DSC01582_resize

แก่แต่กาย เก๋าความรู้ อุตสาหกรรมยานยนต์จ้างผู้สูงอายุมากขึ้น

ใครว่าผู้สูงอายุเป็นไม้ใกล้ฝั่ง หากไม้นั้นสามารถเกื้อหนุนชีวิตอื่นๆ ได้ ก็ย่อมมีค่า

อย่างที่ทราบกันดีว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ “สังคมผู้สูงวัย” เต็มรูปแบบ ขณะที่ประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น จีน เข้าสู่สังคมสูงวัยแล้ว หนึ่งในจำนวนของประชากรสูงวัยยังคงทำงานเป็นกำลังหลักเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอยู่

ประเทศที่นำโด่งเรื่องจำนวนประชากรผู้สูงอายุก่อนหน้าไทยหลายปีแล้ว หนีไม่พ้นประเทศญี่ปุ่น ที่มีข่าวผู้คนอายุยืนถึง 100 ปี จนเป็นข่าวอยู่เสมอ การเข้าสู่สังคมสูงอายุทำให้ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงาน และงบประมาณด้านสวัสดิการลดน้อยลง จนต้องหามาตรการและนโยบายมาแก้ปัญหาดังกล่าว

“ถ้าพูดถึงสังคมผู้สูงอายุ ประเทศญี่ปุ่นจะมาเป็นลำดับแรกเลย ดังนั้น เมื่อเขาเข้าเป็นสังคมผู้สูงอายุก่อนใคร เขาก็เลยมีโอกาสในการที่จะทดลองจ้างงานผู้สูงอายุก่อนประเทศอื่นๆ เขามีมาตรการขยายอายุเกษียณจากเดิม 60 ปี จนขณะนี้ได้ถึง 65 ปี แล้วภาครัฐเองเขาก็เห็นว่า ประชากรส่วนใหญ่เขาเป็นผู้สูงอายุมากขึ้น เขาก็อยากจะสนับสนุนให้คนเหล่านี้เข้ามาสู่ระบบแรงงาน โดยมีการสนับสนุนทางด้านมาตรการต่างๆ เช่น การหักลดหย่อนภาษีสำหรับสถานประกอบการที่จ้างผู้สูงอายุ หรือการให้ความรู้ ฝึกอบรมผู้สูงอายุให้มีทักษะสมัยใหม่ๆ ที่สามารถทำงานให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันได้” ผศ.ดร.พรรัตน์กล่าว

มองกลับมาที่ประเทศไทย ภาครัฐมีนโยบายให้สถานประกอบการที่จ้างงานผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป สามารถนำค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้กับผู้สูงอายุลดหย่อนภาษีได้ ถือเป็นแรงจูงใจหนึ่งที่น่าสนใจทีเดียว ตัวอย่างสถานประกอบการที่ออกสื่อเรื่องการจ้างงานผู้สูงอายุ เช่น บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด บริษัท ไทยโตชิบาอุตสาหกรรม จำกัด

ผศ.ดร.พรรัตน์ แสดงหาญ คณะการจัดการและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยบูรพา เล่าว่าก่อนที่จะมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ได้ทำงานในสายทรัพยากรบุคคล (Human Resource) ทำให้สนใจ และติดตามข่าวสารประเด็นการจัดการบุคคลากรในองค์กรอยู่เสมอ

“ตอนที่เริ่มทำงานวิจัย (ปี 2556 – 2558) คำว่าสังคมผู้สูงอายุค่อนข้างเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่รู้จักแพร่หลายเหมือนทุกวันนี้ และพบว่าตนเองตอนนั้นกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เลยเป็นแรงบันดาลใจว่าถ้าเกิดคนอายุมากขึ้น ยังแข็งแรงอยู่ ทำงานอยู่ในองค์การมานาน มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์พร้อม ถ้าเขาต้องออกไปจากองค์การตามอายุเกษียณแล้วจะเป็นไปปัญหากับองค์การในระยาวไหม” ผศ.ดร.พรรัตน์กล่าว

งานวิจัยมุ่งเป้าไปที่ “การพัฒนาโมเดลการจ้างงานสำหรับผู้สูงอายุในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย” เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมหนัก ชิ้นส่วนในการผลิตเป็นโลหะ และเครื่องจักรมีขนาดใหญ่ พนักงานที่ทำงานในโรงงานต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงต้องพิจารณาว่าถ้าจะจ้างผู้สูงอายุจะมีรูปแบบการจ้างงานแบบใดที่เหมาะสม

การวิจัยเป็นแบบผสม (Mixed Methods Research) ที่บูรณาการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพเข้าด้วยกัน การเข้าไปสัมภาษณ์แบบเจาะลึกกับคน 4 กลุ่ม ได้แก่ คนสูงอายุที่ออกจากงานแล้วและทำงานอยู่ในบริษัท หน่วยงานรัฐ นายจ้างในสถานประกอบการ และนักวิชาการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ จากข้อมูลเชิงลึกที่ได้มาถูกสังเคราะห์สู่แบบสอบถามเพื่อยืนยันผลงานวิจัยอีกครั้ง

