Cover_nologo-5-1 (1)

ปกป้องวัณโรค “ระบาด” ได้ด้วยพลังเครือข่าย ชุมชน และเทคโนโลยีสื่อสาร

วัณโรคเป็นภัยพิบัติทางสาธารณสุข คุกคามความมั่นคงทางสุขภาพและเป็นความท้าทายในการพัฒนาสังคม โลกกําลังต่อสู้กับการระบาดของวัณโรค โดยเฉพาะการต่อสู้เพื่อกลุ่มคนยากจน กลุ่มคนที่มีความเปราะบาง บทความนี้จะเป็นการกล่าวถึงการดําเนินงานในการเฝ้าระวังวัณโรคเพื่อค้นหารูปแบบ/กลไกเพื่อสนับสนุนการดําเนินงานของศูนย์สุขภาพชุมชนที่มีอยู่เดิมให้เข้มแข็งขึ้น รูปแบบและกลไกที่ใช้ในการดำเนินการจะเป็นอย่างไรนั้นติดตามได้จากบทความนี้

วัณโรคเป็นปัญหาสําคัญในพื้นที่และเป็นปัญหาทั้งในระดับชาติและระดับโลก และประเทศไทยได้ประกาศยุทธศาสตร์ชาติในการดําเนินงานควบคุมโรควัณโรคภายในปี พ.ศ.2578 บทความนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจะกล่าวถึงสถานการณ์วัณโรคในไทยและในพื้นที่แม่สอด ส่วนที่สองจะเป็นการกล่าวถึงการดําเนินงานเพื่อพัฒนากลไกสนับสนุนการดําเนินงานของศูนย์สุขภาพชุมชน

ส่วนที่ 1: สถานการณ์และยุทธศาสตร์การดําเนินงานควบคุมวัณโรค

ประเทศไทยถูกจัดให้เป็น 1 ใน 14 กลุ่มประเทศที่มีภาระวัณโรคสูง ในทุกกลุ่มแสดงให้เห็นว่านอกจากการเฝ้าระวังการแพร่เชื้อวัณโรคและการค้นหาเพื่อคัดกรองผู้ป่วยให้ทันท่วงทีแล้ว การติดตามผู้ป่วยวัณโรคให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องยังเป็นสิ่งที่ประเทศไทยต้องดําเนินการอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการเกิดภาวะป่วยดื้อยา เพื่อให้การดําเนินงานบรรลุเป้าหมาย จึงต้องประกอบด้วย การค้นให้พบ จบด้วยการพัฒนาระบบและเครือข่าย นโยบายมุ่งมั่นและสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อการค้นหาผู้ป่วยที่ครอบคลุมและมีความรวดเร็วในการวินิจฉัยโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ แรงงานข้ามชาติ ผู้ต้องขัง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และผู้สูงอายุ เป็นต้น โดยพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการการป้องกัน ดูแลรักษา และควบคุมโรค พร้อมทั้ง สนับสนุนเชิงนโยบายอย่างจริงจังด้วยการระดมทรัพยากร เร่งการศึกษาวิจัยที่สามารถชี้นําแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงานวัณโรค และส่งเสริมนวัตกรรมที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของพื้นที่ เนื่องจากพบว่าการดําเนินงานวัณโรคของประเทศไทยที่ผ่านมา มีจํานวนการค้นพบผู้ป่วยในระดับต่ำ สาเหตุจากระบบการรายงานและการเฝ้าระวังยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

นอกจากวัณโรคจะเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับชาติแล้ว ยังเป็นปัญหาโรคติดต่อชายแดนที่มี ความสําคัญของอําเภอแม่สอด โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานข้ามชาติซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มประชากรหลักที่เสี่ยงต่อการป่วยวัณโรค จึงมีการดําเนินการเพื่อแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนที่ 2 ผลการศึกษาการพัฒนารูปแบบ/กลไกเพื่อสนับสนุนการดําเนินงานศูนย์สุขภาพชุมชนแม่สอด จังหวัดตาก

