุก ๆ ภาคส่วน หรือหากมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็ควรจะการปล่อยในระดับที่ธรรมชาติสามารถดูดซับได้ (Zero Emission) ทั้งนี้ การดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการดังกล่าวจำเป็นต้องมีระบบของสังคม เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถตัดสินใจและเลือกที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎหมาย มาตรการหรือกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของภาครัฐบาล การปรับปรุงพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมการเลือกซื้อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น สินค้าที่แสดงฉลากข้อมูลการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของผลิตภัณฑ์ของภาคประชาชน

ประการที่สอง ตระหนักว่ารูปแบบการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายที่มีคุณภาพมีความสุข คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเพื่อเข้าสู่สังคมคุณภาพชีวิตที่ขับเคลื่อนด้วยการเลือกบริโภคสินค้าที่ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ลดการบริโภคที่เกินความจำเป็น เปลี่ยนเป็นการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย แต่มีคุณภาพ เพื่อที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

ประการสุดท้าย ตระหนักว่าการดำเนินชีวิตร่วมกับธรรมชาติ (Coexistence with Nature) การรู้จักบำรุงและรักษาธรรมชาติให้อยู่คู่กับการดำรงชีวิตของมนุษย์ และสนับสนุนเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยโลกลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และลดภาวะโลกร้อนได้ด้วยเช่นกัน

สำหรับแนวทางการปรับตัวของเมืองเพื่อนำไปสู่เมืองคาร์บอนต่ำ ในงานวิจัยชิ้นนี้ได้ชี้ให้เห็นว่า การที่เมืองจะปรับตัวนั้น ปัจจัยหลักสำคัญขึ้นอยู่กับคนที่อาศัยอยู่ในเมือง หากคนในเมืองมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาจากการเกิดภาวะโลกร้อน ก็จะทำให้คนในเมืองนั้นร่วมมือกัน เพื่อดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกของเมืองได้อย่างเหมาะสม

โดยในส่วนของการดำเนินการ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องควรมีแนวทางในการดำเนินงานที่ต่อเนื่องและชัดเจน และต้องคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ในการดำเนินการ ในประเด็นแรก ควรเน้นการให้ความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับคนในเมือง โดยรูปแบบการส่งเสริมอาจจัดการอบรม ให้ความรู้กับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และผู้นำชุมชน ซึ่งถือเป็นบุคคลสำคัญในการขยายผลไปยังคนในเมือง

ประเด็นถัดมา ควรเปิดโอกาสให้ชุมชนนำเสนอรูปแบบการปรับตัวของเมือง เพราะเมื่อคนในเมืองเป็นคนที่จะต้องปรับตัว วิธีการหรือรูปแบบจึงควรมาจากแนวความคิดของคนในเมืองเอง ดังนั้น เพื่อให้เกิดการยอมรับและได้วิธีการหรือรูปแบบที่เหมาะสมกับการดำเนินชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมตามบริบทของเมือง จึงควรให้คนในเมืองมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นและมีส่วนรวม ทั้งนี้ อาจทำให้คนในเมืองทราบว่ากิจวัตรประจำวันใดบ้าง ที่ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสามารถช่วยกันลดก๊าซเรือนกระจกได้จากการปรับเปลี่ยนวิธีการ หรือรูปแบบกิจวัตรประจำวันอย่างตรงจุด

ประเด็นที่สาม สร้างเครือข่าย โดยมุ่งเน้นการสร้างระหว่างนักวิจัย เทศบาล และชุมชน โดยเฉพาะเทศบาลที่ถือเป็นกำลังหลัก เพราะมีความใกล้ชิดและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในพื้นที่ ซึ่งอาจทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่ดีที่จะทำให้เกิดการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของเมือง

ปรเด็นที่สี่ เน้นการสื่อสารข้อมูล การเผยแพร่และการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้แก่สาธารณะเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ความตระหนัก และการติดตามข่าวสาร เพื่อนำไปสู่สร้างการยอมรับและเข้าใจถึงประโยชน์ที่เมืองจะได้รับ

กล่าวโดยสรุป การปรับตัวในรูปแบบของเมืองคาร์บอนต่ำจะประสบผลสำเร็จได้นั้น มีหลายปัจจัยที่เราควรคำนึงถึง แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือความเข้าใจของคนในเมือง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเมืองได้อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อคนในเมืองมีความเข้าใจ ก็จะเกิดความตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมมือกันปรับตัวและพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองคาร์บอนต่ำที่มีความสอดคล้องกับลักษณะของเมือง วิถีชีวิตชุมชน ประเพณีและวัฒนธรรมต่อไปได้อย่างยั่งยืน

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “การวิเคราะห์ก๊าซเรือนกระจกและพัฒนาแนวทางการปรับตัวสู่เมืองคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน”

หัวหน้าโครงการ : เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล และ รัตชยุดา กองบุญ
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง ภัณฑิลา ธนบูรณ์นิพัทธ์
กราฟิก ตวงทอง จงเจริญ
00:00
00:00
Empty Playlist