นายจ้างอยากจ้าง ผู้สูงอายุอยากทำ

จากผลการวิจัย ยืนยันว่าในมุมของผู้สูงอายุอยากทำงานต่อ เพราะมีความจำเป็นด้านเศรษฐกิจ ไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ และมีเหตุผลแตกต่างกันขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ในส่วนของค่าตอบแทนที่สถานประกอบการกังวลว่าจะต้องจ่ายในอัตราที่สูง ผู้สูงอายุกลับมองว่าในเมื่อพวกเขามีสภาพร่างกายเปลี่ยนไป ไม่สามารถทำงานหนัก หรืองานที่ใช้สายตามากๆ ได้ ก็ยินดีลดจำนวนค่าตอบแทนลง

ผู้ประกอบการอยากจะจ้างผู้สูงอายุทำงานต่อ เพราะว่าเขาทำงานได้เลย รู้จักวัฒนธรรมขององค์การเป็นอย่างดี และไม่ต้องเริ่มต้นอะไรใหม่

“ในส่วนของผู้ประกอบการพบว่าเขาอยากจะจ้างผู้สูงอายุ เพราะเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ ไม่ใช่ว่าคนที่จบใหม่แล้วเข้ามาทำได้เลย หรือจะเอาหุ่นยนต์มาป้อนโปรแกรมเเล้วทำได้เลย จะมีทริคเล็กทริคน้อยที่คนทำงานอยู่นานจะรู้จังหวะ รู้วิธีการทำงานที่ดี ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงอยากจะจ้างผู้สูงอายุทำงานต่อ เพราะว่าเขาทำงานได้เลย รู้จักวัฒนธรรมขององค์การเป็นอย่างดี และไม่ต้องเริ่มต้นอะไรใหม่” ผศ.ดร.พรรัตน์กล่าว

เมื่อความต้องการของทั้ง 2 ฝ่ายตรงกัน การจ้างงานผู้สูงอายุในอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นไปได้ โดยการปรับเปลี่ยนให้ผู้สูงอายุใช้ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ อยู่ในตำแหน่งระดับ supervisor วิทยากรให้ความรู้ เพื่อแนะแนวทางให้กับคนทำงานรุ่นใหม่ๆ

“งานที่จะให้ผู้สูงอายุทำควรเป็นงานที่ไม่ต้องใช้กำลัง ไม่ต้องใช้สายตา ไม่ต้องใช้หู เพราะทุกอย่างตรงนั้นไปกับกาลเวลาแล้ว ควรต้องเป็นงานที่ใช้ทักษะและประสบการณ์ รูปแบบงานที่ผู้สูงอายุสามารถทำได้ เช่น การเป็นหัวหน้างานที่ไม่ใช่ในส่วนไลน์การผลิต หรือระดับปฏิบัติการ การเป็นพี่เลี้ยง วิทยากรที่คอยเผยแพร่ ถ่ายทอดความรู้ให้กับคนรุ่นใหม่” ผศ.ดร.พรรัตน์กล่าว

ผู้สูงวัยไม่เกษียณ

ในวัย 60 ปี ผู้สูงอายุควรสามารถเลือกได้ว่าตนเองอยากทำงานต่อในองค์กรที่ทำอยู่แล้ว รือร่วมงานกับองค์อื่น หรือเกษียณตนเอง อยู่บ้าน ท่องเที่ยว เลี้ยงหลาน ทางเลือกของผู้สูงอายุควรตั้งต้นจากเป้าหมายในชีวิตของผู้สูงอายุเอง เรื่องของสุขภาพ โรคประจำตัว และภาระค่าใช้จ่าย

ชีวิตหลังวัยเกษียณนั่นคือชีวิตที่เราเลือกได้เอง ทำเพื่อความสุข ทำสิ่งที่เป็นอิสระเสรี และเลือกใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตนเอง

“ชีวิตหลังเกษียณก็คือชีวิตของเราเอง ชีวิตก่อนเกษียณอาจจะเป็นชีวิตที่เราทำเพื่ออะไรบางอย่าง เช่น ทำเพื่อครอบครัว พ่อแม่ ลูก ชื่อเสียง หน้าที่ หรือประเทศชาติ แต่พอชีวิตหลังวัยเกษียณนั่นคือชีวิตที่เราเลือกได้เอง ทำเพื่อความสุข ทำสิ่งที่เป็นอิสระเสรี และเลือกใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตนเอง” ผศ.ดร.พรรัตน์กล่าว

การเป็นผู้สูงอายุไม่ใช่เพียงรอคอยวันเกษียณเท่านั้น หากแต่มีสิทธิ์เลือกว่าจะมีชีวิตอย่างไร ต่อไปนี้ผู้สูงอายุสามารถเป็นไม้ใกล้ฝั่งที่ค่อยๆ ลอยไปยังฝั่งที่ตนเองปรารถนา ไม่ต้องถูกกำหนด กฎเกณฑ์ด้วยตัวเลขของอายุอีกต่อไป

Research Cafe
การพัฒนาโมเดลการจ้างงานสำหรับผู้สูงอายุในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย: การวิจัยแบบผสม
ผศ.ดร.พรรัตน์ แสดงหาญ คณะการจัดการและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยบูรพาสนับสนุนการวิจัยโดย สกสว.
00:00
00:00
Empty Playlist