RC20368_00

การพัฒนากลไกการจัดการแรงงานเพื่อขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดมุกดาหาร

จังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดชายแดนที่มีอาณาเขตติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดน ถือเป็นจังหวัดชายแดนที่มีความสำคัญในเชิงนโยบายและเศรษฐกิจอย่างยิ่งในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นพื้นที่สำคัญในโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion : GMS) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการขยายตัวด้านอุตสาหกรรม การเกษตร การค้า การลงทุนและการบริการ เพื่อให้เกิดการจ้างงาน     ยกระดับการครองชีพ ถ่ายทอดเทคโนโลยีและการศึกษาระหว่างกัน อีกทั้งจังหวัดมุกดาหารมีเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East West Economic Corridor: EWEC) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงพื้นที่ด้านตะวันออกจากเวียดนาม ผ่าน สปป.ลาว บนเส้นทาง “R9” ข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 เข้าสู่ไทย และไปสู่เมียนมา หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างทะเลจีนใต้สู่ทะเลอันดามัน

 

จากเหตุผลสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ทั้งในมิติศักยภาพเชิงพื้นที่และมิติศักยภาพเชิงเศรษฐกิจที่สำคัญ ทำให้เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษได้มีมติเห็นชอบให้ 11 ตำบลในจังหวัดมุกดาหารเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจ โดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศให้จังหวัดมุกดาหารมีความเหมาะสมในการลงทุน 5 ประเภทกิจการสำคัญ ดังนี้ 1) อุตสาหกรรมเกษตร ประมง และกิจการที่เกี่ยวข้อง 2) อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 3) กิจการโลจิสติกส์ 4) นิคมหรือเขตอุตสาหกรรม และ 5) กิจการเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว

 

ประเภทกิจการและทักษะฝีมือแรงงาน ที่ควรส่งเสริมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

จากการที่แรงงานถือเป็นหนึ่งในมิติสำคัญในการขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ งานวิจัยชิ้นนี้ได้ทำการศึกษาหาข้อมูลประเภทของกิจการและรูปแบบทักษะฝีมือแรงงาน ที่มีความสอดคล้องและควรส่งเสริมในเขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดมุกดาหาร ดังต่อไปนี้

  • กิจการด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จากงานวิจัยพบว่า ควรมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การสร้างถนนเชื่อมโยงเข้าไปในเขตเศรษฐกิจพิเศษแต่ละอำเภอ เชื่อมโยงระบบรางในภูมิภาคอีสาน และสร้างสะพานเพื่อการค้าการลงทุนกับประเทศลาว ในด้านแรงงานพบว่าทักษะฝีมือแรงงานที่จำเป็นคือ ช่างก่อสร้าง คนขับรถบรรทุกที่ชำนาญ วิศวกร และนักบัญชี
  • กิจการด้านการขนส่ง (โลจิสติกส์) มุกดาหารเป็นเมืองชายแดนและเป็นพื้นที่ขนถ่ายและพักสินค้า กิจกรรมด้านโลจิสติกส์จึงเป็นกิจการที่ควรส่งเสริมอย่างจริงจัง ซึ่งจำเป็นต้องมีการสร้างอาชีพที่เชี่ยวชาญด้านการขนส่ง เช่น คนขับรถบรรทุก ผู้จัดการระบบโลจิสติกส์ วิศวกร ช่างซ่อมรถยนต์ รวมแล้วประมาณ 2,000 อัตรา ให้สอดคล้องกับจำนวนโรงงานประมาณ 15 โรงงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • กิจการด้านโรงงานภาคการเกษตร จังหวัดมุกดาหารมีศักยภาพในด้านการเกษตร จึงควรส่งเสริมการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจหลักในพื้นที่ เช่น อ้อย ปอ มันสำปะหลัง เพื่อให้เกิดอาชีพกับคนในท้องถิ่น พัฒนาคุณภาพด้านการเกษตรให้เป็นเกษตรกรที่ทันยุคสมัย เข้าใจทั้งวิธีการผลิต การค้าการลงทุน และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้ประกอบการขนาดย่อมในการผลิตสินค้าป้อนโรงงาน โดยจากการวิจัยพบว่า ควรมีการสร้างอาชีพเกษตรกรที่ผลิตสินค้าป้อนโรงงาน คนขับรถบรรทุกสินค้า พนักงานฝ่ายผลิต ประมาณ 5,000 คน
  • กิจการด้านการท่องเที่ยว ภูมิปัญญาและวัฒนธรรม มุกดาหารเป็นเมืองท่องเที่ยวชายแดน มีสถานที่ท่องเที่ยวได้แก่ ตลาดอินโดจีน ภูมโนรมย์ แก่งกะเบา อนุสรณ์สถานบ้านท่านหนูฮัก พูมสะหวัน เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมและเชิงประวัติศาสตร์ ดังนั้นอาชีพที่ควรส่งเสริมพัฒนาคือ ด้านภาคบริการ พนักงานเสิร์ฟ พนักงานต้อนรับโรงแรม ไกด์นำเที่ยว ผู้ประกอบการร้านค้า พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ เชฟทำอาหาร บาร์เทนเดอร์ร้านกาแฟ ซึ่งควรมีจำนวนการขยายตัวประมาณ 3,000 คน
  • กิจการด้านการแพทย์ทางเลือก จากการวิจัยพบว่า แพทย์ทางเลือกของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรม นำโดยหมอเขียว (ใจเพชร กล้าจน) ในจังหวัดมุกดาหารเป็นที่รู้จักของคนในภาคอีสาน และในระดับประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเภทกิจการที่ควรมีการส่งเสริม เพื่อเปิดโอกาสให้คนท้องถิ่นสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเป็นการรองรับการบำบัดโรคภัยไข้เจ็บที่อาจจะตามมา เนื่องจากเมื่อมีการพัฒนาพื้นที่ ย่อมมีจำนวนคนเข้ามาเพิ่มขึ้น และอาจเกิดการเจ็บป่วยที่เพิ่มมากขึ้น จึงควรมีการส่งเสริมอาชีพ หมอนวดพื้นบ้าน เกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร หมอภูมิปัญญาพื้นบ้าน เพื่อรองรับการขยายตัวดังกล่าวอีกประมาณ 1,000 คน

