RC20321-1

ถอดบทเรียนการดำเนินนโยบายเขตเศรษฐกิจสีน้ำเงินในต่างประเทศ เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสีน้ำเงินของประเทศไทย

การพัฒนาเขตเศรษฐกิจสีน้ำเงิน มีความจำเป็นอย่างมากในการสร้างความยั่งยืนให้กับการใช้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งสำหรับประเทศหรือชุมชนที่มีการพึ่งพาทรัพยากรดังกล่าวในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นหลัก หลายประเทศประสบความสำเร็จในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสีน้ำเงินให้เกิดความยั่งยืนขึ้นจริง เช่นในประเทศจีน และนอร์เวย์ เป็นต้น ประเทศไทยเองในฐานะประเทศที่พึ่งพาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจำนวนมากประเทศหนึ่ง อาจสามารถศึกษาบทเรียนจากประเทศเหล่านี้ในการพัฒนาความยั่งยืนทางทะเลของตัวเองได้เช่นกัน

แนวคิดเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) ในปัจจุบัน ได้รับความสนใจจากนานาประเทศอย่างกว้างขวาง เนื่องจากแนวคิดดังกล่าวให้ความสำคัญต่อการสร้างความยั่งยืนของระบบนิเวศทางทะเล และเน้นให้กลุ่มคนในพื้นที่สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ ซึ่งความยั่งยืนทางทะเลนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการรับมือความท้าทายใหม่ ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ทั้งในเรื่องความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยในหลายประเทศได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตเศรษฐกิจสีน้ำเงินที่ครอบคลุมหลากหลายแง่มุม ทั้งในด้านทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการประมง ด้านการขนส่ง ด้านความมั่นคง ด้านพลังงาน ด้านการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ ด้านการท่องเที่ยว และด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นต้น

ตัวอย่างประเทศที่มีความโดดเด่นในการนำหลักการเศรษฐกิจสีน้ำเงินมาบริหารจัดการกิจกรรมทางเศรษฐกิจจนเกิดความยั่งยืนทางทรัพยากรชายฝั่งและทะเล คือ ประเทศจีน และ ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งแม้ว่าทั้งสองประเทศนี้จะมีรายละเอียดในการประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจสีน้ำเงินที่แตกต่างกัน แต่ก็พบว่าทั้งสองประเทศให้ความสำคัญต่อการบริหารเขตเศรษฐกิจสีน้ำเงินแบบบูรณาการกับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง บูรณาการกับทุกระดับนโยบายตั้งแต่นโยบายระดับชาติไปจนถึงระดับท้องถิ่น ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีทางทะเลสมัยใหม่ รวมถึงยังเน้นการมีส่วนร่วมของกลุ่มผลประโยชน์และชุมชนในพื้นที่ด้วย ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้สามารถนำมาเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับประเทศไทยในการพัฒนาเศรษฐกิจสีน้ำเงินของเราเองได้

เขตเศรษฐกิจสีน้ำเงินมลฑลซานตง ประเทศจีน : ยุทธศาสตร์การสร้างระบบอุตสาหกรรมทางทะเลสมัยใหม่ และการพัฒนาเทคโนโลยีทางทะเล

มลฑลซานตง เป็นมลฑลชายฝั่งทะเลที่อยู่ทางภาคตะวันออกของจีน มีลักษณะภูมิประเทศเป็นคาบสมุทร มีทรัพยากรทางทะเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ โดยพื้นที่ติดทะเลของมลฑลซานตงมีขนาดคิดเป็น 15 % ของพื้นที่ติดทะเลทั้งหมดของประเทศจีน และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำที่สำคัญกว่า 40 ชนิด เช่น กุ้ง ปู ปลา เป๋าฮื้อ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้เองทำให้รัฐบาลของจีนเล็งเห็นความสำคัญและศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเลของพื้นที่ จึงได้มีการกำหนดให้มลฑลซานตงเป็นเขตเศรษฐกิจสีน้ำเงินแห่งแรกของจีน ในชื่อของเขตเศรษฐกิจสีน้ำเงินคาบสมุทรซานตงหรือ Shandong Peninsula Blue Economic Zone

แนวทางการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสีน้ำเงินคาบสมุทรซานตงของจีนนั้น ได้ใช้การกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาระดับชาติ และจัดทำแผนสำหรับพื้นที่เพื่อบูรณาการเข้ากับแผนงานระดับชาติ โดยเป้าหมายของแผนการพัฒนานั้นมุ่งเน้นไปที่การจัดตั้งระบบอุตสาหกรรมทางทะเลสมัยใหม่ การสำรวจทรัพยากรทางทะเล การขยายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนทางด้านเศรษฐกิจและวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศ รวมถึงยังมุ่งเน้นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างพื้นที่เมืองและชนบทด้วย

ปัจจัยความสำเร็จของจีน : แผนมีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลได้ และมีการกำหนดให้เน้นพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทะเลสมัยใหม่เป็นหลัก

ปัจจัยความสำเร็จในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสีน้ำเงินของจีนนั้น อยู่ที่การกำหนดเป้าหมายของแผนที่มีความชัดเจนและสามารถวัดผลได้ เช่น มีการกำหนดให้ต้องจัดตั้งระบบอุตสาหกรรมทางทะเลสมัยใหม่ขึ้นภายในปี พ.ศ. 2558 กำหนดให้มูลค่าทางเศรษฐกิจในสาขาที่เกี่ยวข้องกับทางทะเล (GDP ในด้านกิจกรรมทางทะเล) ต้องเติบโตขึ้นสูงกว่า 15 % ในปี พ.ศ. 2558 กำหนดให้เขตเศรษฐกิจสีน้ำเงินที่พัฒนาแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2563 ต้องมีค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ต่อหัวสูงกว่า 80,000 หยวน ภายในปี พ.ศ. 2558 และ 130,000 หยวนภายในปี พ.ศ. 2563 และกำหนดให้เขตเศรษฐกิจสีน้ำเงินต้องมีระบบนิเวศทางทะเล ระบบนิเวศบนบก และมีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น

