web_01-1

แผนยุทธศาสตร์สู่นโยบายการให้ทุนเพื่อ SMEs

ในการกำหนดหรือการจัดรูปแบบการให้ทุนของหน่วยงานให้ทุนวิจัยแบบมืออาชีพนั้น แท้ที่จริงแล้วจำเป็นต้องมีการปรับปรุงให้ก้าวทันโลกอยู่เสมอ แล้วในการปรับปรุงแต่ละครั้ง มีหลักคิดอย่างไรบ้าง มีวิธีการอย่างไรบ้าง บทความนี้ได้แสดงเส้นทางหนึ่งในการหาและพัฒนารูปแบบการให้ทุนที่จะตอบสนองช่วยเหลือต่อผู้ประกอบการไทย

“ประเทศไทย 4.0” หรือ “ไทยแลนด์ 4.0” เป็นนโยบายที่วางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาวเพื่อขับเคลื่อนไปสู่การเป็นประเทศที่มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน โดยได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ “Value-based Economy” หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ผ่านการพัฒนาการศึกษาคน สร้างการวิจัยและพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SMEs ที่คิดเป็น 99% ของวิสาหกิจทั้งหมดของประเทศ การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจำเป็นต้องยกระดับ SMEs ของไทยทุกระดับให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ สามารถแข่งขันในตลาดระดับสากลได้มากขึ้น เพื่อทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีความก้าวหน้าและพัฒนาอย่างแท้จริง

ในประเทศอุตสาหกรรมก้าวหน้าอย่างสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ รัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการอุดหนุนและส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ให้กับ SMEs เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน เช่นเดียวกับในประเทศไทยที่รัฐบาลได้มีแผนที่จะเร่งให้ความรู้ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา และกำหนดมาตรการส่งเสริม เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ SME กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยมอบหมายให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยเป็นแม่ข่ายหลักในการพัฒนา SMEs ผ่านการสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพื่อให้ได้นวัตกรรมที่ส่งเสริมศักยภาพของ SMEs ให้สามารถแข่งขันได้ในอนาคต

โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้กำหนดกรอบการวิจัยสำหรับชุดโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (พ.ศ. 2561 – 2564) ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ การพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ การพัฒนาอุตสาหกรรมเซรามิกชุมชน และสิ่งทอ และการพัฒนานโยบาย เทคโนโลยี ภูมิปัญญา เพื่อสนับสนุน SMEs ทั้งระบบ

เพื่อให้สามารถประเมินผลลัพธ์ของโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (พ.ศ. 2561 – 2564) ของสกว. ที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบันว่าโครงการสามารถส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยโดยกลุ่ม SMEs ได้หรือไม่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กิติพงศ์ อัศตรกุล จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศาสตราจารย์วิทวัส รุ่งเรืองผล จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เสนอให้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์สนับสนุนทุนวิจัยและการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยเพื่อพัฒนา SMEs ทั้งระบบ

โดยการจัดทำแผนในงานวิจัยนี้มีที่มาจากการศึกษายุทธศาสตร์การสนับสนุน SMEs ของสามประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ร่วมกับการศึกษานโยบายที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 นโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 แผนยุทธศาสตร์ 5 ปีของ สกว. และแผนการส่งเสริม SMEs ฉบับที่ 4 ที่กำหนดให้รัฐต้องพัฒนาระบบนิเวศให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ SME ผ่านการสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างองค์ความรู้ นโยบาย นวัตกรรม ทรัพย์สินทางปัญญา และการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ โดยผู้วิจัยพบว่าแผนส่งเสริม SMEs ที่ถูกกำหนดให้ สกว. เป็นผู้ดำเนินการหลัก ภายใต้โครงการพัฒนา SMEs มีลักษณะการสนับสนุนทุนวิจัยพัฒนาอยู่ในระดับต้นน้ำเป็นหลัก ซึ่งมีความเหมาะสมกับผู้รับประโยชน์ที่มีขนาดของสถานประกอบการไม่ใหญ่มาก และเมื่อผลลัพธ์ของงานวิจัยมีความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ สามารถต่อยอดงานวิจัยไปสู่ระดับอุตสาหกรรมได้ จะต้องมีการส่งต่องานวิจัยไปยังหน่วยงานอื่นต่อไป

คณะผู้วิจัยจึงได้ เริ่มต้นกระบวนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้วยการทำการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญจำนวนแปดท่าน โดยได้ความเห็นว่าระบบการให้ทุนวิจัยโครงการส่งเสริมสนับสนุนทุนวิจัย SMEs ที่เริ่มต้นขึ้นมาเป็นต้นแบบของ สกว. ยังคงต้องมีการปรับปรุงพัฒนาดังนี้ โจทย์งานวิจัยที่จะพัฒนายังตอบสนองธุรกิจได้ไม่ดี ขาดฐานผู้ประกอบการที่มีคุณภาพพอที่จะเข้าใจและมีศักยภาพพอที่จะลงทุนกับงานวิจัยไปถึงระดับการนำไปใช้ทางธุรกิจได้ นอกจากนี้ นโยบายและหลักเกณฑ์การให้ทุนวิจัยในการพัฒนาเทคโนโลยีมีข้อจำกัดทั้งด้านเวลาการดำเนินงาน งบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่ต้องการ ตัวชี้วัดผลลัพธ์ยังไม่ชัดเจน และเกิดการซ้ำซ้อนระหว่างตัวชี้วัด