 

ปัญหาและอุปสรรคในด้านแรงงาน ที่เกี่ยวข้องกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

การเกิดขึ้นของเขตเศรษฐกิจพิเศษก่อให้เกิดความกังวลว่าจะมีปัญหาหรืออุปสรรคตามมาจากการขยายตัวของเมือง การจัดการกับจำนวนคนและแรงงานที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในหลายๆ ด้าน ดังต่อไปนี้

  • ด้านการรับรู้ข่าวสารข้อมูลและความเข้าใจเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ พบว่ายังมีปัญหาในเรื่องกระบวนการรับรู้ข่าวสาร มีช่องว่างด้านการรับรู้ โดยประชาชนในพื้นที่รู้เพียงว่าจะมีการดำเนินการด้านเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่ในด้านรายละเอียด เช่น นโยบายด้านแรงงาน ยังขาดความเข้าใจและข้อมูลที่เกี่ยวกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ อีกทั้งข้อมูลส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเชิงเทคนิคที่ทำความเข้าใจได้ยาก เช่น เรื่องผังเมือง เรื่องแผนการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม การสรุปข้อมูลเพื่อให้สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายในการสื่อสารกับประชาชน จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนในการร่วมกันออกแบบทิศทางความเป็นไปของเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดมุกดาหารในอนาคต ซึ่งควรมีการจัดการพูดคุย ทำความเข้าใจในระดับชุมชน หรือต้องมีกระบวนการที่ให้ทุกคนได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ ให้เท่าทันสถานการณ์มากยิ่งขึ้น
  • ด้านวิถีชีวิตประจำวัน จากงานวิจัยพบว่า มีข้อกังวลเกี่ยวกับวิถีชีวิตประจำวันของประชาชนที่ต้องปรับเปลี่ยน ทั้งมิติความเป็นอยู่ สภาพเศรษฐกิจ สังคม ที่หากมุกดาหารกลายเป็นเมืองที่เน้นอุตสาหกรรมนั้น ย่อมเกิดการขยายตัวของผู้คน การอยู่ร่วมกันของคนที่หลากหลาย ความกังวลเรื่องอาชญากรรม รูปแบบอาชีพที่จะต้องปรับเปลี่ยน ความวิตกกังวลในด้านการแย่งงาน ความแออัดของเมือง รวมไปถึงปัญหาในด้านสิ่งแวดล้อม มลพิษ และขยะประจำวัน
  • ด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจของแรงงานในท้องถิ่น หากมีการเกิดขึ้นของโรงงานขนาดใหญ่ ระบบชีวิตที่เป็นเมือง อาจจะต้องมีการนำเข้าแรงงานข้ามแดน และแรงงานอาจต้องมีทักษะที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากประเภทกิจการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและทักษะความชำนาญชั้นสูง เช่น โรงงานอุตสาหกรรมการเกษตร โกดังสินค้าโลจิสติกส์ โรงงานชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ซึ่งสะท้อนถึงภาวะที่ต้องมีการนำเข้าแรงงานนอกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นจากประเทศเพื่อนบ้านหรือในประเทศที่มีทักษะแรงงานสูงกว่า
  • ด้านการปรับตัวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ มีความกังวลถึงปัญหาที่จะตามมาหลังจากการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาชญากรรม ขยะ สภาพชีวิต ความแออัดของเมือง การจราจร ที่มีข้อกังวลว่าภาระเหล่านี้ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งจะเชื่อมโยงไปถึงระบบการจัดสรรงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการจัดระบบการทำงาน การออกแบบบริการสาธารณะ นอกจากนั้นยังพบปัญหาช่องว่างด้านนโยบาย เนื่องจากรูปแบบการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดมุกดาหารนั้น เป็นรูปแบบบนลงล่าง (Top Down) จากคณะกรรมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ซึ่งลักษณะของการดำเนินนโยบายต้องอาศัยการกำกับ ออกแบบทิศทาง โดยรวมศูนย์การตัดสินใจที่ส่วนกลางเป็นหลัก ส่งผลให้การดำเนินงานในพื้นที่ไม่ทันท่วงทีหรืออาจเสียโอกาส จึงควรปรับรูปแบบการดำเนินนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเขตเศรษฐกิจพิเศษและแรงงาน โดยการกระจายอำนาจการตัดสินใจในพื้นที่ที่มีศักยภาพสามารถออกแบบเองได้ เช่น ด้านแรงงาน ประเภทกิจการที่ต้องการ ทักษะฝีมือแรงงานที่ต้องการ ให้พื้นที่ได้มีโอกาสสะท้อนข้อมูล (Bottom Up) ส่งเสริมให้เปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็น รวมถึงจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่