ปัจจัยความสำเร็จอีกประการหนึ่งของจีน คือการกำหนดจุดมุ่งเน้นของแผนในเรื่องของการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทะเลเป็นหลัก ด้วยการสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมไฮเทค เสริมสร้างแพลตฟอร์มการวิจัยทางทะเล ปรับปรุงระบบการศึกษาทางทะเล ส่งเสริมการฝึกอบรมและการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล รวมถึงยังมีการจัดตั้งศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทะเลที่ได้มาตรฐานสากลด้วย ทำให้เขตเศรษฐกิจสีน้ำเงินของจีนมีความทันสมัย สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจและความยั่งยืนของทรัพยากรด้วย

เขตเศรษฐกิจสีน้ำเงินของนอร์เวย์ : ยุทธศาสตร์การบูรณาการการทำงานหลายภาคส่วน และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการดำเนินงาน

ประเทศนอร์เวย์เป็นประเทศที่พึ่งพาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในสัดส่วนที่สูง โดยในปี พ.ศ. 2557 มูลค่าผลผลิตจากสินค้าและบริการทางทะเลของนอร์เวย์คิดเป็นมูลค่ากว่า 20% ของงบประมาณทั้งหมดของประเทศ มูลค่าส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรมขุดเจาะน้ำมันและก๊าซในทะเล ตามด้วยภาคการขนส่งทางทะเล และภาคประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ตามลำดับ อย่างไรก็ตามในอดีตนั้นการบริหารจัดการพื้นที่ทางทะเลของนอร์เวย์มุ่งเน้นไปที่การแสวงหาทรัพยากรทางทะเลให้ได้มากที่สุด โดยไม่ได้คำนึงถึงความสมดุลของปริมาณทรัพยากร อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในทะเลด้วย

ต่อมานอร์เวย์จึงได้มีการจัดทำกรอบแผนการจัดการระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งระดับชาติแบบบูรณาการตาม ข้อตกลงปฏิญญาโจฮันเนสเบิร์ก ที่กำหนดแนวทางการจัดการระบบนิเวศทางทะเลในปี พ.ศ. 2553 ซึ่งการจัดทำแผนดังกล่าวมีกระบวนการมีส่วนร่วมของกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หลากหลาย และจัดทำโดยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง 4 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงสิ่งแวดล้อม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการประมงและชายฝั่ง และกระทรวงปิโตรเลียมและพลังงาน มีการดำเนินงานหลักคือการกำกับดูแลกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ เช่น การทำประมง การจัดหาปิโตรเลียมและพลังงาน การขนส่งทางทะเล และการผลิตของอุตสาหกรรมใหม่ ๆ การจัดการเพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจดำเนินไปด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวิเคราะห์ความเสี่ยงและการจัดทำแบบจำลองเพื่อเป็นเครื่องมือในการประเมินความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ด้วยการจัดทำระบบฐานข้อมูลการวิจัยทางทะเล และการปรับปรุงแผน รวมถึงพัฒนาองค์ความรู้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันมากที่สุด

ปัจจัยความสำเร็จของนอร์เวย์ : การบูรณาการการทำงานอย่างเป็นระบบระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ และการนำเทคโนโลยีทางทะเลสมัยใหม่มาใช้ในการดำเนินการ

ปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจสีน้ำเงินของนอร์เวย์นั้น คือการดำเนินงานได้รับการผลักดันและประสานงานอย่างเป็นระบบระหว่างหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาลนอร์เวย์ จากการประสานงานของ 4 กระทรวงที่กล่าวข้างต้น กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเลียม กลุ่มประมง องค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม (กองทุนสัตว์ป่าโลก) และสถาบันวิจัยต่าง ๆ เช่น สถาบันวิทยาศาสตร์ สถาบันด้านการจัดการ เป็นต้น นอกจากนี้ปัจจัยสู่ความสำเร็จอีกประการหนึ่งของนอร์เวย์คือ การนำเอาองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ามาช่วยดำเนินการ เช่น มีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลทางทะเล มีการแสดงภาพแบบจำลองสภาพธรณีวิทยาด้วยโปรแกรมสำหรับการจัดการชุดข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อให้นักการเมืองและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ สามารถทำความเข้าใจสถานภาพของทะเลและใต้ทะเลได้ง่ายขึ้น เป็นต้น ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจสีน้ำเงินของนอร์เวย์สามารถบรรลุเป้าหมายของความยั่งยืนได้

“บทเรียนความสำเร็จในต่างประเทศชี้ให้เห็นว่า การบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภูมิภาค และการให้ความสำคัญต่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทะเล เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจสีน้ำเงินให้สามารถบรรลุความยั่งยืนทางทะเลได้ การพัฒนาเศรษฐกิจสีน้ำเงินของประเทศไทยจึงจำเป็นที่จะต้องมีการพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถบรรลุความยั่งยืนทางทะเลได้อย่างแท้จริง”

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “เขตเศรษฐกิจสีน้ำเงินของประเทศไทย (Thailand Blue Economy Zoning)”

หัวหน้าโครงการ : อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง ไท วัฒนา
กราฟิก อุกฤษณ์ กฤตยโสภณ และ ณภัทร ศรีประเสริฐ
พิสูจน์อักษรและตรวจทาน วริศรา ศรีสวาท
00:00
00:00
Empty Playlist