ทีมวิจัยจึงได้นำมูลเหตุนี้เป็นโครงร่างตั้งต้นในการกำหนดยุทธศาสตร์ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ของ สกว. จนได้ร่างแผนยุทธศาสตร์ที่วางเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ไว้ 4 ข้อ ประกอบไปด้วย
เป้าหมายที่ 1: ให้ทุนสนับสนุนการวิจัย ที่สอดคล้องกับกรอบการวิจัย และประเภทงานวิจัยของชุดโครงการฯ โดยให้เกิดการกระจายตัวของการให้ทุน ในประเภทของงานวิจัยประเภทใดประเภทหนึ่ง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุนวิจัย ที่ได้รับในกรอบระยะเวลาของแผนงาน เพื่อให้เกิดการกระจายตัวของทุนไปสู่ประเภทงานวิจัยตามที่กำหนดไว้
เป้าหมายที่ 2: สร้างระบบในการประเมินผลกระทบของงานวิจัยในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม หรือ สิ่งแวดล้อม ที่สามารถกำหนดหน่วยวัดได้อย่างเป็นรูปธรรม
เป้าหมายที่ 3: พัฒนาระบบการติดตามและประเมินผลลัพธ์ผลกระทบของงานวิจัย โดยทำการติดตามผลในการวัดผลกระทบของงานวิจัยหลังจากที่งานวิจัยแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 3 ปี
เป้าหมายที่ 4: ดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากชุดโครงการฯ ให้เป็นที่รู้จัก และนำไปใช้ประโยชน์ในกลุ่มผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้เกิดการจับคู่เพื่อนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 ของจำนวนชิ้นงานวิจัย ภายในระยะเวลา 3 ปี หลังจากงานวิจัยแล้วเสร็จ

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว กลยุทธ์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ทั้ง 4 เป้าหมายของชุดโครงการ การพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (พ.ศ. 2561 – 2564) นั้นประกอบไปด้วย
1. การมุ่งเน้นเฉพาะอุตสาหกรรม เพื่อสร้างเครือข่ายความเชี่ยวชาญ
2. การเน้นให้ทุนวิจัย โดยคำนึงถึงผลกระทบและการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่สามารถวัดผลได้เป็นหลัก
3. การพัฒนาระบบการติดตามและประเมินผลลัพธ์อย่างต่อเนื่องหลังงานวิจัยเสร็จสิ้น โดยเน้นการเป็นพี่เลี้ยงและสนับสนุนให้เกิดการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์

ร่างแผนยุทธศาสตร์ข้างต้นถูกนำเสนอในงานประชุมวิชาการ “แผนยุทธศาสตร์สนับสนุนทุนวิจัยและการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยเพื่อพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ทั้งระบบ” เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2561 โดยประกอบไปด้วยหน่วยงานสนับสนุนทุนเพื่อ SME นักวิจัย และผู้ประกอบการ SMEs โดยผู้เข้าร่วมสัมมนาเห็นด้วยต่อร่างแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว

ส่วนข้อเสนอเพิ่มเติมจากผู้เข้าร่วมประชุม เช่น ให้ปรับปรุงให้การดำเนินธุรกิจของ SME มีความสะดวกมากขึ้น สนับสนุนให้สินค้าที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าถึงผู้ซื้อ และทำการพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางด้านงานวิจัยและพัฒนาและความเชี่ยวชาญของหน่วยงาน เพื่อให้ SME สามารถใช้สืบค้นข้อมูล เพื่อขอรับความช่วยเหลือด้านต่างๆ ได้โดยสะดวก รวมทั้งสามารถนำข้อมูลไปใช้ต่อยอดในการพัฒนาสินค้าและบริการ หรือปรับปรุงการดำเนินธุรกิจ

นอกจากนี้ ร่างยุทธศาสตร์ข้างต้นได้ถูกทำประชาพิจารณ์โดยผู้ทรงคุณวุฒิ โดยพบว่า ผู้ทรงคุณวุฒิส่วนใหญ่เห็นด้วยต่อแผนยุทธศาสตร์ โดยผู้เกี่ยวข้องสามารถนำแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวไปปรับใช้ได้

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “การจัดทำแผนยุทธศาสตร์สนับสนุนทุนวิจัยและการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย เพื่อพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ทั้งระบบ”

หัวหน้าโครงการ : กิติพงศ์ อัศตรกุล
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง ปวร เกียรติยุทธชาติ
กราฟิก ณปภัช​ เ​สโน​ฤทธิ์​
00:00
00:00
Empty Playlist