โครงการวิจัยนี้เลือกศูนย์สุขภาพชุมชน (health post) เป็นกลไก (health mechanism) ในการลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายโรคและส่งเสริมความมั่นคงทางสุขภาพของชุมชนในพื้นที่ชายแดนแม่สอด โดยมีเครือข่ายภาคีองค์กรต่างๆ ที่ทํางานอยู่ในพื้นที่เดิมเป็นกลไกสนับสนุน งานวิจัยนี้เลือกศึกษาศูนย์สุขภาพชุมชนในพื้นที่ตําบลแม่ตาว การคัดเลือกพื้นที่ตําบลแม่ตาวนี้ เนื่องมาจากเป็นพื้นที่ที่มีชุมชนแรงงานต่างชาติที่ทําการประกอบอาชีพในลักษณะต่างๆ ทั้งการทํางานในภาคอุตสาหกรรม การรับจ้างทั่วไป และการเป็นแรงงานในภาคเกษตรกรรม อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีศูนย์สุขภาพชุมชนที่ดําเนินการโดยรัฐ(ผ่านสาธารณสุขอําเภอ) และองค์กรเอกชน

โครงการวิจัยนี้ศึกษาการใช้ศูนย์สุขภาพชุมชนในการควบคุมโรค/ติดตามผู้ป่วยวัณโรค โดยกําหนดกลไกย่อยเพื่อสนับสนุนการดําเนินงานของศูนย์สุขภาพชุมชน แบ่งออกเป็น 4 กลไกย่อย คือ อาสาสมัครสาธารณสุขต่างชาติ ระบบข้อมูล/การส่งต่อ เทคโนโลยีสนับสนุนการส่งต่อข้อมูล และการจัดการด้านการเงิน/ค่าใช้จ่าย

อาสาสมัครสาธารณสุขต่างชาติ
พื้นที่แม่สอดมีจํานวนอาสาสมัครสาธารณสุขทั้งสิ้น 2,257 คน คิดเป็นอัตราอาสาสมัคร สาธารณสุขต่อจํานวนครัวเรือนประชากรไทยเท่ากับ 1 คน : 15-20 ครัวเรือน และในพื้นที่มีจํานวนอาสาสมัครสาธารณสุขต่างชาติ 734 คน ทั้งที่อยู่ในชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม โดยจํานวนแรงงานต่างชาติทั้งที่ขึ้นทะเบียนและไม่ได้ขึ้นทะเบียนมีทั้งสิ้นกว่าสามแสนคน งานสาธารณสุขอําเภอแม่สอดได้กําหนดเป้าหมายให้มีสัดส่วนอาสาสมัครสาธารณสุขต่างชาติ ต่อแรงงานต่างชาติที่อาศัยใน พื้นที่ คือ 1:300 นอกจากนี้ยังได้มีการอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขต่างชาติในฝั่งเมียนมาร์ไว้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยจํานวนอาสาสมัครสาธารณสุขต่างชาติฝั่งเมียนมาร์ที่ได้รับการอบรมมีจํานวนทั้งสิ้น 130 คน อาสาสมัครสาธารณสุขต่างชาติกล่าวถึงบทบาทสําคัญของตนในการช่วยให้ความรู้และการเข้าถึงผู้ป่วย เนื่องด้วยแรงงานต่างชาติส่วนใหญ่ไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาไทย จึงทําให้การรับข้อมูล/ความรู้ด้านสุขภาพจากหน่วยงานสาธารณสุขภาครัฐในพื้นที่มีข้อจํากัด นอกจากนั้นอาสาสมัครสาธารณสุขต่างชาติยังมีบทบาทสําคัญในการกํากับการกินยา การปรับพฤติกรรมผู้ป่วย/ครอบครัว เพื่อลดการแพร่เชื้อ รวมทั้งทําความเข้าใจกับชุมชนเพื่อช่วยลดอคติและการรังเกียจที่มีต่อผู้ป่วยวัณโรค