 

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากงานวิจัย

ภาครัฐควรส่งเสริมนโยบายกระจายอำนาจให้หน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกันตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบทิศทางการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อเป็นการลดช่องว่างเชิงนโยบาย และควรมีนโยบายที่มุ่งเน้นการเปิดพื้นที่ทางสังคมให้เกิดการพูดคุยสะท้อนข้อมูล ความคิดเห็น ควรส่งเสริมให้มีหน่วยงานเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแรงงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษในระดับพื้นที่อำเภอ ที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูล แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สะท้อนข้อมูลทั้งในระดับจังหวัดและสะท้อนไปยังภาครัฐส่วนกลาง

 

ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาให้เกิดอำนาจหน้าที่ชัดเจน เนื่องจากเป็นกลไกที่จะรับรู้ข้อมูลต่างๆ รวมทั้งปัญหาในพื้นที่ เพื่อให้สามารถพัฒนาออกแบบเขตเศรษฐกิจและการขยายตัวของเมืองชายแดนต่อไป ภาครัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ควรผลักดันให้เกิดศูนย์เฉพาะกิจ เพื่อออกแบบหลักสูตรและพัฒนาด้านทักษะฝีมือแรงงานในการเตรียมพร้อมการขยายตัวของเศรษฐกิจชายแดน เพื่อเป็นหน่วยงานสำคัญที่ทำหน้าที่เฉพาะในการออกแบบหลักสูตร การพัฒนาด้านทักษะฝีมือแรงงาน รวมทั้งการสร้างงานที่มีคุณค่าในพื้นที่ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และควรมีนโยบายที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืนทางเศรษฐกิจที่เน้นการพัฒนาองค์รวม ทั้งประเด็นด้านการพัฒนาทักษะแรงงาน คุณภาพชีวิตแรงงาน การยกระดับศักยภาพท้องถิ่นเพื่อพัฒนาแรงงาน รวมทั้งสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อสภาพชีวิตของแรงงาน

————————————————————–

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “การพัฒนากลไกการจัดการรงงานเพื่อการขับเคลื่อนนโยบายแรงงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.มุกดาหาร” หัวหน้าโครงการ: วชิรวัตติ์ อาริยะสิริโชติ สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง นพรดา คำชื่นวงศ์
กราฟิก ชนกนันท์ สราภิรมย์
ตรวจภาษาและความถูกต้อง ญาณิตา เหลืองคงอยู่
00:00
00:00
Empty Playlist