ระบบส่งต่อและเครือข่ายการทํางาน
ระบบการประสานระหว่างเครือข่ายและขั้นตอนการดําเนินการคัดกรองและติดตามผู้ป่วยวัณโรค
ได้มีการประสานความร่วมมือกันขององค์กรต่างๆ แต่ยังไม่เป็นระบบที่สามารถส่งผลให้มีการติดตามผู้ป่วยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ กระบวนการดําเนินงานของศูนย์สุขภาพชุมชนเรื่องวัณโรคยังเป็นการประสานที่ไม่เชื่อมโยงกันทั้งระบบการส่งต่อข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ด้วยการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชากรต่างชาติต่างช่องทางกัน บางคนรับบริการผ่านศูนย์สุขภาพชุมชน บางคนไปโรงพยาบาลแม่สอดหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลโดยตรง เมื่อได้รับการวินิจฉัยและพบการติดเชื้อ ปัญหาที่พบบ่อยครั้งคือการติดตามผู้ป่วย เนื่องจากการเก็บและแจ้งข้อมูลของแต่ละหน่วยงานต่างกัน ดังนั้นหากมีการพัฒนาระบบที่จะใช้ข้อมูลร่วมกันและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างองค์กรได้ทันทีจะทําให้เกิดประสิทธิภาพในการติดตามผู้ป่วยเพิ่มขึ้น


เทคโนโลยีสนับสนุนการส่งต่อข้อมูล
สืบเนื่องจากการขาดการประสานส่งต่อข้อมูลระหว่างเครือข่าย คณะผู้วิจัยได้ประสานทีมโครงการ PODD* ซึ่งดําเนินงานระบบเฝ้าระวังสุขภาพหนึ่งเดียวซึ่งได้เข้าร่วมพูดคุยกับบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลแม่สอด แกนนําควบคุมวัณโรคและประเด็นสุขภาพอื่นๆ ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ เพื่อชี้แจง กระบวนการทํางานของแอปพลิเคชั่น PODD และหารือถึงวิธีการนําแอปพลิเคชั่นในการจัดระบบและ แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างองค์กรที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชั่น เพื่อใช้ในการติดตามผู้ป่วย ผลของการดําเนินกิจกรรมในส่วนนี้พบว่า แอปพลิเคชั่นของทีม PODD จะสามารถใช้ได้ดีในพื้นที่ทดลอง 3 จังหวัดคือ เชียงราย ลําพูนและขอนแก่น โดยแกนนํา/อาสาสมัครในพื้นที่ได้รายงาน อาการ/สิ่งก่อเหตุที่พบในชุมชนต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และทําให้เกิดการเข้าไปควบคุมโรคได้อย่างทันท่วงที เช่น กรณีโรคแอนแทร็กซ์ที่มีการระบาดในพื้นที่เมื่อต้นปี พ.ศ.2561 รวมทั้งการรายงานภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆ เช่น การเกิดไฟป่า ดินถล่ม เป็นต้น

*โครงการ PODD ย่อมาจาก Participatory ONE Health Disease Detection เป็นระบบเฝ้าระวังสุขภาพหนึ่งเดียวของชุมชน

การจัดการค่าใช้จ่าย
ผู้ที่ขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติสามารถใช้สิทธิในการรักษาได้เช่นเดียวกันกับประชากรไทย แรงงานต่างชาติที่ติดเชื้อวัณโรคได้รับการสนับสนุนเวชภัณฑ์และการตรวจวินิจฉัยจากโรงพยาบาลแม่สอด นอกจากนั้น มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการรักษาแก่แรงงาน ต่างชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนแรงงาน ปัญหาค่าใช้จ่ายเป็นประเด็นสําคัญซึ่งนอกจากค่ายาแล้ว ผู้ป่วยจะต้องเสียค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ขณะมาตรวจรับการรักษา รวมทั้งค่าจ้างที่ขาดหายไปจากการขาดงานเพื่อมารับการรักษา การเก็บข้อมูลในพื้นที่พบว่า ในช่วงปลายปี พ.ศ.2560 องค์กรเอกชนระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากําไร ได้ทดลองนําร่องการพัฒนาระบบประกันสุขภาพในกลุ่มประชากรต่างชาติในพื้นที่แม่สอดใช้ชื่อว่ากองทุน M Fund โดยแบ่งการประกันออกเป็น 3 แผนตามสิทธิประโยชน์และจํานวนเงินที่แรงงานสมทบเข้ากองทุน ได้แก่ แผน A แรงงานจะต้องจ่ายเงินสมทบ 60 บาท/เดือน สิทธิประโยชน์เป็นการรักษาพยาบาล โรคทั่วไป (ไม่ซับซ้อน) และไม่สามารถนอนพักรักษาในโรงพยาบาลได้ แผน B แรงงานต้องจ่ายเงินสมทบ 100 บาท/เดือน สิทธิประโยชน์ในการรักษาพยาบาล โรคทั่วไป(ไม่ซับซ้อน) และสามารถนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลได้ แผน C แรงงานต้องจ่ายเงินสมทบ 150 บาท/เดือน สิทธิประโยชน์ในการรักษาโรคทั่วไปและโรคเรื้อรัง รวมทั้งสามารถพักรักษาตัวในโรงพยาบาลได้

นอกจากการจัดการด้านค่าใช้จ่ายเพื่อการรักษาผู้ป่วยวัณโรคแล้ว การหาช่องทางและจัดระบบการสนับสนุนค่าใช้จ่ายแก่อาสาสมัครต่างชาติในการค้นหา/ติดตาม/และกํากับการกินยาของผู้ป่วยก็เป็นเงื่อนไขสําคัญต่อการควบคุมโรค ข้อมูลพบว่ามูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ให้การสนับสนุนการดําเนินงาน โดยให้การสนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภคแก่อาสาสมัครสาธารณสุขต่างชาติที่ทําหน้าที่ดังกล่าว

สรุปได้ว่า กลไกในการสนับสนุนการดําเนินงานศูนย์สุขภาพจําแนกตามกิจกรรมและภาคีเครือข่าย ได้เริ่มต้นจากการค้นหา คัดเลือกอาสาสมัค สาธารณสุขต่างชาติ ในพื้นที่ตําบลแม่ตาวและการอบรมความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ พัฒนาศักยภาพด้านการค้นหา การติดตามผู้ป่วยวัณโรค กลไกต่อไปคือร่วมกันพัฒนาระบบและช่องทางการส่งต่อผู้ป่วยและข้อมูลระหว่างพื้นที่และหน่วยงานสาธารณสุข การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการประสาน ส่งต่อข้อมูลอย่างทั่วถึงและทันต่อเหตุการณ์ และกลไกสุดท้ายคือการร่วมกันสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการรักษาและค่าใช้จ่ายอื่นๆและหนึ่งในเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์ของการแก้ไขปัญหาของการเฝ้าระวังและควบคุมโรค คือการสร้างแอปพลิเคชั่นผ่อดีดี(PODD)ที่เป็นระบบเฝ้าระวังสุขภาพหนึ่งเดียวของชุมชน ที่ถูกติดตั้งให้กับชาวบ้านในชุมชนผ่านการอบรมอาสาสมัครจากโครงการ ถือเป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ที่เข้ามาเป็นส่วนช่วยสร้างความสามารถในการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีดิจิทัลและเสริมสร้างความเข้มเข็งของชุมชนในระดับฐานราก พร้อมช่วยเสริมประสิทธิผลของระบบเฝ้าระวังโรคระบาดในคน สัตว์ และภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อม เป็นประโยชน์โดยตรงต่อการทำงานของภาครัฐ และสุขภาวะทางสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “เครือข่ายสุขภาพชายแดนและบริการสุขภาพพื้นฐาน: การส่งเสริมความมั่นคงทางสุขภาพในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด”

หัวหน้าโครงการ : เทพินทร์ พัชรานุรักษ์
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง ไพรินทร์ ตันติวิชยานนท์
กราฟิก ไพรินทร์ ตันติวิชยานนท์
00:00
00:00
Empty Playlist